สวัสดีค่ะชาว steemit ที่น่ารักทุกคน
วันจันทร์ วันเริ่มต้นของการทำงาน วันนี้รู้สึกเหนื่อยๆ
สมองที่เต็มไปด้วยเรื่องงานเต็มไปหมด
ระหว่างทางที่กลับห้องมองไปรอบๆ ตัวเองก็คิดถึงคำพูดนี้ขึ้นมา
(เขาป่าวเหงาน้าาาาา 5555)
::กรุงเทพฯ เมืองที่คนเหงามีมากกว่าเสาไฟ::
ระหว่างทางกลับบ้าน...บนรถโดยสารสาธารณะ 90 % ของคนที่อยู่บนรถ
ต่างก้มหน้ามองที่โทรศัพท์ บางคนใส่เครื่องช่วยฟัง (5555 หูฟังนั่นละ)
ต่างคนต่างอยู่ในโลกของตัวเอง
อืมมมมม!!!!!ที่พูดมาทั้งหมดเราก็ด้วย 5555
ทุกๆวัน กว่าเราจะเดินออกจากที่ทำงานได้คือต้องมืดก่อนไม่งั้นจำทางกลับห้องไม่ได้ 555
วันนี้ก็เหมือนกัน ขณะที่เดินออกมาจากตึกแบบอ่อนเพลียยยย
มองดูคนรอบๆ ตัวเอง ก็คิดถึงคำพุดนี้ขึ้นมา
::กรุงเทพฯ เมืองที่คนเหงามีมากกว่าเสาไฟ::
เพราะต่างคนต่างไม่มีใครสนใจใคร
ยืนรอรถกลับบ้านที่ป้ายรถเมเป็นหลายสิบคน แต่....ทุกคนต่างก้มหน้ามองโทรศัพท์
ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนอยู่ท่ามกลางการยืนทำสมาธิแบบหมู่คณะ อิอิ"
มองเสาไฟฟ้าข้างทางที่สว่างเรียงกันยาววววไปเหมือนไม่มีจุดจบ
จึงได้แต่เก็บภาพความเหงา ความโดดเดี่ยว กลางเมืองที่แสนจะวุ่นวายมาฝากเพื่อน steemit กันค่ะ
เชื่อว่า.....ต้องมีคนคิดว่า "นั่นแน่.......เหงาใช่ไหมลาาาาาา" (เอียงคอถาม 555)
ม่ายยยยยค่ะ แค่บรรยากาศพาไป 555555
หนึ่งวันกำลังจะหมดไปแล้ว ขอเป็นกำลังใจให้คนที่จากบ้านมาทำงานที่เมืองกรุงทุกคนน่ะค่ะ
ถ้าเหนื่อยเราก็พักก่อน มีแรงค่อยลุกขึ้นสู้ต่อ
ถ้าไม่ไหวให้มองดูคนที่อยู่เบื่้องหลังเรา นั่นละค่ะ คือ กำลังใจ ที่ดีที่สุด
อืมมมม ..... ว่าแล้วขอไปโทรหาพ่อกับแม่ก่อนน่ะค่ะ 5555
ขอบคุณมิตรภาพดีดีจากเพื่อนๆ Steemit ที่น่ารักทุกท่าน
ขอบคุณน้องแอร์ @kittima และน้องแจส
@miingjazz ที่ทำให้รู้จัก steemit
ขอบคุณทุกโหวตจากเพื่อนๆ แม้จะไม่รู้จักกันแต่ก็ยังโหวตให้เรา ขอบคุณจริงๆ ค่ะ
สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ พื้นที่ steemit ที่ให้มีโอกาสได้แบ่งปันเรื่องราว
เพราะมิตรภาพสวยงามเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะอะไร สถานที่ไหน
ฝากเนื่อฝากตัวด้วยน่ะค่ะ ขอบคุณค่ะ ชาว steemit ทุกคนอีกครั้งน่ะค่ะ มีอะไรแนะนำได้น่ะคะ
Thank you very, very much for reading
Thank you for support me
welcome to my abode