เมื่อคืนที่เกาะพงันฝนตกปรอยๆตลอดทั้งคืน ทำให้บีหลับสบายมากๆเลยคะ เช้านี้บีจึงอยากตื่นเช้าๆมารับอากาศบริสุทธิ์สักหน่อย บรรณยากาศตอนเช้าหลังจากฝนตกทำให้บีรู้สึกสดชื่นมากยิ่งขึ้นคะ นั่งจิบกาแฟมองท้องฟ้าที่กำลังจะมีอาทิตย์โผล่ออกมาแย้มแสงแรกของวัน เสียงนกตัวเล็กตัวน้อยที่กำลังจะออกไปหากิน กลิ่นหอมของดอกไม้หลากหลายชนิดที่อยู่ในสวนหน้าบ้าน ที่น้องเมย์ปลูกไว้ต่างออกดอกผลิบานรับน้ำค้างยามเช้ากันอย่างเต็มที่ บีลองเดินไปดูในสวนหน้าบ้านว่ามีต้นไม้อะไรบ้างมีทั้งต้นกุหลาบ ต้นมะลิ พุทธซ้อน แต่ที่บีชอบมากที่สุดน่าจะเป็นต้นจำปี เพราะบีไม่ค่อยได้เห็นต้นจำปีนานมากแล้ว อย่างว่านะคะในกรุงเทพฯจะไปหาต้นไม้ดอกไม้สดๆได้จากที่ไหนกันละ จำได้ว่าเห็นเจ้าดอกจำปีครั่งสุดท้ายก็ตอนกลับบ้านที่สุราษฎร์ฯครั่งก่อน ที่หน้าบ้านคุณแม่ของบีมีต้นจำปีอยู่หนึ่งต้น ลำต้นของมันทั้งใหญ่และสูง เวลาที่มันมีดอกผลิออกมาก็จะมีดอกเยอะมากๆคะ กลิ่นของดอกจำปีจะหอมครุ่นไปทั้วทั้งบ้าน แล้วบีก็ชอบอ้อนคุณพ่อให้ไปหาไม้ไผ่มาสอยดอกจำปีที่ไม่บาน เพื่อที่จะเอามาติดกับผมของบี ตอนนั้นคิดว่าตัวเองสวยมาก ประหนึ่งนางผมหอมในวรรณคดียิ่งตอนสะบัดผมแล้วดอกจำปีกระเด็นโดนหน้าตัวเองแล้วบีก็จะรีบดมกลิ่นของดอกจำปี (พอโตมาแล้วก็คิดเหมือนกันคะว่าตัวเองทำไปเพื่ออะไรอิอิ) แต่ตอนที่ใบของมันเหี่ยวแล้วหล่นลงมีนี้สิคะบีก็ต้องเอาไม้กวาดมาคอยเก็บกวาดใบที่ร่วงลงมา บีจะกวาดล้อมรอบเป็นวงกลมแต่ยิ่งกวาดดูเหมือนใบของดอกจำปีก็ยิ่งหล่นลงมา แล้วอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้บีเบื่อมากๆคือลมคะ ถ้ากวาดเสร็จเมื่อไหร่ลมก็ต้องพัดมาเมื่อนั้น จนเริ่มเบื่อกับการกวาดแบบไม่เสร็จสักที บีจึงหาไม้ไผ่มาเก็บใบจำปีทีละใบแล้วเสียบไว้กับไม้ไผ่สรุปว่าเปลืองเวลามากกว่าการกวาดสะอีกคะ พูดย้อยวัยเด็กกันไปเสียนานเลยนะคะ กลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่า ต้นจำปีที่อยู่ในสวนหน้าบ้านของน้องเมย์เป็นต้นจำปีต้นไม่ใหญ่มาก แต่ก็มีดอกให้เห็นอยู่เยอะพอสมควรคะ ส่วนกลิ่นหอมของดอกจำปีเนี๊ยะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคะเพราะกลิ่นหอมลอยมาแต่ไกล ยิ่งตอนเช้าๆหรือช่วงเย็นๆก็จะยิ่งหอมเป็นพิเศษ สำหรับใครที่ไม่เคยเห็นรูปร่างหน้าตาของมันมาก่อนวันนี้บีก็เก็บภาพดอกจำปีกลิ่นหอมๆในตอนเช้าๆในสวนหน้าบ้านมาฝากด้วยคะ