สวัสดีค่ะเพื่อนๆที่น่ารักทุกคน.....กลับมาพบกันอีกวันค่ะ....อากาศวันนี้ดีมากๆ แดดออกอ่อนๆ แสงแดดสดใส ช่วยทำให้ไม่หนาวมากในฤดูแบบนี้ ....
วันก่อนเดินทางไปหาเพื่อนรุ่นพี่คนไทยที่ Studio City ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากที่พักที่แนตอยู่มากนัก ถ้าขับรถยนต์ไปก็ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ....ขึ้นอยู่กับว่าการจราจรหนาแน่นไหม .....พอดีวันที่ไปหารุ่นพี่คนไทย ตอนขากลับพี่เขามาส่งเลยรู้ว่าตอนที่รถไม่ติดนั้น ก็ใช้เวลาในการเดินทางไม่นานเลย...
แต่ตอนขาไปบ้านรุ่นพี่คนนี้ แนตใช้รถเมล์เป็นพาหนะในการเดินทาง โดยต้องต่อรถ 2 ต่อ...ต่อแรกใช้บริการรถเมล์สาย 4 ซึ่งนั่งจากปากซอยหน้าบ้านไปประมาณ 20 นาที...และไปลงที่ Highland และต่อไปอีก 1 ต่อสาย 237 ....แนตคอยรถสาย 237 อยู่ประมาณ 10 นาที รถเมล์ก็มา.... แนตเป็นผู้โดยสารคนแรก ขึ้นไปบนรถไม่มีคนนั่งอยู่เลย ก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นต้นสายหรือป่าว.... แต่ไม่นานก็มีผู้โดยสารคนอื่นขึ้นมา แต่พวกเขาก็ทะยอยลงไปเกือบหมด...วันนี้รถเมล์ค่อนข้างว่างมากๆ ไม่รู้ว่าเพราะเป็นวันหยุดหรือว่าเพราะอะไร แต่จะเพราะอะไรก็ช่างเถอะ ...รถไม่แน่นก็ดีแล้ว...รถเมล์จะได้ขับไปโดยไม่ต้องจอดให้ผู้โดยสารลง...แนตนั่งรถเมล์ไปประมาณ 20 นาที ก็ถึงป้ายที่จะลงคือ Ventura - Vineland. ตอนขาลงก็เหลือแนตเป็นคนสุดท้าย ฮ่าๆๆ ....รู้สึกโล่งๆเหมือนกัน ...แนตไม่เคยมารถเมล์สายนี้มาก่อน และแนตไม่เคยมาแถวบ้านพี่คนนี้โดยรถเมล์มาก่อน ก็เลยต้องใช้ GPS ในการเดินนำทาง ซึ่ง GPS ก็ทำงานได้ดีมาก ไม่นำทางไปหลงเหมือนเหตุการณ์ที่เคยเจอมาก่อน... GPS ที่ใช้ก็เปิดจากกูเกิลแม๊พ Google Map ก่อนมาก็ต้องเช็คแบตตารี่มือถือให้ดี ...ไม่ให้แบตตารี่อ่อน ไม่เช่นนั้นอาจจะไปไม่ได้ ไปไม่ถึงบ้านรุ่นพี่แน่ๆ ...เดี๋ยวนี้การสื่อสารและมือถือสำคัญมาก ถ้าเราใช้ไปในทางที่ถูก...ก็จะช่วยทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น...
ใช้เวลาอยู่ที่บ้านรุ่นพี่อยู่จนเกือบค่ำ รุ่นพี่เลยขับรถมาส่งที่บ้าน ไม่ต้องนั่งรถเมล์มาเอง ถ้านั่งรถเมล์ก็ต้องใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อยกว่าจะถึงบ้าน เพราะไหนจะต้องรอรถ ไหนจะต้องรอถึง 2 ต่อ .... และรถเมล์ที่นี่จะจอดทุกป้ายเมื่อมีคนโดยสารกดกริ่งหรือคนโดยสารรออยู่ที่ป้ายรถเพื่อจะขึ้นมา.... และป้ายรถเมล์จะมีเกือบทุกซอยก็ว่าได้ ....พูดถึงก็สะดวกดี ทำให้ไม่ต้องเดินไปขึ้นรถเมล์ระยะทางไกลๆ แค่เดินไปขึ้นปากซอยก็ได้แล้ว....แต่ก็ไม่เป็นแบบนั้นทุกที่ เพราะอย่างบ้านรุ่นพี่คนนี้อยู่ขึ้นไปบนเขา แนตจะต้องเดินเท้าขึ้นไป ระยะห่างจากถนนถึงบ้านก็ประมาณ 5 นาที ก็ถือว่าไม่ไกล...วันนั้นโชคดีที่หาบ้านเจอ... GPS ไม่พาหลงไปไหน... ดังนั้นการรู้จักใช้ และรู้จักดู GPS ก็สำคัญมาก ....เรื่องทิศทางจากหน้าจอมือถือกับทิศทางจริงบางครั้งก็อาจทำให้งงได้ ต้องสังเกตุให้ดี...
