1 มีเศรษฐีคนหนึ่งชื่อว่า จูฬเศรษฐี ออกเดินทางไปเฝ้ากษัตริย์ ระหว่างทางได้เกิดญาณรู้ล่วงหน้าว่าจะมีเศรษฐีคนใหม่เกิดขึ้น และได้เห็นหนูตายตัวหนึ่งบนถนน จึงได้พูดลอยๆ ว่า “ผู้ใดอยากเป็นเศรษฐี จงหาประโยชน์จากหนูตายตัวนี้เถิด” ขณะนั้นมีชายยากจนคนหนึ่งได้ยินเข้าด้วยสติปัญญาจึงรู้ว่าเรื่องนี้ต้องมีความสำคัญเป็นแน่ เขาได้นำหนูตายนั้นไปเร่ขายให้กับชาวบ้าน และมีคนซื้อหนูตายไปเลี้ยงแมวที่บ้าน เขาขายได้เงิน 1 กหาปณะ
2 เมื่อเขาได้เงินมาแล้ว จึงคิดหาทางทำเงินนี้ให้เพิ่มขึ้น เขานึกขึ้นได้ว่า แถวนั้นมีชาวสวนเก็บดอกไม้และช่วงเวลาที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน เขาจึงน้ำเงิน ไปซื้ออ้อย ตัดเป็นท่อน นำไปต้มน้ำ ได้น้ำอ้อยออกมา แล้วเอาไปเลี้ยงชาวสวนด้วยความสุภาพ ชาวสวนได้ดื่มกินแล้ว แก้กระหายได้เป็นอย่างดี ชาวสวนจึงแบ่งดอกไม้คนเล็กละน้อยให้กับชายยากจนนั้นและเขาก็นำดอกไม้ที่ได้ไปขายตลาด เมื่อได้เงินมาแล้ว เขาก็เอาไปซื้ออ้อยได้มากขึ้นอีก แล้วเขาก็เอาอ้อยไปต้มได้น้ำอ้อยออกมาเหมือนเดิม และนำไปให้ชาวสวนได้ดื่มกินเหมือนเดิม ชาวสวนเมื่อดื่มกินแก้กระหายแล้วก็ดีใจได้แบ่งดอกไม้ให้กับชายยากไร้นั้น เขาก็เอาดอกไม้ไปขายเหมือนเดิม ทำแบบนี้เรื่อยๆ จนสามารถเก็บเงินได้มากขึ้น จนได้เงิน 8 กหาปณะ
3 วันหนึ่งมีลมพายุพัดกิ่งไม้หักโค้นหลายต้น ชายยากไร้นั้น ได้ไปติดต่อเจ้าของสวนไม้ว่า "เจ้านายข้าขอไม้นี้ไปทำประโยชน์ได้หรือไม่" เจ้าของสวนไม้บอกว่า "นำไปได้เลย เพราะต้องการหาคนเอาไปทิ้งอยู่แล้ว" ชายยากไร้นั้นดีใจมาก จึงได้ชวนเด็กๆ แถวนั้นที่เลี้ยงวัวอยู่ มาช่วยกันเก็บขนกิ้งไม้ ออกไปวางไว้ริมถนน โดยมีน้ำอ้อยให้เป็นสินน้ำใจ ขณะนั้น มีช่างปั้นหม้อสัญจรผ่านทางมาพอดี เขาจึงขอซื้อไม้นั้นทั้งหมด ชายยากจนนั้นขายไม้เป็นเงิน 16 กหาปณะ (ตอนนี้เขามีเงินเก็บ 24 กหาปณะแล้ว )
4 เขาได้คิดหาหนทางที่จะทำเงินนี้ให้เพิ่มพูนขึ้นอีก เขาคิดใช้วิธีการแบ่งปัน การมีน้ำใจไมตรี และเสียสละ และใช้วิธีนี้กับพ่อค้าหาบหญ้า ชายยากไร้ได้เริ่มทำความรู้จักกับพวกพ่อค้าหาบหญ้า โดยวิธีการหาน้ำใส่โอ่งแล้วไปตั้งไว้ที่ประตูทางเข้าออกเมือง พอพวกพ่อค้าหาบหญ้าขาย มาถึง ชายยากไร้จึงเรียกพ่อค้าด้วยเสียงที่จริงใจไพเราะอ่อนโยนว่า "พวกท่านมาเหนื่อยๆ มารับน้ำดื่มฟรีจากเราเถิด" พวกพ่อค้าได้ยินก็ต่างพากันมาดื่มน้ำฟรีนั้นด้วยความกระหาย และชมเชยชายยากจนนั้นว่า "เจ้าเป็นคนดีมีน้ำใจ ต่อไปถ้าเจ้ามีสิ่งใดให้พวกเราช่วย ขอให้บอกพวกเราได้เลย" ชายยากไร้จึงตอบว่า "ขอบคุณขอรับ กระผมอาจจะมีเรื่องให้ท่านช่วยบ้าง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร"
5 ด้วยความที่ชายยากไร้เป็นคนดีมีน้ำใจ ถ่อมตน พูดจากไพเราะ และโดยเฉพาะได้แสดงน้ำใจกับพวกพ่อค้าทั้งทางบกและทางน้ำด้วย ไม่ว่าเขาจะไปทางไหน ทุกคนต่างพร้อมให้ความช่วยเหลือเขา
