🌺🌺🌺 สวัสดีค่ะเพื่อนๆ หลังจากที่เกี่ยวข้าวรุ่นนี้เสร็จไปแล้ว ซึ่งจริงๆ ยังมีข้าวอีกหลายรุ่นที่ปลูกห่างกันเพียงแค่เดือนหรือสองเดือน ดังนั้นการเก็บเกี่ยวก็จะเก็บเกี่ยวไล่ๆ กัน แต่ข้าวที่เกี่ยวเสร็จเมื่อวาน วันนี้ก็เอาขึ้นลานตาก เพื่อให้ข้าวนั้นแห้ง ไม่มีความชื้นในเม็ดข้าวเปลือก เพราะเวลาที่ขายข้าวเปลือกนั้น ทางโรงสีที่รับซื้อข้าวเปลือกจะกดราคาข้าวเปลือกที่มีความชื้น ทำให้ได้ราคาที่ต่ำกว่าปกติ ซึ่งปกติราคาข้าวเปลือกนั้นก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดินอยู่แล้ว โรงสีที่เป็นพ่อค้าคนกลางก็ยังจะมากดราคาให้มันต่ำลงไปอีก แต่เมื่อเทียบกับราคาข้าวสารที่ขายตามท้องตลาด มีแต่จะทะยานสูงขึ้นไม่หยุด พอๆ กับราคาปุ๋ยเลยค่ะ ที่ถูกมีอยู่อย่างเดียวคือข้าวเปลือกที่รับซื้อจากชาวนา นี่แหล่ะค่ะทุกข์ของชาวนา
🌺🌺🌺 เรามาดูขั้นตอนการตากแห้งกันดีกว่าค่ะ พูดเรื่องราคาแล้วมันเครียด ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าทำไมชาวนาต้องตากข้าว ก็เป็นการไล่ความชื้นออกจากเมล็ดข้าว ทำให้เมล็ดข้าวเปลือกแห้งมีคุณภาพสูง ซึ่งการที่เมล็ดข้าวเปลือกแห้งและมีคุณภาพสูงนั้น จะทำให้ขายได้ราคาดี จะเห็นได้จากข่าวบ่อยๆ ว่ามีชาวนาเอาข้าวมาตากริมถนนบ้าง ตากที่ถนนบ้าง ทำให้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยๆ เพราะว่าชาวนาต้องการเมล็ดข้าวเปลือกที่แห้งมีคุณภาพสูง แต่ติดปัญหาเรื่องลานตากข้าวกว้างๆ ของเราเองก็อาศัยลานตากข้าวของลูกพี่ค่ะ เพราะลูกพี่มีลานตากข้าวขนาดใหญ่ ก็เลยไม่มีปัญหาเรื่องการไปตากข้าวข้างถนน
🌺🌺🌺 การตากข้างบนลานปูนกว้างๆ เพื่อไล่ความชื้นที่มีอยู่ในเมล็ดข้าวเปลือกให้ออกไป โดยการนำเมล็ดข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวแล้ว มาเทบนลานปูนกว้างๆ
🌺🌺🌺 แล้วทำการเกลี่ยเมล็ดข้าวเปลือกให้มีความบาง ไม่หนามาก เพื่อที่แสงแดดจะได้ส่งผ่านเข้าไปถึง ทำให้เมล็ดข้าวเปลือกแห้งแล้ว ระหว่างนั้นก็ต้องมีการกลับเมล็ดข้าวเปลือกอยู่เพื่อๆ เพื่อให้มีช่องว่างสำหรับอากาศเข้าไปถึง
🌺🌺🌺 ระยะเวลาการตากเมล็ดข้าวเปลือกนั้น ก็ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ ถ้าแดดดีๆ ประมาณ 2-3 วัน ก็แห้งดีเก็บเมล็ดข้าวเปลือกใส่กระสอบรอขายได้ แต่ถ้าสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย มีฝนบ้าง อากาศครึ้มบ้าง ก็ใช้เวลาหลายวัน แต่โชคดีที่ที่นี่มีแดดตั้งแต่เช้ายันเย็น เมล็ดข้าวเปลือกไม่แห้ง คนนี่แหล่ะที่จะแห้งก่อน เพราะต้องกลับข้าวทั้งวัน เกือบจะเป็นลมแดดไปแล้ว