สวัสดีค่ะ เพื่อนชาว steemit & busy,
กลับมาเขียนเป็นครั้งที่ 2 หลังจากห่างหายไปนาน ก็มีเพื่อนๆ แวะเข้ามาทักทาย ฝากความคิดถึงกันถ้วนหน้า พร้อมทั้งอวยพรให้กลับรีสอร์ทใหม่ที่วิกับสามีได้ทำด้วยกันแบบเต็มตัวเสียที หลังจากฉีกร่างและขาไปอยู่ทั้งที่รีสอร์ทเก่าและใหม่ พอได้ย้ายออกมาจากรีสอร์ทเดิม "พารากอน สปา รีสอร์ท" ที่เราใช้ชีวิตกินอยู่ทำมาหากินที่นั้น รวม 3 ปีเต็มๆ ก็มีความรู้สึกใจหาย เพราะเป็นสถานที่มีความทรงจำที่มีคุณค่าให้กับวิและสามี ที่เราได้ผ่านช่วงเวลาที่ดีและร้ายมาด้วยกัน เป็นสถานที่เริ่มต้นชีวิตคู่และธุรกิจด้วยกันของวิและสามี วิคงไม่มีทางลืมสถานที่แห่งนี้อย่างแน่นอน ตอนนี้ก็ยังมีความรู้สึกเศร้าและเหงาหน่อยๆ ยังไม่ค่อยคุ้นชินกับรีสอร์ทใหม่ "ซาม่า รีสอร์ท เกาะพะงัน" ที่วิย้ายเข้ามาอยู่อาศัยได้ยังไม่ถึง 1 อาทิตย์ เพราะทั้งใหญ่กว่า โล่งกว่า บรรยากาศคนละแบบกันเลยค่ะ คิดว่่าพออยู่ไปสักระยะก็คงจะชินค่ะ เพราะสวยและดี ต้องรีบบอกต่อกันเลย 555
ช่วงนี้ชีวิตวิก็ถือว่าไปได้ค่อนข้างดี ถึงจะมีอุปสรรคบ้าง แต่ก็อยากจะบอกว่าทุกคนที่เกิดมาก็ต้องเผชิญและเจอะเจอกับปัญหาและอุปสรรค ไม่มากก็น้อย ตั้งแต่เราลืมตาเกิดออกมาจากท้องแม่แล้วค่ะ ดังนั้นถ้าตอนนี้ใครเกิดท้อแท้หรือรู้สึกว่าทำไมต้องเป็นแค่ตัวเราที่ซวยหรือมีปัญหาตลอด อยากจะบอกว่าทุกคนก็มีเหมือนกันนี้แหละค่ะ แต่อาจจะใหญ่เล็กไม่เท่ากัน มันคือรสชาติของชีวิตเราก็สู้ๆ กันต่อไปนะค่ะ เป็นกำลังใจให้กันและกันนะค่ะ
เนื่องจากตอนนี้วิย้ายเข้ามาทำงานที่ ซาม่า รีสอร์ท อย่างเต็มตัว แต่เราก็มีการจ้างงานพนักงานทุกแผนก ทั้งพนักงานต้อนรับ, ครัว , แม่บ้าน , ช่างและคนสวน รวมๆ แล้วก็ 15 คน ไม่ใช่ว่าวิขี้เกียจไม่อยากทำงานเองนะค่ะ แต่ที่เราต้องจ้างพนักงานจำนวนเท่านี้ เนื่องจากขนาดรีสอร์ทค่อนข้างใหญ่ ประมาณ 4 ไร่ แล้วเป็นทางขึ้นชันจากหาดมาถึงด้านบน เวลาเดินขึ้นลงก็เอาเรื่องเหมือนกันนะค่ะ มีหอบได้ 555 แล้วมีห้องทั้งหมด 23 ห้องพัก ดังนั้นถ้าเราจ้างลูกน้องน้อยเพราะพึ่งเปิดอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีมากนัก