(เราคิดว่า เราต้องนำข้อมูลที่เราสืบค้นมาเล่าสู่กันฟัง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ต้องมาเชื่อข้อมูลเหล่านี้ ทุกคนควรจะตรวจสอบข้อมูล และค้นหาความจริงด้วยตัวเอง เราก็เพียงมากระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น เพื่อให้คนตั้งคำถามกัน. และใช้หลักกาลามสูตรของพระพุทธเจ้าจะดีที่สุด)
โชคดีที่มีคนแปลบทสัมภาษณ์เป็นภาษาไทย ไว้ให้เราอ่านตามไปด้วย ท่านอธิบายไว้อย่างชัดเจนว่า ยาฉีดที่ทำด้วยmRNA เป็นสิ่งที่จะทำให้คนเกิดลิ่มเลือดอุดตัน ตามเส้นเลือดในร่างกาย ก่อนที่จะมีการกระจายยาฉีด ที่ยังไม่ได้ผ่านการจดทะเบียนตามกฎหมายให้ เรียกว่าวัคซีนได้ เพราะ บริษัทยายังไม่ได้ใีการทดลองในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตามที่กำหนดไว้ในการขอขึ้นทะเบียนเป็นวัคซีน ในเอกสารทางการของต่างประเทศ จะเขียนว่าเป็น experimental gene therapy! ฉะนั้นยาฉีดจึงเป็นการทดลองยากับคนจริงๆ เขาจึงต้องการเก็บข้อมูลปฎิกิริยาจากคนที่มาร่วมการทดลอง โดยมีการเก็บข้อมูลรายละเอียดใน databaseด้วย
คนที่มี mRNA ในร่างกายจะมีการสร้าง spike proteins ตามคำสั่งของ mRNA คล้ายกับว่า มันเป็นโปรแกรมที่ถูกส่งเข้ามา เพื่อบอกให้ DNA ของคน เขียนและเรียบเรียง โปรตีนตัวใหม่ที่มีหน้าตาเหมือน โปรตีนหนาม (spike proteins) ซึ่ง โปรตีนหนามจะเพิ่มมากขึ้น แล้วเดินทางไปทั่วร่างกาย หนามแหลมของโปรตีน จะทำให้เกิดลิ่มเลือด นอกจากนี้การแก้ไขปัญหาโคโรนาไวรัส ไม่สามารถแก้ได้โดยใช้วัคซีน เพราะตัวไวรัสจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ยาฉีดที่ใช้เทคโนโลยี mRNA จะทำให้คนอายุสั้นลง ทำให้เป็นหมัน และส่งผลต่อจำนวนประชากรของโลก (ลองฟังดูเอง)
เรายังเจอวีดีโอการสัมภาษณ์นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ที่ได้รับรางวัลโนเบล จากการที่ท่านค้นพบสูตรดีเอ็นเอของเชื้อโรคเอดส์ คลิปนึ้เป็นภาษาฝรั่งเศสแต่มีแปลเป็นภาษาอังกฤษให้อ่านตาม เราจับใจความสำคัญได้ว่า ยาฉีดที่มี mRNA จะทำให้ร่างกายของคนนั้น กลายเป็นโรงงานสร้าง spike proteins หรือโปรตีนหนาม และทำให้เกิดการกลายพันธ์ุของไวรัส ให้กลายเป็นสายพันธุ์ทึ่มีส่วนแตกต่างออกไปในอนาคต
อย่าลืมว่าปกติเขาต้องใช้เวลามากกว่า10ปี ในการผลิตวัคซีนและทดลองด้วย. แต่นี่เขาใช้เวลาผสมและผลิตยาฉีดสำหรับบรรจุขวดขาย ภายในเวลาไม่ถึง 12เดือน นี่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ไม่เคยมีการใช้มาก่อน ทำไมหน่วยงานนานาชาติจึงให้ความร่วมมือกับ บริษัทยายักษ์ใหญ่พวกนี้ ใครวางแผนผลิตไวรัสโคโรนาตัวใหม่ออกมาป่วน และใครช่วยให้มันกระจายไปทั่วโลก โดยบอกว่าคนยังเดินทางได้ แล้วใครบอกให้ทุกประเทศต้องล็อกดาวน์. ต้องใส่หน้ากาก ต้องเว้นระยะห่างหกฟุต แล้วต้องฉีดยาทุกคนทั่วโลก. ใครได้ประโยชน์? ใครควบคุมคนด้วยความกลัว แล้วยังออกข่าวลวงว่าไม่มียาราคาถูกในการกินป้องกันและรักษาด้วย. ทั้งๆที่หมอจำนวนมากได้ใช้ยาที่มีการใช้มากว่า 60ปีแล้ว รักษาคนป่วยได้ในเวลา 4-5วัน ทำไมแพทย์ที่น่าจะรู้เรื่องเหล่านี้ จึงเงียบเฉย และ/หรือให้ความสนับสนุนธุรกิจยาข้ามชาติ
