สวัสดีครับ ช่วงนี้ผมแลกเหรียญเป็นว่าเล่นเลยครับ หมุนเงินไม่คล่องมือเท่าไหร่ ก็เลยจำเป็นต้องเบิกเงินของตัวเอง(และเงินของลุงก๊งด้วย) เอามาใช้จ่ายก่อน ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ เพียงแค่ช่วงนี้เด็กๆ เป็นไข้กันบ่อย หายใจไม่ค่อยสะดวกเพราะอากาศเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ก็เลยต้องได้พาเด็กๆ ไปหาคุณหมอบ่อยๆ เงินผมก็เลยหาไม่พอจ่าย
เมื่อวานนี้หลังจากที่เบิกเงินออกมาใช้แล้ว ก็ไม่มีอะไรมากครับ เพียงแต่ผมเคยสงสัยว่า ทำไมถึงต้องเสียภาษี 15% จากการขายคริปโตและต้องนำไปคิดกับ 7% ของรายได้บุคคลตอนสิ้นปีด้วย ผมเองไม่มีความเข้าใจเรื่องพวกนี้เลย คนที่พอจะสอบถามได้ก็คงจะมีแต่ลุงก๊งเท่านั้นที่ให้คำตอบได้
ลุงก๊งให้คำตอบกับผมมาว่า เหตุที่เขาเก็บ 15% ณ ที่จ่ายนั้น เพราะว่าการแลกเปลี่ยนคริปโตนั้น เขาจะเก็บค่าภาษีในการแลกเปลี่ยนแต่ละครั้งแทบจะไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลย เพราะกฏหมายระบุไว้ว่า ภาษีจะเก็บได้ก็ต่อเมื่อมีการแลกเปลี่ยนเงินตรา(เงินจริง) เกิดขึ้นภายในราชอาณาจักรเท่านั้น ซึ่งคริปโตยังไม่ไดถูกระบุให้เป็นเงินจริงๆ มันก็เลยเรียกเก็บภาษีในการการแลกเปลี่ยนในแต่ละครั้งไม่ได้
สำหรับภาษีของเงินจริงๆ นั้น สมมุติว่า ผมไปซื้อของออกมาจากโรงงานในราคา 100 บาท ภาษีจะเรียกเก็บได้แล้ว 7 บาท และเมื่อเราเอาไปขายต่อ(เอาเป็นว่าผมขายเท่าทุนก็แล้วกัน) ในราคา 100 บาท ภาษีก็จะเรียกเก็บได้อีก 7 บาท ซึ่งถ้าคนที่ซื้อจากผมเอาไปขายต่อ จะขายกี่ครั้งก็ได้ แต่ในแต่ละครั้ง รัฐก็จะได้อีก 7% ซึ่งมันจะวนแบบนี้ไปเรื่อยๆ และภาษี 7% ก็จะได้เรื่อยๆ ที่มีการแลกเปลี่ยนเงินตราเกิดขึ้น สมมุติว่าของชิ้นเดียวนี้ ขายได้ร้อยครั้ง ครั้งละ 100 บาท ภาษีก็จะได้มา 700 บาท (ผมยกตัวอย่างด้วยราคาที่ต่ำ เพื่อแค่เปรียบให้เข้าใจได้ง่ายเท่านั้นเองนะครับ)
ผิดกับคริปโต สมมุติว่าผมแลกคริปโต 100 เหรียญ ด้วยเงิน 100 บาท ภาษีอาจจะได้จากตรงนี้ 7 บาท จากนั้นผมนำ 100 เหริยญนี้ ไปแลกเป็นคริโตอื่นๆ เป็นร้อยครั้ง (สมมุตินะครับ) จนผมก็เอามาแลกเงินบาทคืนได้ 100 บาท ภาษีจะได้ตรงนี้ 7 บาท ซึ่งหมดทั้งกระบวนการแลกเปลี่ยนนี้ ภาษีจะเรียกเก็บได้ 14 บาท
มันฟังดูแล้ว ก็ผิดกันเยอะเลยนะครับ ซึ่งภาษีจะไม่เกิดขึ้นในระหว่างการแลกเปลี่ยนกันของคริปโต ส่วนคริปโตถือเป็นทรัพย์สิน พอขายแล้วเกิดรายได้ขึ้นในราชอาณาจักร มันก็ต้องไปคิดรวมกับภาษีสิ้นปีแน่นอนเพราะมันเป็นกฏหมาย
นั่นมันก็เป็นมุมมองของพี่ชายผมนะครับ ผมก็แค่เอามาเล่าให้ฟังเฉยๆ โอเคครับ ก็ฝากส่งท้ายกับรูปการกินก๋วยจั๊บของน้องฮานะก็แล้วกันครับ