สวัสดีค่ะเพื่อนๆ
ที่บ้านเราก่อนหน้านี้แล้งจัดมาก แต่มาช่วงนี้ฝนตกหนักมาก เรียกได้ว่าหาความพอดีไม่ได้เลย นอกจากบ้านเรือนชาวบ้านได้รับความเสียหายแล้ว ชาวนาที่ทำนาปรังได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะข้าวเริ่มแก่จนจะได้เก็บเกี่ยวในอีกไม่กี่วันข้างหน้านั้นล้ม และน้ำท่วมเป็นบางส่วน ทำให้ข้าวที่จะเก็บเกี่ยวนั้นคุณภาพไม่ดี และทำให้ราคาตกอีกด้วย ตอนแรกหน้าแล้งเราก็คิดว่าคงไม่งานรับจ้างแล้ว แต่พอฝนตกติดต่อกันหลายวัน ลูกพี่มีน้ำในบ่อเยอะ ก็เลยลงมือทำนาอีกครั้ง ช่วงนี้ทำให้เรามีงานทำทุกวัน ตอนเที่ยงหลังจากที่ทานข้าวเที่ยงแล้ว แล้วก็ไปหาอะไรที่มันเปรี้ยวๆ มากินแก้ง่วงสักหน่อย ก็ได้มะยมที่สวนของลูกพี่นี่แหล่ะค่ะที่ช่วยชีวิตไว้ กินแล้วตาสว่างขึ้นมาทันที
เชื่อกันว่าถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของมะยมอยู่ในบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย พม่า มาเลเซีย ลาว อินโนนีเซีย แล้วมีการกระจายพันธุ์ไปสู่อินเดีย มอร์เซียส อเมริกากลาง อเมริกาใต้ รวมไปถึงฮาวายด้วย สำหรับประเทศไทยอาจถือได้ว่ามะยมเป็นพืชท้องถิ่นเลยก็ว่าได้ และในปัจจุบันยังสามารถพบเห็นมะยมได้ทั่วทุกภาคของประเทศ เพราะโดยส่วนมาก คนไทยนิยมปลูกไว้บริเวณหน้าบ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล เพราะคำว่า มะยม ใกล้เคียงกับคำว่า นิยม จึงถือว่ามะยมเป็นไม้มงคลชนิดหนึ่ง และในตำราพรหมชาติ ได้กำหนดให้ปลูกต้นมะยมไว้ในบริเวณบ้าน ด้านทิศตะวันตก ร่วมกับมะขาม และพุทรา
ประโยชน์ของมะยมในด้านผัก และอาหาร คือคนไทยใช้ยอดอ่อน และใบอ่อนของมะยมเป็นผัก เช่น ผักจิ้ม หรือที่นิยมมากคือเป็นเหมือนผักกินกับขนมจีน โดยหากสังเกตการจัดวางเส้นขนมจีนในชนบททางภาคกลาง จะเห็นใบมะยมวางรองเส้นขนมจีนเป็นชั้นๆ นอกจากนี้ยังใช้ทำลาบ และยำบางตำรับอีกด้วย ผลดิบของมะยมใช้ทำส้มตำได้ เรียกว่าตำมะยม และผลมะยมนำมากินได้หลากหลายรูปแบบ แม้แต่นำมาจิ้มเกลือกินเล่น ก็ได้รสชาติเปรี้ยวจัดจ้าน ทำให้หูตาสว่างหายง่วง หากไม่ชอบเปรี้ยวจัด ก็ใช้ผลมะยมสุกที่นำผลดิบมาตากแดดให้เหี่ยว และเป็นเป็นสีน้ำตาลอ่อนแล้วกินแทน ผลมะยมดอง สำหรับผู้ที่ไม่ชอบรสเปรี้ยว ก็อาจเลือกทำแยมหรือเชื่อม เป็นการถนอมอาหารอย่างง่ายที่ทำได้ทุกครัวเรือน และขายเป็นรายได้เสริมของครอบครัว และชุมชน นอกจากนี้ไวน์มะยมก็เป็นไวน์จากผลไม้พื้นบ้านอีกชนิดหนึ่งที่มีชื่อเสียงมานานในเมืองไทย เพราะหาวัตถุดิบได้ง่าย รสชาติดี สีสวย และคุณค่าทางด้านสุขภาพ ไม่ด้อยกว่าไวน์นำเข้าราคาแพงจากต่างประเทศ ส่วนในฟิลิปปินส์ใช้ทำน้ำส้มสายชู หรือกินดิบ หรือดองในเกลือ และน้ำส้มสายชู ในมาเลเซียนิยมนำไปเชื่อม ในอินเดีย และอินโดนีเซียนิยมนำใบมะยมไปประกอบอาหาร
ในด้านความเชื่อคนไทยจะเชื่อว่ามะยมเป็นพืชมงคล มีผลทางด้านโชคลาภ เมตตามหานิยมแล้ว ยังเชื่อว่าช่วยป้องกัน และขจัดสิ่งชั่วร้ายได้ด้วย จึงนำมาใช้ในพิธีปัดรังควาน และใช้สำหรับพระสงฆ์ประพรมน้ำมนต์แทนหญ้าคา โดยนิยมใช้ใบมะยมทั้งก้าน 7 ก้าน มัดรวมกัน
สำหรับสรรพคุณทางยาของมะยมนั้น ตามตำรายาไทยระบุว่า รากรสจืด แก้โรคผิวหนัง ผดผื่ดคัน ช่วยซับน้ำเหลืองให้แห้ง ประดง ดับพิษเสมหะ เปลือกต้นรสจืด สรรพคุณแก้ไข้ทับระดู ระดูทับไข้ และแก้เม็ดผดผื่นคัน ใบรสจืดมัน ปรุงเป็นส่วนประกอบของยาเขียว สรรพคุรแก้ไข้ ดับพิษไข้ บำรุงประสาท ต้มร่วมกับใบหมากผู้หมากเมีย และใบมะเฟือง อาบแก้คัน ไข้หัด เหือด และสุกใส ดอกสดใช้ต้มกรองเอาน้ำแก้โรคในตา ชำระล้างในตา ผลรสเปรี้ยวสุขุม กัดเสมหะ แก้ไอ บำรุงโลหิต และระบายท้อง แก้เลือดออกตามไรฟัน ใช้เป็นยาบำรุงเลือด บำรุงธาตุ ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ
ส่วนตำรายาพื้นบ้านระบุว่า ใบตัวผู้แก้พิษคัน แก้พิษไข้หัว เหือด หัด สุกใส ดำแดง ปรุงในยาเขียว และใช้เป็นอาหารได้ รากตัวผู้แก้ไข้ แก้โรคผิวหนัง แก้ประดง แก้เม็ดผื่นคัน ขับน้ำเหลืองให้แห้ง