1. มีสติระลึกรู้ รู้สึกถึงความรู้สึกที่เกิดกับร่างกาย ในขณะที่ร่างกายมีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง เช่น เวลาเดินเท้ากระทบพื้นจะเกิดความรู้สึกขึ้นที่ฝ่าเท้า ก็รู้ความรู้สึกนั้น เพียงแค่รู้สึกได้ เพียงแค่รู้สึกถึงความมีอยู่ก็พอ ไม่ต้องเพ่ง ไม่ต้องจ้อง ไม่ต้องบังคับ
2. ถ้าหลงลืมขาดสติคิดเพลินใจลอยไปเรื่องอื่นนอกจากกาย ก็ปล่อยมัน ไม่ต้องห้ามมัน เดี๋ยวมันก็กลับมา แรกๆอาจจะนานหน่อย
3. ฝึกสติแบบนี้ให้ติดต่อ ต่อเนื่องในทุกวันๆ จากที่เผลอลืมตัวไปนานๆ ก็จะรู้สึกตัวมีสติได้เร็วขึ้น ๆ
4. เมื่อฝึกได้สมบูรณ์แล้ว จากสติ เพียงเล็กน้อย จะเกิดเป็นสัมปะชัญญะ หรือความรู้สึกตัวทั่วพร้อม ครอบคลุมกายและใจอยู่
5. เมื่อมีจิตตั้งมั่น รู้สึกตัวทั่วพร้อม เป็นอัตโนมัติ จะเห็นการเกิดดับของอารมณ์ความคิด ความรู้สึกต่างๆ ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
6. เมื่อเห็นอารมณ์ความคิดความรู้สึกต่างๆ เกิดดับเปลี่ยนแปลงมากๆ เข้า จิตที่เป็นผู้รู้อยู่เห็นอยู่นั่น จะหมดความดิ้นรน หมดการแสวงหา หมดความทะยานอยาก เป็นกลางรู้อยู่เฉพาะตน
7. และเมื่อมีโอากาศทีลงตัวมาถึง จิตจะปล่อยความยึดถือในความเป็นตัวตนของตน จะเหลือแต่ธรรมชาติธาตุรู้ ที่ปราศจากตัวตน หรือนิพพานในที่สุด