พ่อแม่ : รักลูกไม่เท่ากันจริงหรือ?

niisek(48)
Published in
#thai
Words
136
Reading
1 min
Listen
Play
8y

สวัสดีครับเพื่อนๆชาว steem วันนี้ผมก็มาเล่าเรื่องราวที่ใครบางคนอาจจะเป็นปมอยู่ในใจที่คิดว่าพ่อกับแม่รักเรานั้นไม่เท่ากับน้องหรือไม่เท่ากับพี่ วันนี้จะมาอธิบายให้ฟังนะครับว่าทำไมเราถึงคิดเช่นนั้น และทำไมพฤติกรรมของพ่อแม่ที่แสดงออกจึงทำให้เราดูเหมือนว่าท่านรักเราน้อยกว่าคนอื่น

image

ถ้าเราเป็นลูกคนแรกตอนที่เราเกิดมา ลืมตาดูโลก พ่อกับแม่ซึ่ง ท่านเป็นผู้ให้กำเนิดเราท่านจะดีใจมาก และท่านก็เห็นเหมือนกับว่าเราเนี่ยเป็นเหมือนเทวดาน้อย เป็นเหมือนของขวัญที่สวรรค์ประทานมาให้และเป็นแก้วตาดวงใจ
ก็เหมือนกับคำที่คำโบราณท่านพูดไว้ คือของขวัญที่ประเสริฐสุด ที่ท่านได้รับมาทั้งชีวิต ท่านก็เลี้ยงดูเรามาตั้งแต่เราเด็กจนกระทั่งเราโต พูดได้เดิน ได้กินอาหารเองได้ ทุกย่างก้าว ทุกเวลาอยู่ในสายตาของท่านเสมอ เรา ก็รู้สึกมีความสุข ที่ได้รับความรักจากคนเป็นพ่อและแม่ด้วยดีเสมอมา

ต่อมา เราก็ รู้ว่าแม่กำลังจะมีน้อง ซึ่งตอนนั้น เราไม่เข้าใจหรอกว่าน้อง คือใคร ด้วยความเป็นเด็กก็ยังไม่ได้สนใจอะไรมากนัก แต่ความแปลกใจแล้วรู้สึกผิดปกติเริ่มขึ้นเมื่อพ่อให้ความสนใจแม่มากกว่าเรา ในระหว่างที่แม่ท้อง ในตอนนั้นเองเราก็พยายามที่จะทำตัวให้เป็นจุดเด่นเรียกร้องความสนใจทุกวิถีทางเพื่อให้พ่อหันกลับมาสนใจเรา และ รักเราให้เหมือนเดิมเหมือนแต่ก่อนที่ท่านเคยรักเราเล่นกับเรา แต่ว่าท่านก็ ยังคง ให้ความสนใจกับแม่มากกว่าเราอยู่ดี บอกตรงๆว่าตอนเด็กๆนั้น เราไม่รู้หรอกจนกระทั่ง แม่มีน้องให้เรา

image

วันที่คุณแม่คลอดน้องออกมา ทุกคนในบ้านล้วนแต่ให้ความสนใจ กับสมาชิกตัวน้อยๆคนใหม่ที่เกิดขึ้นมา โดยลืมไปว่า เขามีสมาชิกอีก 1 คน ที่เฝ้ามอง ด้วยความ อิจฉา อยู่ข้างๆ

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา กิจกรรมต่างๆ ที่เราเคยได้รับกับพ่อกับแม่ไม่ว่าจะเข้ามาเล่น ด้วย หยอกล้อเรา หรือถามเราว่าอยากได้นู่นอยากได้นี่ไหมเคยซื้อของซื้ออะไรให้ ทุกครั้งที่เจอ ก็ลดลง ทำให้เรารู้สึกกังวลใจและน้อยใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเราทำไมพ่อกับแม่ถึงเปลี่ยนไป ท่านไม่รักเราแล้วหรือ คำพูดนี้คิดอยู่ในใจนะครับแต่ว่าไม่ได้พูดออกมา จนกระทั่ง น้อง โตขึ้นมา จนสามารถที่จะพูดจา และ เล่น ได้แล้วทำให้เรายิ่งรู้สึกไม่ชอบน้อง เพราะว่าน้องนั้นได้แย่งความรักของพ่อและแม่ไปจากเรา ไม่ว่าน้องจะทำอะไรก็ดูขัดหูขัดตาไปหมด ไม่ชอบ เวลาที่ ท่าน เดินเข้ามาหาเราทั้งสอง แล้วก็อุ้มน้องขึ้นไปก่อน แต่เรานั้น ปล่อยให้นั่ง อยู่ที่เดิม เวลาจะไปไหน ไม่ว่าจะเที่ยวหรือไปธุระข้างนอกถ้าเราได้ไปพร้อมกันกับน้อง ไม่ว่าพ่อหรือแม่ก็จะอุ้มน้องโดยให้เหตุผลว่า น้องยังเล็กอยู่ น้องยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

