เรื่องราวลี้ลับ การเห็นผี มีซิกเซ้นส์ หรือสัมผัสที่หก มักจะถูกพูดถึงในหนังระทึกขวัญ
สั่นประสาทอยู่บ่อยๆ อย่างล่าสุดกับภาพยนตร์เรื่องจิตสัมผัส 3D ที่พูดถึงความสามารถในการ
รู้เห็นอดีตและอนาคตของพระเอก จนนำไปสู่การไขคดีปริศนาที่มีสิ่งลี้ลับเข้ามาพัวพัน
แหม...อย่าเพิ่งคิดว่านี่มันเรื่องไร้สาระ มีแต่ในภาพยนตร์เท่านั้นนะคะ เพราะในชีวิตจริง
คนเราก็มีสัมผัสที่หกกันได้ ขึ้นอยู่กับว่าจะแรงกล้าขนาดไหน แล้วก็ไม่ใช่ว่าจะต้องสัมผัสเห็นผี วิญญาณเสมอไป อย่างเวลาไปเที่ยวที่ไหนเป็นครั้งแรก แต่เรากลับคุ้นเคยสถานที่นั้นอย่างบอก
ไม่ถูก หรือใครโกหกอะไรมา เราก็จับได้เสมอ นี่ก็เป็นสัมผัสที่หกเหมือนกัน"คุณมีสัมผัสที่หกมากน้อยแค่ไหน"
เมื่อก่อนแอมจะเจออะไรแปลกๆเสมอ จนบางครั้งคนอื่นชอบว่าแอมบ้า คิดมากไปเอง
แอมจะเล่าตอนเจอสิ่งลี้ลับให้ฟัง...เมื่อหลายปีก่อนแอมเช่าบ้านหลังหนึ่ง นอกตัวเมือง ตอนนั้นกำลังท้อง7เดือน ห้องของแอมก็จะมีหิ้งพระอยู่ ตอนกลางคืนจะชอบทะเลาะกะแฟนประจำ จนวันนึง ตอนประมาณตี1นี่แหละหลังจากทะเลาะกับแฟนต่างคนต่างนอนหลับเพราะแฟนต้องไปทำงานตอนตี3. แอมนอนหลับสนิทเพราะว่าร้องไห้ ได้ยินเหมือนเสียงของหล่นจากหิ้งพระดังมาก จนแอมสะดุ้ง. ในใจไม่ได้คิดอะไร นึกแค่ว่าพรุ่งนี้ค่อยตื่นมาเก็บ.... หลังจากรุ่งเช้า ตื่นมาว่าจะเก็บของที่หล่น ก็ไม่เห็นมีอะไร... ในใจคิดสงสัยแฟนแอมจะเก็บก่อนไปทำงาน...เลยไม่ได้คิดอะไรมาก 2วันผ่านไป ช่วงประมาณตี1เหมือนเดิม ประตูห้องแอมก็เปิดเองแบบสะเดาะออกเสียงดังมากจนแอมกับแฟนสะดุ้งตื่นพร้อมกัน ต่างคนต่างเงียบและมองหน้ากัน แฟนแอมเลยเอามือลูบที่หัวบอกว่านอนๆไม่มีอะไรหรอก...เราไม้ได้คิดอะไรมากอาจจะเป็นกลอนล็อคไม่แน่นเลยดันออกเอง...หลังจากนั้นแอมเริ่มเชื่อคือ วันนั้นประมาณตี3แฟนแอมออกไปทำงานแล้ว ดหมิอนคล้ายๆว่าแอมจะฝันว่ามีคนมาลากที่นอน กลับไปกลับมา ด้วยแอมท้องโต เวลาลากที่นอนท้องก็จะขยับตามไปมา 2-3ครั้งไม่หยุด แอมเลยเกิดโมโหเลยเอามือทุบที่นอนอยู่ๆแอมก็สะดุ้งตื่น กึ่งความจริง กึ่งความฝัน แอมบ่นคนเดียวไปว่า ถ้ายังมากวนหรือสร้างความลำคาญอีกแอมจะไม่อดทนอีกแล้ว... ตั้งแต่นั้นมาเริ่มๆหายไปส่วนมาจะเป็นคนที่มาหาหรือเพื่อนบ้านเจอ.....
