หลังจากนั่งเรือยนต์มาหลายชั่วโมงจาก Part 1 เข้าพักที่ "แพสายชล" ก็ได้นอนพักหายเหนื่อยสักตื่นนึง มาต่อกันใน Part 2 กันครับ
หลังจากเข้ามาถึงที่พักช่วงบ่าย ที่ "แพสายชล " ก็ได้เข้าพักจับจองแพห้องพักกัน ผมได้แพห้องพักทางขวาของรีสอร์ท มีคนเข้าพักเยอะเลยทีเดียว แต่ไม่แออัดครับ ที่พักน่าพักมากๆ มีเรือคายักให้เราได้พายเล่นกันด้วย
หลังจากอาหารมื้อเย็นก็ได้เวลาเดินเล่นพักผ่อน หย่อนใจ เดินชมวิวรอบ ดูบรรยากาศธรรมชาติช่วงพระอาทิตย์ตก เงียบสงบ ไม่วุ่นวาย ไม่มีเสียงโทรศัพท์ ทีวี หรือเสียงรถยนต์มากวนใจ เหมาะแก่การมาพักผ่อนอยู่กับธรรมชาติตัดขาดจากโลกภายนอกจริงๆ
ช่วงหัวค่ำก็เงียบสงบออกมานั่งคุยนั่งพักผ่อนกัน
ท้องฟ้าเปิดสามารถมองเห็นดาวได้เลย 🌌นั่งดูดวงจันทร์ นั่งดูดาวกันเพลิน มีโอกาสถ่ายดาวมาด้วยตั้ง ภาพหนึ่งแต่ก็อยู่ ดึกมากไม่ไหว ยุงกัด แล้วก็เหนื่อยมาทั้งวัน พรุ่งนี้เช้าต้องตื่นแต่เช้ามาทำกิจกรรมต่อ เลยเข้าไปนอนพักผ่อน
ผมตื่นแต่เช้าออกมาสูดอากาศยามเช้า ออกมาชมวิวดูหมอกยามเช้าและดูดวงอาทิตย์ขึ้น สดชื่นมากๆ มีหมอกลอยอยู่ตามยอดเขาด้านหน้าด้านล่างเป็นผืนน้ำ
สวยจนอธิบายไม่ถูก ไม่คิดมาก่อนว่าบ้านเราจะมีธรรมชาติที่สวยงามมากขนาดนี้ คุ้มค่ามากกับการได้ตื่นแต่เช้าออกมาสูดอากาศยามเช้า พร้อมกับชมวิวสวยๆ ปกติผมไม่ค่อยได้ตื่นออกมาดูหมอกตอนเช้าและชมพระอาทิตย์ขึ้นสักเท่าไหร่เพราะผมตื่นสาย
เรือเตรียมพร้อมพาออกไปชมพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว มีหลายลำเลย แต่ลำที่ผมนั่งไปก็จะมีแค่ 7คน นั่งสบายๆ
บรรยากาศยามเช้า ได้นั่งเรือออกไปสูดอากาศสดชื่น มีลมเย็นปะทะหน้า กลิ่นความสดชื่นยามเช้า ออกไปชมวิวภูเขากลางผืนน้ำ ดูหมอกลอยบนยอดเขา เป็นอะไรที่มีความสุขแบบบรรยายยาก ต้องมาสัมผัสด้วยตา ดมอากาศบริสุทธิยามเช้าด้วยจมูกตัวเอง และชมวิวด้วยตาของตัวเองจริงๆ
ผมใช้เวลานั่งเรือชมหมอกชมดวงอาทิตย์ขึ้น ประมาณ 40 นาที ก็กลับมาที่พักเตรียมทานข้าวเช้า และอาบน้ำเปลี่ยนกางเกงในตัวใหม่ เพื่อเตรียมนั่งเรือออกไปเที่ยว เดินขึ้นเขา ต่อด้วยนั่งแพไม้ไผ่ เข้าไปชมถ้ำประการังกัน
🙇🙇🙇Thank you for upvote relationship and following