6 ต่อมาเขาได้ทราบข่าวจากเพื่อนพ่อค้าว่า "พรุ่งนี้ จะมีพ่อค้าม้า นำม้ามาจำนวน 500 ตัว" เขาถึงได้ไปปรึกษากับเพื่อนพ่อค้าหญ้าว่าจะมีพ่อค้าม้านำม้ามา เราจะขอซื้อหญ้าจากท่านคนละฟ่อน และได้โปรดช่วยเรา พรุ่งนี้ อย่าพึ่งขายหญ้าให้กับใครจนกว่าเราจะขายหมด เพราะเราพึ่งขายหญ้าเป็นครั้งแรก ชายยากไร้นั้น ได้หญ้าทั้งหมด 500 ฟ่อน และเพื่อนพ่อค้ารับปากว่าจะไม่ขายก่อน
7 เช้าวันต่อมา พวกพ่อค้าม้านำม้ามาถึง สิ่งแรกที่ต้องทำคือ จัดหาหญ้าให้ม้ากิน แต่ปรากฏว่าไม่มีใครขายหญ้าให้เขาเลย จนไปถึงชายยากไร้นั้น พ่อค้าม้าจึงขอซื้อหญ้าจากเขาทั้งหมด ชายยากไร้นั้น ขายหญ้าได้ 1,000 กหาปณะ ( ตอนนี้มีเงินเก็บ 1,024 กหาปณะแล้ว )
8 วันต่อมา เขาได้ข่าวจากเพื่อนพ่อค้าอีกว่า จะมีเรือสินค้าจำนวน 500 ลำ มาถึงเมือง ชายยากไร้นั้น จึงได้นำเงิน 8 กหาปณะ ไปเช่ารถของเศรษฐีและเหล่าบริวาร พร้อมทั้งเครื่องแต่งตัวอย่างดี ลงไปที่ท่าเรือนั้น เขาได้วางมัดจำเพื่อซื้อสินค้าบนเรือที่จะมาไว้ทั้งหมดในราคาที่ถูก และจัดตั้งสำนักงานชั่วคราวไว้เพื่อสะดวกในการติดต่อซื้อขาย วันรุ่งขึ้นเรือสิ้นค้าเข้ามาเทียบท่า ชายยากไร้นั้นได้แต่งตัวภูมิฐานให้เหมาะสมกับเป็นพ่อค้าใหญ่ เข้าไปนั่งในห้องเจรจาแวดล้อมด้วยบริวาร และยังมีพ่อค้าใหญ่อื่นๆ มาร่วมเป็นหุ้นส่วนด้วย เพราะสินค้าได้ถูกมัดจำไว้กับชายยากไร้นี้หมดแล้ว
9 พ่อค้ารายย่อยต่างๆ จึงให้ความเชื่อถือ และร่วมลงทุนด้วยคนละ 1,000 กาปณะ จำนวน 70 คน ( 70,000 กหาปณะ ) และพ่อค้าทั้งหลายด้วยความที่ไม่มีสินค้าขาย จึงได้ต่อรองกับชายยากไร้นั้นให้ยอมขายหุ้นทั้งหมด โดยยินดีจะเพิ่ม ให้อีกคนละ 1,000 กหาปณะ รวมเป็นเงิน 140,000 กหาปณะ
10 เมื่อชายยากไร้นั้น ร่ำรวยแล้ว เขาได้คิดถึงเศรษฐีคนนั้นที่พูดถึงหนูตาย คิดว่าเราควรไปตอบแทบบุญคุณเศรษฐีท่านนี้ ที่เป็นผู้ให้ปัญญา ให้ข้อคิด ในการทำมาหากิน จนสร้างเนื้อสร้างตัวได้ จึงเดินทางไปแสดงมุทิตาคารวะท่าน จูฬเศรษฐี และได้นำเงินมอบให้ท่านครึ่งหนึ่ง ท่านจูฬเศรษฐีถามว่า เงินนี้ท่านได้แต่ใดมา ชายยากไร้นั้น จึงได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง
11 ท่าน จูฬเศรษฐี ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว จึงได้รู้ว่า ชายผู้นี้เป็นผู้มีคุณธรรมความดี มีปัญญา มีความเพียร จึงได้ยกลูกสาวให้แต่งงานด้วย ต่อมา ท่าน จูฬเศรษฐี ได้ตายลง ตำแหน่งเศรษฐี และกิจการทั้งหมดของเขา ก็ได้ยกให้แก่ชายยากไร้นั้น
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
“ผู้มีปัญญาเฉียบแหลมย่อมตั้งตัวได้ด้วยทรัพย์เพียงเล็กน้อย”
“ผู้มีกตัญญูกตเวที ย่อมเจริญ”
“ผู้หมั่นเรียนรู้ ซื่อสัตย์ กตัญญูกตเวที เป็นทางสู่ทางสู่ความเจริญ”