เพราะลูกน้องก็คงลาออกหนีไปหมดก่อนลูกค้าจะมาพักเต็มรีสอร์ท เนื่องจากแค่เดินขึ้นลง ถือกระเป๋า หอบของไปทำความสะอาด เก็บกวาดต้นไม้ใบหญ้าก็เหนื่อยเหมือนกัน อีกอย่างวิกับยานนิค ต้องการที่จะสอนเด็กทีเดียวไปเลยค่ะ ถ้าใครดีเราก็ให้อยู่ต่อ ใครไม่ดี ไม่ไหวก็แยกย้ายกันไปทำงานที่อื่นแทนค่ะ ถึงขนาดว่ามีลูกน้องค่อนข้างเยอะ จากเดิมมีแค่ 6 คนเพิ่มมา 15 คน วิกับสามีก็ต้องมาดูแลในช่วงกะดึกแทนบางครั้ง เพราะบางทีลูกน้องขอลากลับบ้านที่บนฝั่งบ้าง หรือไม่สบาย เราก็ต้องมีหน้าที่มานั่ง stand by เผื่อลูกค้าเกิดปัญหาในตอนกลางคืน ก็นั่งอยู่กับสามีถึง 22.00 น. แล้วก็ปิดไฟ กลับไปนอนที่ห้องพักในรีสอร์ทนี้แหละค่ะ ง่ายๆ สบายๆ งานที่วิทำไม่หนักแต่ต้องลากยาวค่ะ
ในส่วนกลางวันวิจะให้เด็กๆ เค้าทำงานกันเอง ได้ทำงานกันได้เต็มที่ เวลาเค้ามีปัญหา หรือเกิดการทำงานผิดพลาดเราก็จะเห็นได้เร็วและง่าย ถ้าวิมานั่งเฝ้าช่วงเช้าหรือกลางวัน จะกลายเป็นวิมานั่งจับผิดหรือเราจะเผลอไปทำแทนเด็ก กลายเป็นเค้าก็จะรู้งานได้ช้า เราอยากให้เค้าทำงานแบบ on the job training แต่วิกับยานนิคก็เดินไปเดินมาบ้าง พอเป็นพิธีให้เด็กๆ ได้ตื่นตัวและตั้งใจทำงาน ที่ผ่านมาก็ไม่มีปัญหาอะไร ลูกค้าชมว่าพนักงานกระตือรือร้น, มีมารยาทที่ดีและพร้อมช่วยเหลือตลอด วิกับยานนิคก็ไม่ได้ชะล่าใจก็ยังคอยสอดส่องดูแล แต่เราอยากให้เค้าทำงานแบบผู้ใหญ่มีความรับผิดชอบ ไม่ใช่ทำงานแบบเด็กๆ ขายของเล่น ให้เค้าได้ลองใช้ความรู้ความสามารถ และที่สำคัญสามารถเสนอแนะความคิดดีๆ ให้กับเจ้านายได้ด้วย ไม่ใช่แต่รอให้ทางเจ้านายสั่งอย่างเดียว
จากที่บอกว่าช่วงกลางวัน ส่วนมากลูกน้องจะทำมากกว่าเจ้านาย และเกาะพะงันก็เป็นเกาะที่รถไม่ติด ไม่มีห้างสรรพสินค้า หรือสถานบันเทิงอะไรเลย ทำให้วิมีเวลาช่วงกลางวันค่อนข้างเยอะมาก จนบางทีก็เยอะเกินไป ถึงวิจะมีร้านเสื้อผ้าเปิดอยู่ แต่ตอนนี้วิให้แม่ดูแลร้านอย่างเต็มที่และแม่ก็ทำได้ดีและก็มีความสุขที่ได้ทำ ส่วนวิก็มีหน้าที่หาสินค้า กำหนดราคา วิก็เลยไม่ต้องไปจุกจิกจู้จี้ที่ร้านมากเกิน และวิก็คิดว่าแม่ทำหน้าที่ได้ดีมากๆ ทั้งการดูแลร้าน การบริการ และมารยาทในการพูดคุยกับลูกค้า