เชื่อกันว่า
สัมผัสที่ 6 เป็นสิ่งที่ทุกคนมีอยู่ในตัวเอง เพียงแต่ใครจะมีมากน้อยกว่ากัน
เท่านั้น ผู้ที่มีมาก มักจะรู้เห็นสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตได้
หากมีการฝึกบ่อยๆ จนเกิดความชำนาญ
การปลุกสัมผัสที่ 6 ในตัวเองให้ตื่นขึ้นมาทำงานนั้น เป็นสิ่งที่ทำได้ไม่
ยาก ในอดีตที่ผ่านมา บางคนฝันและมองเห็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นลักษณะ
เทวดาสังหรณ์ หรือได้ตาทิพย์ หูทิพย์ สามารถส่งจิตไปในสถานที่ต่างๆ ได้ แม้กระทั่ง
ภพภูมิอื่น มิติอื่น
ถ้าสัมผัสที่ 6 ได้รับการพัฒนามากขึ้น มนุษย์จะสามารถสื่อสารกันได้
โดยทาง “โทรจิต” ความริเริ่มต่างๆ ความทรงจำต่างๆ จะดีมากขึ้น สามารถจะ
ติดต่อสื่อสารกับสิ่งที่มีชีวิตในภพภูมิอื่นได้มากขึ้น เข้าใจชีวิตความเป็นอยู่ของ
บรรดาเทพและเทวดามากขึ้น และสามารถเดินทางไกลได้ด้วยจิต
สัมผัสที่ 6 ซึ่งพัฒนาแล้ว จะทำให้เราสามารถได้ยินสี ได้ยินคลื่นแสง
มองเห็นคลื่นเสียง (หูได้ยินสี และคลื่นแสง ส่วนตามองเห็นคลื่นเสียง ซึ่งเป็นสิ่งที่
แตกต่างจากสัมผัสปกติทั้ง 5 ตา หู จมูก ลิ้น กาย ที่เราเป็นอยู่ในปัจจุบัน)
สัมผัสที่ 6 หลังจากพัฒนาได้ระดับแล้ว จะมองเห็นเหตุการณ์ในอดีต ปัจจุบัน
และอนาคตได้ จะทำให้เราค้นพบชีวิตในภพภูมิต่างๆ มากมาย สามารถแลกเปลี่ยน
ความรู้สึกจากคน ไปสู่สัตว์เลี้ยง พืช หรือแร่ธาตุต่างๆ ได้
การใช้สัมผัสที่ 6 ควรให้กายเนื้ออยู่ในสภาพที่นิ่ง และจิตก็ต้องนิ่ง
เพื่อให้สัมผัสที่ 6 ทำงานโดยการใช้พลังจิต (การเพ่งกระแสจิต) ซึ่งทุกคนฝึกฝนได้
การกำหนดจิตถามแล้ว “รู้” ถูกต้อง แสดงว่า ตัวเราเกิด “ญาณทัศนะ”
แล้ว ซึ่งในเบื้องต้น ญาณทัศนะนี้ อยู่กึ่งกลางระหว่างจิตใจของมนุษย์กับ จิตใจของ
พวกเทพเทวา
การพัฒนาสัมผัสที่ 6 และญาณทัศนะให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สรุปมี 3
ปัจจัย คือความเงียบสงบนิ่ง ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่วอกแวก
การควบคุมลมหายใจ พยายามหายใจให้ลึกและยาวเสมอ
กำหนดเป้าหมายที่ต้องการให้มองเห็น หรือต้องการทำให้รู้และเข้าใจ
สิ่งที่เกิดจากความรู้ภายในสมอง หรือภายในจิตใจของเรา จะมีความสำคัญ
มากกว่า สิ่งที่เราพบเห็นด้วยตาและหูตามปกติของเรา
เราสามารถใช้สัมผัสที่ 6 มาช่วยให้เกิดแรงดลบันดาลใจในเรื่องต่างๆ ได้
นำมาใช้เพื่อช่วยในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ ในลักษณะเหมือน
ใช้จักระ 6 เพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกเนื้อหาที่สำคัญในหนังสือว่า ควรอ่านหน้า
ไหน ช่วยให้เกิดความเข้าใจในสิ่งที่ถูกต้อง ช่วยในการตัดสินใจซื้อสิ่งของต่างๆ
ทุกวันนี้แอมได้ปิดทาสบางส่วนเพื่อลดการรับรู้และได้ยินสิ่งต่างๆ เพราะแอมกลัวคนอื่นว่าแอมบ้า....จนปัจจุบันนี้ดีขึ้นเรื่อยๆแค่สัมผัสได้น้อยลงก็ถือว่าพอรับได้.....
แอมเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็น
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ
ใครมีเรื้องดีๆมาแชร์ประสบการณ์หน่อยนะ
Love
Esan girl