image

เครดิตจาก
https://www.medicalnewstoday.com
แล้วก็สอนเราว่า เราเป็นพี่เราตัวโตกว่า แข็งแรงกว่า ต้องเสียสละให้น้อง ไม่ว่าจะเรื่องของกิน หรือของเล่นจะต้องแบ่งปันให้น้องด้วยนะ นี่คือคำพูด ที่บอกให้เราดูแลน้องนั่นเอง เราก็ได้แต่คิดว่าทำไมต้องเป็นแบบนั้นทำไมต้องเป็นแบบนี้ ไม่เข้าใจ....

**จนกระทั่ง **
เราโตพอที่จะรู้ความ เมื่อนึกถึงสิ่งที่พ่อกับแม่ได้ทำในอดีต ที่เหมือนกับว่าให้ความรักและเอาใจใส่น้องของเรามากกว่าเรานั้นที่แท้ท่านไม่ได้รักเราน้อยกว่าน้องเราเลย เพียงแต่ความรัก การเอาใจใส่ที่มีให้กับน้องมากเป็นพิเศษ ก็เหมือนกับที่ตอนที่เราเกิดมาใหม่ๆท่านก็ค่อยทั้งความรักการเอาใจใส่เหมือนกับที่ท่าน เอาใจใส่น้องนั่นเอง แน่นอนเมื่อเราเกิดมาก่อนเราเป็นพี่มันจึงเป็นหน้าที่ของพี่ที่ดี ต้องดูแลน้องคอยสั่งสอนน้อง เล่นกับน้องและปกป้องน้อง

ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เราเข้าใจแล้วว่า พ่อแม่ที่ใครๆชอบพูดนักพูดหนาว่ารักลูกไม่เท่ากัน ที่จริงท่านรักเท่ากันหมดนั่นแหละ เพียงแต่จังหวะและช่วงเวลา ของท่าน ที่มีให้กับเราหรือว่าให้กับคนอื่นนั้นเป็นคนละช่วงเวลากัน เพียงแต่เรามีอคติในใจมากกว่าที่คิดแบบนั้น เมื่อท่านทำดีกับเรารักเราแค่ไหน เราก็มองดูๆเหมือนว่าเป็นเรื่องปกติที่ท่านต้องทำเป็นเรื่องธรรมดา แต่เมื่อเราเห็นพฤติกรรมแบบนี้ไปทำกับคนอื่นก็คืนน้องเรานักจะมองว่าท่านรักน้องมากกว่า ที่จริงก็ไม่ใช่อย่างที่บอกมา จนทุกวันนี้ผมเข้าใจแล้ว แล้วก็ต้อง กราบขอโทษท่านไปด้วยว่าสิ่งที่ผ่านมาความคิดของเรานั้นเราได้ คิดผิดมาโดยตลอด

ก็หวังเอาไว้ว่าเพื่อนๆ ที่ พ่อแม่เรานั้น มีพี่น้องมีลูกหลายคน แล้ว คิดว่าท่านรักเราน้อยไป ขอให้กลับจิตกับใจคิดเสียใหม่นะครับ สำหรับวันนี้ขอบคุณมากเลยครับที่ติดตามโพสต์จนมาถึงบรรทัดนี้ ขอให้ทุกคนมีแต่ความสุขความเจริญตลอดไป พรุ่งนี้ หวยออกแล้วก็ขอให้ถูกหวยรวยเบอร์กันถ้วนหน้า ชอบกดโหวต Comment ให้ด้วยนะครับสำหรับวันนี้สวัสดีครับ.

พ่อแม่ : รักลูกไม่เท่ากันจริงหรือ? | Ecency