ทำไมกลุ่มคนที่ควบคุมโรคระบาดในไทย จึงไม่ยอมสนับสนุนให้คนไทย ใช้ยาฟ้าทะลายโจรที่หาง่ายและราคาถูก ในการป้องกันและรักษาอาการป่วยใน3-5วันแรก แม้ว่าจะมีการใช้รักษาคนให้หายป่วยมากกว่าพันคนแล้ว แพทย์ไทยแผนโบราณถูกเมินเฉย โดยกลุ่มทีมีผลประโยชน์กับธุรกิจยาข้ามชาติเรื่อยไป และคนไทยถูกปล่อยให้เป็นหนูทดลองยาฉีด และต้องเจ็บตัว ตาย หรือพิการไปตลอดชีวิต
Nobel Prize Winner Warns Vaccines Facilitate Development of Deadlier COVID Variants, Urges Public to Reject Jabs (ข่าวเรื่อง คนที่ได้รับรางวัลโนเบล บอกให้ทุกคนอย่าไปฉีดยา เพราะ มีอันตรายจากการทำให้กลายพันธ์ุ)
Dr. Michael Yeadon Pfizer's former Vice President and Chief Scientist for Allergy & Respiratory who spent 32 years in the industry leading new medicines research and retired from the pharmaceutical giant with “the most senior research
position” in his field.
ท่านออกมาให้สัมภาษณ์ด้วยความเป็นห่วงสวัสดิภาพ ของคนที่รู้ไม่เท่าทัน และโดนลบวีดีโอ และบัญชีในโซเชียล และยังถูกปล่อยข่าวให้ร้าย เพื่อทำลายขื่อเสียงอีกด้วย ท่านคงทำให้ นายจ้างเดิมโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ รายได้จากการขายยาฉีดให้คนทั่วโลกนั้นมหาศาลเลย. ราคาหุ้นน่าจะพุ่งด้วยรวมทั้งเงินปันผลน่าจะดีกว่าธุรกิจโรงแรม เราฟังสองเที่ยวแล้ว และตามไปฟังการให้สัมภาษณ์กับคนอื่นๆด้วย เราสงสารท่านที่ต้องออกมาเหนื่อยทั้งๆที่อายุก็มากแล้ว. ตรงกันข้ามกับแพทย์ผู้อาวุโสในไทย ที่ไม่นำความจริงออกมาปรากฏ เพื่อประโยชน์ของประชาชนคนเดินดินทั่วไป
เรายังไปค้นเจอคนไทยที่ลงทุนตั้งเวปไซต์ เพื่อให้ข่าวกับคนไทยเป็นข่าวทางเลือก เขาพยายามแปลสื่อเป็นภาษาไทย เพื่อให้คนสามารถเข้าใจข้อความได้เร็วยิ่งขึ้น
https://stopthaicontrol.com/วัคซีน/ก่อนที่จะฉีด-วัคซีนโคว/
https://stopthaicontrol.com/วัคซีน/ความลับของวัคซีน/
“ ตามที่องค์การอาหารและยา (FDA) ระบุ รายชื่อของผลลัพธ์จากเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้น หรือที่เรียกว่าผลข้างเคียงจากวัคซีน ได้แก่ กลุ่มอาการ:
(รายการโรคต่างๆ นี้ ไม่ได้หมายความว่าฉีดแล้วจะเป็นนะครับ แต่หมายถึงว่ามีความเสี่ยงเพราะมีความเป็นไปได้ทางทฤษฎี และ ยังไม่ได้รับการพิสูจรน์โดยการทำการวิจัยว่าปลอกภัยจากสิ่งเหล่านี้) บางโรคเริ่มออกมาให้เห็นแล้วว่ากำลังเกิดขึ้นจริง เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด/เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ซึ่งถูกรายงานโดย CNN และ ยอมรับโดย CDC (อ่านได้ที่ ลิ้งค์นี้ นี้แหละที่เขาเรียกว่าหนูทดลอง ฉีกไป ศึกษาไป)
โรคกระดูกสันหลังอักเสบ
โรคไข้สมองอักเสบ
กลุ่มอาการ กิลแลง-บาร์
โรคไข้สมองอักเสบเฉียบพลันที่แพร่กระจาย
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน
แอนาฟิแล็กซิส
ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ
ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ
การแข็งตัวของเลือดในหลอดเลือดแบบแพร่กระจาย
โรคคาวาซากิ
อาการชัก
(กลุ่มอาการอักเสบหลายระบบในเด็ก) (MIS-C)
เสียชีวิต (อันนี้ดีที่สุดเมื่อเทียบกับอื่นๆ)“
ผู้หญิงเกือบ 4,000 คนรายงานปัญหาประจำเดือน หลังรับวัคซีนโควิด
ได้ยินแต่ไม่ฟัง – การประชุมของ FDA การอนุมัติ กฏหมายวัคซีนฉุกเฉิน
วัคซีนไม่เปลี่ยนแปลงพันธุกรรมมนุษย์ จริงหรือไม่?
