ส่วนตัวแล้วผมไม่เคยคิดถึงเรื่องมีลูกเลยแม้แต่น้อย วันหนึ่งแฟนบอกว่าท้องครับคำว่าครอบครัววิ่งเข้าสู่ความคิดแรก “งานแต่งจึงเกิดขึ้นเพราะต้องทำให้ถูกต้อง” หลังจากนั้นก็ดูแลกันมาจนถึงวันที่เจ้าตัวเล็กจะออกมาเจอหน้า พ่อ-แม่ ครับ
วันนั้นประมาณเที่ยงคืนแฟนลุกเข้าห้องน้ำแล้วมีเลือดออกผสมกับเมือก(ไม่มีอาการปวดท้อง) จึงรีบพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลที่ฝากครรภ์ ก็มีคุณหมอ (เวรกลางคืน) ตรวจเช็คสอบถามอาการ เช็คประวัติอายุครรภ์แล้วถามว่า "จะคลอดเองหรือผ่าคลอด" แฟนก็บอกคลอดเองจึงส่งตัวขึ้นห้องรอคลอดครับ
พยาบาลห้องรอคลอดก็วัดความดัน ให้เปลี่ยนชุด ตรวจปากมดลูกว่าเปิดกี่เซ็น แล้วก็ให้ยาเร่งคลอดและคอยตรวจเป็นระยะถ้าใกล้คลอดพยาบาลถึงจะตามคุณหมอ ช่วงเวลาต่อจากนี้จะปวดท้องเพราะฤทธิ์ยาเร่งคลอดครับ
ระยะเวลาจากกลางคืนล่วงเลยผ่านมาเกือบจะสิบโมงเช้า คุณหมอแจ้งปากช่องคลอดเปิดแค่ 5 ซม. ผ่าเลยมั้ย (ตอนเช้าคุณหมอประจำตัวมาแล้ว) อยากเห็นหน้าลูกเร็วๆ และไม่ต้องทนปวดท้องจึงตัดสินใจผ่า และเซ็นเอกสารยินยอมครับ คุณหมอจึงทำการผ่าคลอดตอน 10.49 น.
หลังจากผ่าคลอดเอาเด็กออกมา “เด็กไม่ร้อง หายใจแผ่ว” หมอผ่าคลอดก็เย็บแผล หมอเด็กและพยาบาลก็ทำตามขั้นตอนของเขา
จากนั้นคุณหมอก็ส่งตัวเด็กไปห้องเด็กอ่อน และเข้าตู้อบเด็กอ่อน แล้วคุณหมอก็แจ้งว่า “น้องมีคะแนนตอนเกิดไม่ดี น้องไม่ร้อง หายใจแผ่ว แต่ตอนนี้น้องร้องแล้ว คุณพ่อไม่ต้องกังวลนะคะ”
(แฟนผมยังอยู่ในขั้นตอนเย็บแผล ยังไม่เห็นหน้าลูก)
เวลาหกโมงเย็นที่ห้องพักฟื้น(แฟนผม) คุณหมอแจ้งว่า “เด็กปลอดภัยแล้วนะคะ ตอนนี้อยู่ในตู้อบอยู่พรุ่งนี้เช้าเยี่ยมที่หน้ากระจกห้องเด็กอ่อนปลอดเชื้อได้” ผมกับแฟนก็ยิ้ม ดีใจมากและขอบคุณ คุณหมอ
เช้าของอีกวัน ผมรีบไปห้องเด็กอ่อนจะถ่ายรูปน่ารักๆ ของเจ้าตัวเล็กให้แม่ของเขาดู แต่ !!!
“คุณพ่อคะ ทำใจดี ๆ นะคะ หมอจะแจ้งให้ทราบว่าน้องมีอาการแทรกซ้อน ชัก เกร็ง กระตุก ต้องหาที่ส่งตัวรักษาด่วน เพราะอยู่ที่นี่ค่ารักษาแพงมาก เข้าตู้อบรักษาคืนเดียวก็หมื่นกว่าบาทแล้ว (รพ.เอกชนแถวอ้อมน้อย) หมอกำลังติดต่อขอส่งตัวน้องไปที่ โรงพยาบาลเลิดสิน (ICU เด็ก)”
ลืมตาดูโลกเพียงข้ามคืน ลูกผมต้องถูกส่งรักษาตัวที่ “ICU เด็ก ที่โรงพยาบาลเลิดสิน” คุณหมอให้ยากันชักใช้เวลา 8 ชม.ถึงหยุดชัก รักษาในตู้อบ ให้อ๊อกซิเจน เจาะไขสันหลังตรวจ และอื่นๆตามแนวทางการรักษา
ช่วงเวลาที่ลูกผมรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU คนเป็นแม่ก็ทำได้แค่อยู่บ้านปั๊มนมแช่ตู้เย็นเตรียมไว้ให้ลูก ตัวผมเองเลิกงานห้าโมงเย็นก็เอานมใส่กระติดน้ำแข็งไปส่งให้ลูกที่โรงพยาบาลเลิดสินทุกวัน ทุกครั้งที่ได้เห็นลูก
“ผมร้องไห้ น้ำตาไหลตลอดเวลา สงสารลูก บอกลูกให้สู้ พ่อกับแม่รออยู่”
12 วันผ่านไปได้รับแจ้งทางโทรศัพท์
"คุณหมอย้ายน้องไปห้องพักฟื้น ปลอดเชื้อ ให้พาคุณแม่ไปให้นมได้"
หลังเลิกงานผมพาแฟนไปเจอหน้าลูก คนเป็นแม่น้ำตาไหลขณะที่ป้อนนมลูกจากเต้าเป็นครั้งแรก
ผมขับรถจากพุทธมณฑลพาแฟนไปป้อนนมลูกหลังเลิกงานอยู่ 3 วันคุณหมอแจ้งว่า ผลตรวจเป็นไปในทางที่ดีน้องปลอดภัย สามารถกลับบ้านได้ (รวมระยะเวลารักษาตัวที่ โรงพยาบาลเลิดสิน 15 วัน) แต่ต้องติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด เพราะอาการชักมีผลกับระบบประสาท และสมอง
คุณหมอให้เข้าโครงการเด็กกลุ่มพิเศษ 2 ปีต่อเนื่อง ตรวจรักษาและวัคซีนพิเศษฟรีตลอด 2 ปีที่เข้าร่วม
พออายุ 1 ขวบ 9 เดือนคุณหมอก็นัดตรวจเช็คคลื่นไฟฟ้าสมอง ซึ่งผลออกมาน้องปกติดีไม่น่าเป็นห่วงครับ
ปัจจุบันน้องอายุสามขวบ-สี่เดือน น้องแข็งแรงดีมาก ไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ และยังเข้ารับการตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอที่โรงพยาบาลเลิดสินครับ
(หนูชื่อ เกรซ นะค๊าาา)
ถึงตอนนี้ก็มีน้องชายเพิ่มอีกคนนึงแล้วครับห่างกัน 13 เดือน ตอนมีคนนี้ก็กังวลกันทั้งคู่แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีครับ
(ผมชื่อ เกล้า น้องชายเพ่ เกรซ คร้าบผม)
เป็นยังไงบ้างครับเส้นทางสู่คุณพ่อมือใหม่ของผม ยาวมาก นึกถึงช่วงที่ยากลำบากแล้วก็น้ำตาก็ไหล ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบครับ
ขอบคุณที่โหวต และให้กำลังใจในคอมเม้นครับผม