วันนี้ฉันคือ "Sound Engineer" / MY BABY STEP "SOUND ENGINEER"
สวัสดีคร้าเพื่อนๆชาว Steemit ที่น่ารักทุกคน
ช่วง 3 วันที่ผ่านมาตุ๊กติ๊กติดภาระกิจสำคัญหลายอย่างเลยค่ะ กลับมาวันนี้เห็นมีเพื่อนสมาชิกใหม่มากขึ้น อยากจะบอกว่าดีใจมากๆ และขอต้อนรับเพื่อนใหม่ทุกคนเข้าสู่ครอบครัว Steemit อย่างเป็นทางการนะคะ วันนี้ตุ๊กติ๊กจะเบรกเรื่องสุขภาพสักวันนะคะ อยากแบ่งปันประสบการณ์เรื่องอื่นๆบ้างเพื่อนๆจะได้ไม่เบื่อกันเสียก่อน
จริงๆก้อเป็นเรื่องชีวิตการทำงานของตุ๊กติ๊กในอเมริกานี่แหละค่ะ อยากจะบอกว่าเรื่องของ Reputation / Connection เป็นเรื่องที่สำคัญมากจริงๆ เผลอๆจะมาก่อนเรื่องสถาบันการศึกษาหรือวุฒิการศึกษาเสียอีก ในขณะเดียวกันที่บ้านเรา (จากประสบการณ์ของตุ๊กติ๊กเอง) ข้อมูลลำดับต้นๆที่ฝ่ายบุคคลบ้านเราอยากทราบก้อมักจะหนีไม่พ้น จบวุฒิอะไร, สถาบันไหน, ประสบกาณณ์กี่ปี, อายุเกินสามสิบหรือไม่, บางทีก้อลามไปถึงหน้าตารูปร่างของเราอีกต่างหาก ดังนั้นการจะได้งานที่มีรายได้สูงๆในย่านใจกลางกรุงเทพสำหรับบางคนก้อดูจะยากแสนเข็ญ จริงมั้ยคะ (ตุ๊กติ๊กพูดได้เพราะครั้งหนึ่งเราก้อเคยเป็นหนึ่งในหลายๆคนที่ต้องการงานที่มีรายได้สูงปรี๊ดดดด งานสบาย...เดินทางสะดวกมาก่อน เลยเข้าใจดี)
มาวันนี้ที่ประเทศอเมริกา บริษัทใหญ่รับตุ๊กติ๊กเข้าร่วมงานในตำแหน่ง Sound Engineer ซึ่งแน่นอนว่าเราก้อต้องควบคุมระบบเสียงให้ทำงานสอดคล้องกับทีมงานอื่นๆซึ่งนั่นก้อคือ ทีม Lighting Designer, ทีมภาพ, และทีมวีดีโอ.
ใช่ค่ะ!! อ่านมาไม่ผิดเลย.. เค้ารับเราทั้งที่ทราบว่าไม่เคยมีประสบการณ์ทางด้านนี้มาก่อนเลย ทำไมนั่นเหรอค่ะ มาค่ะ ตุ๊กติ๊กจะเล่าให้เพื่อนๆฟังว่าเค้ามีตรรกะอย่างไรในการคัดสรรพนักงาน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ Reputation / Connection ตามที่เกริ่นไว้ด้านบน และมันแตกต่างอย่างไรกับบ้านเรา
เอาที่เรื่อง Reputation กันก่อน ตุ๊กติ๊กโชคดีมากที่ครอบครัวสามีเคยทำเรื่องดีดีไว้เลยเป็นที่รู้จักของคนส่วนมากโดยเฉพาะคนที่ใช้ชีวิตในเมืองจะรู้จักครอบครัวเราดี ส่วนเรื่อง Connection นั้นต้องขอบคุณสามีที่ทำให้ประตูบานแรกเปิดออกมา จนเรามีโอกาสเข้าไปพูดคุยกับผู้มีอำนาจโดยตรง มีการทำบททดสอบตามระบบเหมือนคนอื่นๆ จากนั้นก้อผ่านเข้ามาเรื่อยๆจนมาถึงด่านสุดท้ายนั่นคือด่านวัดใจ คือการประเมินทัศนะคตินั่นเอง ซึ่งคะแนนด่านนี้จะเยอะกว่าด่านอื่นๆ แปลกมากค่ะ แต่สุดท้ายก้อผ่านค่ะ
ก่อนกลับก้อได้มีโอกาสซักถามเพิ่มเติม เพราะจากประสบการณ์เรากว่าจะได้แต่ละงานมันยากมากนะคะ ตุ๊กติ๊กเลยถามเค้าว่าอะไรเป็นเหตุผลให้คุณรับเราเข้าทำงาน คำตอบก้อคือ "ทักษะการทำงานที่ดีเยี่ยมนั้นยังไงก้อฝึกฝนได้ แต่ทัศนะคติที่ดีนั้นอาจจะยากเกินไปหรืออาจต้องใช้เวลามากกว่าข้อแรก และเราก้อพบว่าคุณมีทัศนะคติในแบบที่เราต้องการ..ส่วนเรื่องการทำงานทีมงานของเราจะเทรนคุณเอง ยินดีต้อนรับเข้าสู่ครอบครัว (ชื่อบริษัท)"
ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าวันนี้องค์กรใหญ่ๆเริ่มเน้นเรื่องทัศนะคติเป็นอันดับต้นๆ แล้วดังนั้นถ้าใครที่มีความรู้ความสามารถดีเยี่ยมอยู่แล้วตุ๊กติ๊กก้ออยากให้เสริมในเรื่องของการมี Positive Thinking เข้าไปด้วยนะคะ อย่างน้อยก้อได้กับจิตใจของเรา คิดดีทำดีไม่ต้องรอให้ใครเห็น เพราะเราเองที่เป็นคนเห็นและมีความสุขกับมัน.
ขอบคุณค่ะ
ตุ๊กติ๊ก