วันเหงา ๆ ที่เศร้าหมอง สงสารคุณแฟนจับใจ ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมาเขียนอะไรแบบนี้ แต่ก็อยากเล่าให้เพื่อน ๆ ในชุมชนนี้อ่านกันค่ะ
ช่วงนี้แฟนด๋ากลับไปดูแลแม่ที่ต่างจังหวัด เพราะแม่อาการไม่ค่อยดี กินอะไรไม่ได้ กินเข้าไปก็อ้วกออกมาหมด แขนขาไม่มีแรง เดินไม่ได้ พยุงตัวไม่ได้ เริ่มพูดจาช้าลง บางคำก็พูดไม่ชัด บางทีคล้าย ๆ เพ้อ เคยเล่นไลน์สวัสดีตอนเช้าก็ไม่เล่นแล้ว กิจวัตรประจำวันที่เคยขาดไม่ได้ คือการสวดมนต์ก็ไม่สวดแล้ว เห็นแม่มีอาการเหล่านี้ แฟนด๋าเลยจ้างรถอาสาฯ เข้ามารับที่สวนแล้วพาไปส่งโรงพยาบาล นอนอยู่สองวัน ตรวจหาสาเหตุจนพบว่าแม่ เส้นเลือดในสมองตีบ แฟนด๋าเศร้ามาก เมื่อวานไลน์มาบอกว่า "เจ็บเข่า ใจสลาย ได้แต่กล้ำกลืนน้ำตา ไม่ให้ใครเห็น"
แฟนด๋ามีปัญหาเจ็บเข่ามาเป็นสิบปีแล้ว จะมีอาการปวดมากในวันที่ต้องยกของหนัก ช่วงนี้ต้องพยุงน้ำหนักแม่ทั้งตัว อาการเลยกำเริบหนัก ไอ้ครั้นถ้าตัวเองเจ็บเข่าจนทำอะไรไม่ไหวก็คงแย่ทั้งตัวเองและแม่ จะให้ใครช่วยก็ลำบากใจไม่อยากพึ่งใคร ด้วยเป็นลูกคนเดียวก็ต้องทำทุกอย่าง เช็ดอึเช็ดฉี่ ซักผ้าปูเปื้อน เปลี่ยนแพมเพิร์ส ปั่นอาหารเหลวให้แม่ จัดยา บางวันแม่ก็คุยรู้เรื่อง บางทีก็คุยไม่รู้เรื่องเหมือนอยู่อีกโลกนึง มองเห็นคนที่เราไม่เห็น ได้ยินเสียงที่เราไม่ได้ยิน ซึ่งอาการแบบนี้ป๊าด๋าก็เป็น สมองเสื่อม ป๊าอายุ 87 แล้ว แต่ยังจำทุกคนได้ ยังลุกเดินเองได้ช้า ๆ กินข้าวเองได้ ชอบพูดสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงแต่ป๊าเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง พอใครค้านก็โกรธโมโห หลายตำราข้อเขียนบอกว่าต้องเออออตาม แต่บางทีก็ตามไม่ไหวจริง ๆ เพราะป๊าจะชอบว่าหม่าม้าเสีย ๆ หาย ๆ บางทีถือกรรไกรจะไล่แทงชู้(ซึ่งป๊าคิดว่ามีจริง) แบบนี้จะให้ทุกคนเออออตามว่ามีชู้จริง มันก็ไม่ได้ใช่มั้ยคะ พอหม่าม้าบอกว่าไม่มี (หม่าม้าเองก็อายุ 85 แล้วค่ะ) ป๊าก็โกรธจนปากเขียวตัวสั่น จะเอากรรไกรแทงให้ตายทั้งหม่าม้าและชู้ ช่วงก่อนแย่เลยเพราะแม่บ้านคนก่อนลาออกไป หม่าม้าเครียดจนนอนไม่หลับ กลัวจะถูกย่องมาแทงกลางดึก ดีที่ตอนนี้มีแม่บ้านคนใหม่มาแล้ว ก็คอยดูแลป๊า และช่วยให้หม่าม้าอุ่นใจมากขึ้น หลายคนบอกว่าต้องพาป๊าไปหาหมอ เอายามากินให้ดีขึ้น ทุกคนรู้ค่ะว่าควรพาไป และอยากให้ป๊าไป แต่ จะพาไปยังไง ป๊าด๋าเป็นคนดื้อมาก เอาแต่ใจตัวเอง และเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้วจนด๋าเคยทะเลาะกับป๊าไม่พูดกันเป็นเดือน อย่างที่เคยเล่ามาแล้ว มิหนำซ้ำตอนสมองยังไม่เสื่อมแต่ไม่สบายจนเกือบหมดสติไม่รู้สึกตัว พี่ชายกับแม่บ้านคนก่อนก็ช่วยกันอุ้มขึ้นรถทุลักทุเลพาไปโรงพยาบาล พออาการดีขึ้นก็โกรธว่าพามาโรงพยาบาลทำไม ด่าพี่ชายด่าแม่บ้านด่าหมอ ไม่มีใครดีสักคน แล้วยิ่งตอนนี้เขาไม่คิดว่าเขาป่วย เขาคิดว่าเขาสบายดีมาก ๆ จะไปหาหมอทำไม
กลับมาที่เรื่องแม่ของแฟนด๋า แม่อายุประมาณ 78 แขนขาอ่อนแรง ลุกเดินไม่ไหวแล้ว ยังดีที่ตอนอยู่โรงพยาบาล 2 วัน ค่าใช้จ่ายหมื่นกว่าบาทก็ไม่ต้องจ่าย เพราะใช้สิทธิ์ผู้สูงอายุ พอออกจากโรงพยาบาลก็ไปขอรับรถเข็นจากอนามัยมาได้คันหนึ่งก็พอช่วยทุ่นแรงได้ระดับหนึ่ง ช่วยให้รู้สึกว่าในเรื่องร้ายก็ยังมีเรื่องดีให้พอชื่นใจ
วันนี้ด๋ามาในเรื่องเศร้า ๆ แต่มีเรื่องอาการของผู้สูงอายุมาให้ด้วย ที่ยอมเล่าหลุดจากตีมความเป็น happida ก็เพราะคิดว่า อาจจะเป็นประโยชน์กับใครที่มีผู้สูงอายุอยู่ในบ้านบ้าง ทุกท่านก็อย่าลืมหมั่นคอยสังเกตดูท่านด้วยนะคะ อันที่จริงด๋าเขียนในวันผู้สูงอายุ แต่กว่าจะเขียนจบก็เลยวันมาแล้ว ยังไงก็ตาม ขอบคุณที่ตามอ่านกันจนจบนะคะ