โดยปกติชาวพุทธเวลาทำบุญเสร็จแล้วก็จะกรวดน้ำเพื่ออุทิศบุญส่งไปให้แก่ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว
แต่โดยความจริงบุญที่ส่งไปส่วนใหญ่จะไม่ถึง เพราะในขณะที่เราอุทิศนั้น บุญที่แปลว่า เครื่องทำให้ฟูใจ ได้หมดลงแล้ว
ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดในการอุทิศบุญคือ ควรอุทิศในขณะที่การฟูใจยังคงปรากฏอยู่
เมื่อมีอาการฟูใจในขณะที่กำลังทำบุญ ให้รีบอุทิศผลบุญแห่งการฟูใจนั้นทันทีว่า ขอบุญนี้จงถึงแก่...
แต่ถ้าหากว่าในช่วงเวลาปกติยังไม่ได้ทำบุญอะไร เราก็สามารถระลึกบุญเก่าๆ ที่เคยทำมาแล้ว ให้เกิดการฟูใจยินดีในผลบุญนั้น
แล้วอธิฐานว่า ขออำนาจ พรพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ จงบันดาลบุญข้าจงถึงแก่...
ในกลุ่มของสิ่งที่เราจะอุทิศไปให้มีอยู่สามกลุ่ม
1 เทวดาประจำตัว 2 เปรต ผี ปีศาจ ยักษ์ นาค ครุฑ คนธรร กุมภัน ฯลฯ ที่เป็นญาติของเรา 3 นายเวรที่เราที่อยู่ใกล้และกำลังจะมาถึง
ผู้ให้ย่อมเป็นที่รักฉันใด การที่เราอุทิศบุญถึงสิ่งต่างๆ ที่กล่าวมา ก็ย่อมเป็นที่รักของเราและคอยช่วยเหลือเราเวลามีอุปสรรคต่างๆ
คำแปล บทที่พระให้พร
"ยะถา วาริวหา ปูรา ปะริปูเรนติ สาคะรัง
ห้วงน้ำที่เต็มด้วยน้ำ ย่อมไหลไปสู่สมุทรสาครให้เต็มฉันใด
เอวะเมวะ อิโต ทินนัง เปตานัง อุปะกัปปะติ
ทานที่ให้แล้วแต่ในโลกนี้ ย่อมสำเร็จแก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วฉันนั้น
อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหัง ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ
ขอสิ่งที่ท่านมุ่งมาดปรารถนาตั้งไว้ จงสำเร็จโดยพลันทันที
สัพเพ ปูเรนตุ สังกัปปาจันโท ปัญณะระโส ยะถามะณิ โชติระโส ยะถา
ความดำริทั้งปวงของท่าน จงเต็มบริบูรณ์เหมือนดวงจันทร์ในวันเพ็ญ 15 ค่ำ
และเหมือนแก้วมณีโชติ อันให้สำเร็จประโยชน์ทั้งปวงฉันนั้น
สัพพีติโย วิวัชฌันตุ
ขอความเสนียดจัญไรทั้งหลาย จงผ่านพ้นไป
สัพพะโรโค วินัสสะตุ
ขอโรคทั้งปวงของท่านจงพินาศหายไป
มา เต ภะวัตวันตะราโย
ขออันตรายอย่าได้มีแก่ท่าน
สุขี ทีฆายุโก ภะวะ
ขอท่านจงมีความสุขยืนนาน
อะภิวาทะนะสีลิสสะ นิจจัง วุฒาปะจายิโนจัตตาโร ธัมมาวัฑฒันติ อายุ วัณโณ สุขัง พลัง
พรทั้งสี่ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พะละ ย่อมเจริญแก่ผู้มีปกติกราบไหว้ และเคารพต่อผู้ใหญ่เป็นนิจ