ถึงไม่ได้ภาษาอังกฤษมากมาย แต่แม่ก็สื่อสารและทำให้ลูกค้าประทับใจจนต้องกลับมาซื้อเสื้อผ้าประจำ เพราะสำหรับวิถึงเสื้อผ้าของทางร้านจะสวยและไม่เหมือนร้านอื่น แต่ถ้าการบริการห่วยแตก วิก็คิดว่าลูกค้าคงหนีหมด แต่ของร้านวินี้ทั้งเสื้อผ้าสวยพนักงานขายก็ดี มันมีแต่เลิศกับเลิศ (โอ๊ยขอโม้หน่อยเถอะ 555 อย่าถือสาหมั่นไส้กันนะค่ะ)
ประกอบกับวิกับสามีไม่มีลูก และคิดว่าคงไม่มีแล้วค่ะ เนื่องจากอายุวิก็จะไปหลักสี่แล้ว ก็เลยคิดว่าเลยวัยที่จะต้องเป็นคุณแม่แล้ว เลยทำให้เวลาวิเหลือเยอะแยะเกินไป 555 มีช่วงหนึ่งก็ทำให้วิเบื่อๆ ว่าเราควรจะทำอะไรดีไหม ก็เลยลองเปิดหาทำงานพาร์ทไทม์ บนเกาะพะงัน เพราะวิก็อยากรู้ว่าบนเกาะนี้นอกจากธุรกิจ รีสอร์ท สปา ร้านอาหาร เสื้อผ้า แล้วยังมีธุรกิจอะไรที่น่าสนใจ วิก็อยากจะรู้ไว้เป็นความรู้ให้กับตัวเอง ก็เลยได้งานทำที่ บ้านภาษา เป็นงานที่ทำแค่ 5 ชั่วโมงครึ่ง ทำงานตอนสายๆ เลิกบ่ายกว่าๆ ไปทำงานเป็นฝ่ายต้อนรับ ให้ข้อมูลให้กับคุณพ่อคุณแม่ที่พาลูกมาเรียนภาษาอังกฤษ วิจะเริ่มไปทำงานวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ค่ะ ก็มาดูกันว่าจะเป็นยังไง อยากใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และได้เงินด้วย ถ้าได้เริ่มงานแล้วจะบอกอีกทีนะค่ะ
วิเป็นคนไม่ชอบอยู่เฉยๆ อยากหาอะไรทำไปเรื่อยๆค่ะ เพราะถ้าอยู่นิ่งมากๆ เราจะติดนิสัยขี้เกียจแทน อย่างตอนนี้ก็ไม่ได้ออกกำลังกายเลย ต้องกลับมาเริ่มออกกำลังกายให้ตัวเองมีสุขภาพแข็งแรง และสร้างวินัยให้กับตัวเองเพิ่มขึ้น ไม่งั้นจะกลายเป็นคนเฉื่อยๆ เรื่อยๆ เกินไป อาจจะด้วยว่าบนเกาะพะงัน ไม่ได้มีบรรยากาศแบบเร่งรีบเหมือนในเมืองใหญ่ ค่อนข้างจะเอื่อย ๆ เรื่อยๆ สบายๆ วิก็เลยรู้สึกว่าตัวเองจะ slow life มากเกิน เลยต้องพยายามจะหากิจกรรมอะไรทำให้ได้มากที่สุด กลัวกลายเป็นคนขี้เกียจไปในทุกๆ เรื่อง 555
ถ้ายังไงมาคอยติดตามกันว่าวิจะสามารถสลัดความขี้เกียจออกไปได้ไหม และการได้กลับมาทำงานเป็นลูกน้องเค้าอีกครั้งจะเป็นยังไง ต้องคอยติดตามกันนะค่ะ
วันนี้ขอฝากรูปสวยๆ ที่ได้ตอนช่วงเย็นๆ หน้ารีสอร์ทวิให้กับเพื่อนๆ ดูแก้คลายเหงากันนะค่ะ
ขอบคุณค่ะ
วิ