สวัสดีค่ะเพื่อนๆ
ช่วงนี้มาๆ หายๆ ไม่ได้ยุ่งอะไรหรอกค่ะ งานก็มีบ้างไม่มีบ้าง เนื่องจากฝนไม่ค่อยตก นาก็ไม่ได้ทำ เพราะน้ำไม่พอที่จะทำนา ปีนี้คงงดทำนาหนึ่งปี ถึงจะว่างแต่เป็นคนไม่ชอบเขียนอะไรที่มันเป็นเรื่องเป็นราว เวลาที่พี่สาวกระทุ้งทีก็เขียนที ช่วงนี้พี่สาวกระทุ้งบ่อยก็เลยต้องเขียนสักหน่อย ไม่งั้นโทรมาบ่นหูชา วันนี้ก็เลยเอาภาพดอกไม้ที่บ้านเพื่อนมาฝากเพื่อนๆ ค่ะ เป็นดอกเทียนที่กำลังบานเต็มต้น
ถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของเทียน สันนิษฐานว่าอยู่ในประเทศอินเดีย แต่อีกข้อมูลนึงระบุว่า มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา จากนั้นได้มีการแพร่กระจายพันธุ์ไปยังเขตร้อนต่างๆ ทั่วโลก สำหรับในประเทศไทยนั้นคาดว่า เทียนถูกนำมาปลูกในเมืองไทย ในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา หรือต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ในปัจจุบันสามารถพบดอกเทียนได้เกือบทั่วทุกภาคของประเทศไทย โดยจะพบมากทางภาคเหนือและภาคกลาง
ดอกเทียนเป็นไม้ดอกไม้ประดับ เพราะมีลำต้นคล้ายลำเทียน มีดอกงดงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีหลากหลายสี ปลูกง่าย ปลูกได้ทั้งในกระถาง ปลูกลงแปลง และปลูกตามริมรั้ว ส่วนเมล็ดเมื่อบีบจะให้น้ำมัน เป็นน้ำมันสำหรับหุงต้ม หรือน้ำมันสำหรับใช้จุดตะเกียง ถึงได้เป็นพรรณไม้ที่นิยมปลูกันเป็นไม้ประดับตามบ้านเรือน ตามสถานที่ราชการต่างๆ ใบสดนำมาต้มกับน้ำใช้สระผมจะช่วยบำรุงผม ทำให้ผมดกดำ และน้ำคั้นจากใบสดสามารถนำมาใช้ย้อมสีผมแทนใบเทียนกิ่งได้