มาพูดถึงรถเมล์ที่แอลเอดีกว่าว่ามีลักษณะยังงัย...รถเมล์ที่นี่คันใหญ่ โล่ง สะอาด มีที่นั่งให้นั่งสะดวกสบาย มีที่นั่งสำหรับคนพิการ มีที่ให้คนพิการกับรถเข็นขึ้นมาได้ เขาจะมีสะพานจากตัวรถยื่นลงไปเพื่อให้รถเข็นสามารถเข็นขึ้นมาบนรถเมล์ได้ และจะพับเก็บเมื่อใช้งานเสร็จ...
แถมยังมีที่จอดรถจักรยานไว้ด้านนอกหน้ารถเมล์ เขาจะทำเป็นที่จอดไว้โดยเฉพาะ จอดได้ครั้งละ 2 คัน ...เขาจะไม่อนุญาติให้นำรถจักรยานขึ้นไปบนรถเมล์ ถ้าคันไหนที่จอดเต็ม ผู้โดยสารที่มีรถจักรยานก็ต้องรอรถเมล์คันต่อไป....
รถเมล์ที่นี่จะวิ่งช้ามากๆ ประตูเปิดปิดด้วยระบบอัตโนมัติ ...จะไม่มีคนเก็บค่าโดยสาร จะมีแค่พนักงานขับรถเท่านั้น ...เขาจะใช้เครื่องเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ..ไว้ข้างๆคนขับ สามารถจ่ายได้ทั้งเงินสดและบัตร ผู้โดยสารที่จ่ายเงินสดจะต้องเตรียมเงินไปให้พอดี ค่าโดยสารคนละ $1.75 หรือใครจะจ่ายด้วยบัตรก็ได้ โดยสามารถเติมเงินออนไลน์ได้ หรือผูกเข้ากับบัตรเครดิตแล้วหักออโต้เมื่อเงินเริ่มลดลงเหลือกี่ดอลล่าร์ก็ว่าไป...หรือใครจะไปเติมเงินที่สถานีรถไฟฟ้าที่มีเครื่องเติมเงินให้ได้ ...ทุกอย่างที่นี่สะดวกดีค่ะ อ๋อ...ถ้าใครเตรียมเงินมาเกินอย่างไม่มีเหรียญ จ่ายเป็นแบงค์ 1 ดอลล่าร์ 2 ใบ เขาไม่ทอนนะค่ะ .... ดังนั้นต้องเตรียมไปให้พอดีเป๊ะ ส่วนใครใช้บัตรก็ไม่ต้องกังวล(แต่สำหรับคนที่ไม่ได้เติมอัตโนมัติก็ต้องคอยเช็คว่าตังค์เหลือเท่าไหร่) ไม่งั้นถ้าเงินในบัตรไม่พอ ต้องจ่ายเงินสดเพิ่มค่ะ.....
สิ่งที่แนตเจอเกือบทุกครั้งบนรถเมล์ คือ คนที่เป็นโฮมเลส ...คนเหล่านี้จะเดินทางโดยรถเมล์ จะไปตามสถานที่ต่างๆ อาจจะไปนั่งขอเงิน ก็ต้องคอยระวังให้ดี เพราะคนไร้บ้านเหล่านี้ข้าวของเยอะ และส่วนมากจะมีกลิ่นส่งมาแตะจมูก ดังนั้นผู้โดยสารคนอื่นก็จะพยายามนั่งไกลๆ เข้าไว้...รวมทั้งแนตด้วย ก็คงจะไม่มีใครอยากนั่งดมกลิ่นตัวที่ไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือนๆหรือไม่รู้ว่าได้อาบน้ำบ้างหรือปล่าวเนอะ... เห็นแล้วก็สงสาร แต่ไม่รู้จะทำยังงัยได้ ....
จริงๆ ยังมีเรื่องราวอีกเยอะแยะเลยที่เกิดขึ้นบนรถเมล์ ทั้งที่เรื่องประทับใจ และเรื่องที่สลดใจ เรื่องที่เร้าใจโดยเฉพาะคนผิวดำ(ชอบทะเลาะและพูดเสียงดังบนรถเมล์) ..... แต่ผู้โดยสารส่วนใหญ่ก็มีน้ำใจ มีความเป็นระเบียบ และหลายๆคนพูดคุยทักทายกันอย่างเป็นมิตรมากๆ ..... ชีวิตการขึ้นรถเมล์ในเมืองแอลเอ ต่างกันมากมายกับชีวิตการขึ้นรถเมล์ในกรุงเทพฯ ..... ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆในชีวิตครั้งหนึ่ง....
ขอบคุณเพื่อนๆที่ติดตามและสนับสนุนกันมาตลอด
แนต