สวัสดีค่ะ สวัสดีคืนวันอาทิตย์
(จะย้ำทำไมเนี้ย 555)
พรุ้งนี้ หลายๆ ท่านรวมทั้งเราด้วยต้องไปทำงานกันแล้ว
หมดเวลาพักแล้วซิ หมดเวลาพักแล้วซิ
สู้กันต่อไปค่ะ ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ
ยังดีที่มีงานให้ทำเน๊อะ
ไม่ว่าจะงานอะไรก็แล้วแต่
ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญ มีค่าในตัวของมันเอง
จริงไหมค่ะ ..... :D
คิดว่า เพื่อนๆ น่าจะคุ้นๆ กับคำๆนี้ บางท่านอาจจะเข้าใจมากกว่าเราเสียอีก
จำได้ว่าตอนที่เมเริ่มทำงานใหม่ๆ มีพี่คนหนึ่งที่เมรักเคารพมากกกก
บอกว่าเราตลอดว่า "อย่าเป็นน้ำที่เต็มแก้ว"
พี่เขาบอกเราว่า
คนที่น้ำเต็มแก้ว คือ...คนที่เก่ง รู้ทุกอย่าง เป็นทุกอย่าง
จนไม่มีใครสามารถที่บอกอะไรเขาได้เลย
ไม่อยากได้คำแนะนำ คำสอน คำชี้แนะจากคนอื่น
อยากได้แค่คำเดียวคือ คำชื่นชมจากผู้อื่น
ซึ่งบางครั้งตัวเขาเอง.....
ก็ไม่ได้เก่งขนาดนั้น ไม่ได้รู้ขนาดนั้น ไม่ได้ทำเป็นหมดทุกอย่าง
แต่ปิดกั้นตัวเอง เหมือนกบในกะลา ที่เห็นเฉพาะโลกแคบๆ ของตัวเองเท่านั้น
ใครเติมอะลงไปก็มีแต่ "ล้นแก้ว" ไหลทิ้งไปเสียเปล่า
และสุดท้าย....จะไม่มีใครอยากบอกอยากสอนอะไรเขาเลย
ขอบคุณภาพจาก google
คนที่น้ำไม่เคยเต็มแก้ว คือ ...คนที่ไม่เก่งอะไรมาก ไม่รู้อะไร ทำอะไรไม่เป็น
และ พร้อมที่จะได้รับการแนะนำ บอกสอน ชี้แนะ ฯลฯ
ไม่ว่าใครจะเติมน้ำมามากเท่าใดก็พร้อมที่จะรองรับเสมอ
คนประเภทนี้ หากเขาเป็นคนที่ยังไม่รู้ เขาจะกลายเป็นผู้รู้
ที่มีแต่คนพร้อมที่จะให้ความรู้เขา
แต่ถ้าหากเขาผู้นั้นเป็นคนที่เก่งอยู่แล้ว มีความรู้อยู่แล้ว
เขาจะกลายเป็น"ปราชญ์ผู้รอบรู้"
และมีแต่คนอยากที่สนทนาด้วย
และเขาจะนับถือทุกคน เพราะ ทุกคนคืออาจารย์ของเขา
ซึ่งเราก็ยังพยายามนำหลักนี้มาใช้ในชีวิตให้ได้มากที่สุด
เพราะสุดท้ายแล้วตัวเราเองทั้งนั้นที่ได้ประโยชน์ จริงไหมค่ะ
"จงเป็นน้ำครึ่งแก้วที่พร้อมจะได้รับการเติมเต็มจากผู้อื่นเสมอ"
ถ้าเพื่อนๆ สนใจจะศึกษาเพิ่มเติม แนะนำหนังสือเล่มนี้ค่ะ
หาซื้อมาอ่านเพิ่มเติมได้น่ะค่ะ
ขอบคุณเพื่อนๆ ที่แวะมาให้กำลังใจ
ขอบคุณทุกโหวต ทุกคอมเม็นต์
ขอบคุณค่ะ
Thank you very, very much for reading
Thank you for support me
Thank you for up vote and follow me
Love you all