สวัสดีตอนสายใกล้เที่ยงค่ะ วันนี้เป็นวันที่ดีมาก วันที่ 9 เดือน 9 เป็นวันที่ลูกช้างมช.จะเดินขึ้นดอยกัน
ทำไมต้องเดินขึ้นดอยหรือคะ ก็เพราะว่า
รับน้องขึ้นดอย เป็นประเพณีที่นักศึกษาน้องใหม่ นักศึกษาปัจจุบัน รุ่นพี่ จะร่วมกันเดินเท้าขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ เพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งยังเป็นการแสดงถึงความสามัคคี และสร้างความสัมพันธ์อันดีให้กับหมู่นักศึกษา นักศึกษาแต่ละคณะจะแต่งชุดประจำคณะแตกต่างกันไป
เมื่อ 30 ++ ปีที่แล้ว เค้าไม่ได้แต่งชุดสวยงาม พวกเราใส่เสื้อม่อฮ่อม พอเหงื่อออกที ไหลออกมาเป็นสายสีน้ำเงินกันเชียว
ปกติวันนี้ทุกปีอากาศจะครึ้ม ไม่ร้อน แต่ปีนั้นเมื่อในอดีต ทำไมร้อนสุดๆ แดดแรงจ้า ไม่มีสายฝนมาชะโลมกันเล้ย เหมือนต้องการให้สาวผิวขาวอย่างพวกเราเปลี่ยนเป็นสีแทนกันซะบ้าง
แรกๆก็ยังคุยกันกระหนุงกระหนิง เดินบ้าง วิ่งบ้างแล้วแต่อารมณ์รุ่นพี่ปี 3 ว่าจะเอายังไง คึกขึ้นมาก็วิ่ง
ต่อมาก็เริ่มหอบ เงียบ ไร้ซึ่งเสียงเมาส์มอย
เที่ยงก็จะเป็นลม พอดีได้เวลาอาหาร มันช่างเป็นข้าวกระเพราที่อร่อยที่สุดในโลก กินเวลาปกติก็อร่อยอยู่แล้ว แต่พอกินเวลาเหนื่อยและหิวนี่มันช่าง อรรถรสจริงๆค่ะ
พอถึงโค้งสุดท้าย
รุ่นพี่ : น้องครับ (ตะโกนมาอย่างดังเพื่อบิ้วท์อารมณ์) โค้งนี้เป็นโค้งสุดท้ายแล้ว เราต้องจับมือกันไว้ให้แน่ เราต้องดึงกันไปจนผ่านโค้งนี้ไปให้ได้ เราต้องรักและสามัคคีกัน เราต้องบลาๆๆๆๆๆๆ
เราและเพื่อน : มันช่างฮึกเหิมดีแท้ โค้งนี้แหละจะต้องมีผู้ชายมาดึงสาวสวยอย่างพวกเราขึ้น เอาค่า จับมือกันไว้
เราและเพื่อน : เฮ้ย ผู้ชายอยู่ไหน สุดท้ายทำไมเป็นเราจับมือกันเอง 4-5 คนล่ะเนี่ย
หันไปดู เค้ากำลังไปจับมือหญิงสาวรูปร่างบอบบางทั้งหลาย
พอวิ่งขึ้นไป ยังไม่พ้นโค้ง เพื่อนผู้ชายทรุดคร่า สุดท้ายเพื่อนเราที่มือซ้ายจับเรา ต้องเอามือขวาไปเอื้อมจับผู้ชายเหล่านั้น พร้อมกับขบวนแม่หญิงที่จับกันมาเป็นขบวนขึ้นมาด้วย
เราและเพื่อน : เฮ้อ พวกเราแกร่งเกินไป ไม่น่าเลย
พอไปถึงต้องไปนั่งรอที่บันไดนาค ก็มีการแสดงเล็กๆน้อยที่ซุ่มซ้อมกันมาพองาม ระหว่างนั่งรอ เพื่อนเราก็เด้งตัวขึ้นมา
เรา : เฮ้ย เป็นอะไรแก
เพื่อน : ชั้นสุกละแก แกเคยเห็นขนมปังปิ้งมะ พอมันสุกมันก็เด้งออก ตอนนี้ชั้นเกรียมได้ที่ละแก
ปล. บอกแล้วว่าอากาศมันร้อน อีกวันนอนตายจนเย็น