สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน
มาล้าวววววววววววว..... มาล้าววววววววววววว..... กลับมาพบกันอีกล้าวววววววววววว..... มาพร้อมกับสายฝนอันชุ่มฉ่ำ ที่ภูเก็ตฝนตกติดต่อกันมา 4 วันแล้ว บัวซักผ้า 3 วันแล้ว ผ้ายังไม่แห้งเลยค่ะ แง.....แง...... ทั้งฝนและคลื่นทะเลซัดปราสาททรายของนายกตู่พังไม่เป็นท่าแล้วตอนเน้..... โรงเรียนในจังหวัดภูเก็ตก็โดนสั่งปิดหมดทุกโรงเรียน ตั้งแต่วันที่ 12-23 เดือนนี้ โรงเรียนไหนฝ่าฝืนคำสั่งโดนลงโทษแน่นอน แต่ยังไม่ล็อคดาวน์จังหวัด เมื่อก่อนติดแค่วันละคนเล่นล็อกดาวน์ตำบลกันเลยทีเดียว แต่ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้ายังไม่ปิดนะ
วันเน้..... กลับไปซื้อกระบะทรายของแมว ที่เมื่อวานดูแล้วไม่ยอมซื้อ บัวนี่แหล่ะค่ะไม่ยอมให้คุณสาซื้อ เพราะคิดว่าในลาซาด้า หรือช้อปปี้อาจจะถูกกว่าที่ร้าน แต่ปรากฏว่ากลับมาถึงบ้าน เข้าไปดูทั้งในลาซาด้า และช้อปปี้ ไม่มีแบบที่อยากจะได้ แล้วกระบะทรายที่มีอยู่สองอัน รู้สึกว่ามันเล็กไปแล้ว วันนี้ก็เลยต้องกลับไปซื้อกระบะทรายอีกครั้ง นี่แหล่ะวิถีทาส
ตอนไปซื้อกระบะทรายแถวในเมืองหาที่จอดรถยากม๊วกกกกก..... ก็เลยจอดรถไกลจากร้านพอสมควร ตอนลงจากรถหันไปเห็นร้านก๋วยเตี๋ยวเรือพอดี แหม่!!!!..... มันช่างเหมาะเจาะกับช่วงเวลาพอดิบพอดี ท้องกำลังร้องเรียกหาอาหารพอดี คุณสาก็เลยพาไปกินก่อนจะไปซื้อกระบะทราย
ร้านเขากว้างขวางมากเลยทีเดียว มีที่จอดรถด้วย ถ้าเทียบว่าในเมืองที่แออัด ที่เท่าแมวดิ้นตาย
ที่ร้านก็นั่งได้ทั้งข้างนอกและในร้าน แต่บัวเลือกนอกร้าน อากาศจะได้ถ่ายเทได้สะดวก
บรรยากาศด้านหน้าร้าน พนักงานที่ร้านเยอะพอสมควรเลย
ก๋วยเตี๋ยวเรือชามมันต้องเล็กๆ เขาขายชามละ 20 บาท เห็นก๋วยเตี๋ยวเรือแล้วคิดถึงตอนขายก๋วยเตี๋ยวขึ้นมาเลยค่ะ คุณสาบอกว่าสั่งก๋วยเตี๋ยวเหมือนตอนที่เธอทำให้ฉันหน่อย คือนางชอบกินเส้นบะหมี่เหลืองแห้ง เวลาบัวทำให้กิน นางกินเกลี้ยงไม่เหลือเลย นางบอกก๋วยเตี๋ยวเรือบัวอร่อยที่สุด บัวก็เลยสั่งบะหมี่แห้งมาให้นาง ส่วนบัวก็ลองสั่ง เส้นหมี่ เส้นใหญ่ และวุ้นเส้นมาลอง
บัวลองคำแรก คือยังไม่ปรุง เพราะก๋วยเตี๋ยวเรือส่วนใหญ่แล้ว แม่ค้าเขาจะปรุงมาให้แล้ว อื้มอือ!!!!.... รสชาติจัดจ้านม๊วกกกกกก..... ความเผ็ดนี่แสบไปถึงท้องเลย นี่แค่คำแรกนะ แต่หอมพริกคั่วมาก ทำให้นึกถึงตอนกินก๋วยเตี๋ยวเรือครั้งแรกเมื่อ 20 ปีที่แล้วเลยอ่ะ ตอนนั้นบัวทำงานอยู่ที่โตชิบา แถวสนามบินน้ำ บัวพักอยู่กับพ่อและอาแถวท่าน้ำนนท์ พอเลิกงาน เพื่อนชวนไปกินเตี๋ยวเรือที่อยู่ตรงบริเวณท่าน้ำนนท์ ทางเดินที่จะขึ้นเรือเลยค่ะ กินครั้งแรกคือมันอร่อยม๊วกกกก..... ฟินมาก อธิบายความอร่อยไม่ถูก หรืออาจจะเป็นเพราะเราเด็กบ้านนอกไม่เคยได้กินอะไรแบบนี้ ก็เลยรู้สึกว่ามันอร่อย หลังจากนั้นเลิกงานก็ไปกินทุกวัน แล้วจู่ร้านเตี๋ยวเรือร้านนี้ก็หายไปเฉยๆ ย้ายไปไหนก็ไม่รู้ บัวก็ตามหา ทุกวันนี้ยังจำรสชาตินั้นได้อยู่ไม่เคยลืม พอมาเจอร้านนี้ เออ!!!..... รสชาติมันใกล้เคียง ขนาดไปกินเตี๋ยวเรืออนุสาวรีย์ที่ว่าชื่อดัง บัวยังว่าไม่อร่อยเท่าร้านที่ท่าน้ำนนท์เลย
เขามีกากหมูแบบติดเนื้อนิดๆ ด้วย ถ้วยละ 15 บาท
มีเตี๋ยวเรือมันต้องมีขนมถ้วย มันของคู่กัน บัวก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นขนมถ้วย ตามความคิดของบัวแล้วคิดว่า
อาจจะเป็นเพราะกินเตี๋ยวเรือร้อนๆ เผ็ดๆ แล้วใช้ขนมถ้วยดับความเผ็ดหรือเปล่า อันเน้.... เดาค่ะ 555
ตบท้ายด้วยลอดช่องวัดเจษขึ้นชื่อ
คุณสาสั่งผัดซีอิ้วด้วย ซึ่งนางกินไปแค่คำเดียว นางบอกไม่อร่อย ทางเจ้าของร้านก็เลยห่อใส่กล่องกลับบ้านให้ด้วย
ส่วนบัวฟาดเรียบทุกอย่าง ส่วนเส้นบะหมี่แห้งของคุณสา นางบอกว่าไม่อร่อย สู้บัวทำไม่ได้ นางว่างั้น 555 ตอนแรกว่าจะกลับไปกินตอนไปรับลูกที่โรงเรียน ปรากฏว่าโรงเรียนปิด 2 สัปดาห์ ก็เลยไม่รู้ว่าจะได้กลับไปกินอีกเมื่อไหร่
ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ให้กันเสมอมา
แล้วเจอกันโพสต์หน้าจ้า เลิฟนะยู้วววว....