Dr. Stoian Alexov – ประธาน สมาคมพยาธิวิทยา ประเทศ บัลแกเรีย
น้องใหม่วิทยาลัยอายุ 19 ปีเสียชีวิตจากปัญหาหัวใจหนึ่งเดือนหลังจากฉีดวัคซีน Moderna ครั้งที่สอง
คนที่สนใจควรลองเข้าไปคลิกดูตามลิ้งค์ในนั้น
เรายังมีข้อมูลอีกมากมาย ที่เกี่ยวกับ ความจริงที่ว่าหน้ากากใส่ไปก็ไม่มีประโยชน์ แต่จะทำให้คนตายเพราะมีแบคทีเรียในปอดมากขึ้น. เขื้อโควิทไม่มีอยู่จริง มีแต่อาวุธชีวภาพคือ spike proteins โปรตีนหนาม ทั้งหมดที่สร้างขึ้น เพื่อทำให้คนกลัวตาย เพื่อจะได้ยอมฉีดยาที่ถูกออกแบบมา ให้คนแก่ และคนที่อ่อนแอตายเร็วขึ้น ยาฉีดจะทำให้คนเป็นหมัน และค่อยๆป่วยตาย เป็นการลดประชากรโลกที่เขาคิดว่าไม่ได้มีประโยชน์อันใดต่อโลกเลย. (Depopulation)
ทุกคนควรตั้งคำถามมากขึ้น ไม่ควรเชื่อภาครัฐที่เต็มไปด้วยคอรัปชั่นมากมาย และผลประโยชน์ทับซ้อน การกู้เงินและใช้เงินที่ไม่โปร่งใส ขาดการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา กลุ่มทุนต่างๆที่หากินกับรัฐบาลและข้าราชการ ทำให้คนทั่วไปยิ่งจนลง และแทบจะแบกภาระไม่ไหวแล้ว. พวกเทคโนแครต หรือผู้เชี่ยวชาญที่เกาะกินผลประโยชน์จากระบบราชการ เป็นพวกที่เป็นเหมือนปรสิตที่ดูดเลือดประเทศชาติอย่างเงียบๆ เราคิดว่าวิกฤตคราวนี้ กำลังรอวันเวลาที่มันจะระเบิดหนองอันฟอนเฟะออกมา. เราก็ภาวนาว่าคนส่วนใหญ่จะยังมีพลังในการกอบกู้ประเทศชาติในอนาคต
สวัสดีครับ ผมชื่อ อดิเทพ ผมไม่ได้เป็นหมอ ไม่ได้เป็นนักวิทยาศาสต์ ผมเป็นนายหน้าอสังหาฯ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับวงการแพทย์เลย ผมชอบศึกษาผู้นำทางด้านความคิดต่างๆ และติดตามกลุ่ม หมอ นักวิทยาศาสต์ นักธุรกิจ และ อื่นๆ บน โซเชียล สาเหตุที่ผมเข้ามารับรู้ข้อมูลเหล่านี้ได้ ก็เพราะเมื่อโควิดเริ่มระบาด กลุ่ม หมอ และ นักวิทยาศาสต์เหล่านี้ เริ่มออกมาพูดว่า โดวิดคือการหลอกลวง ซิ่งต่อมาสิ่งที่ผมเห็นคือ ข้อมูล คลิป และ channel ของ กลุ่ม หมอ และ นักวิทยาศาสต์เหล่านี้ เริ่มถูกลบออกจากโซเชียลทั้งหมด ผมจึงเริ่มสงสัยและตามเข้าไปในเว็บไซต์ส่วนตัวของพวกท่าน แล้วได้รับข้อมูลต่างๆ ที่ผมนำมาแชร์ให้คุณทราบ อย่างที่ผมเรียนไปก่อนหน้านี้ ผมไม่ใช่หมอ ฉะนั้น คุณไม่ควรเอาความคิดเห็นของผมไปประกอบการตัดสินใจเรื่องสุขภาพของคุณ ผมเพียงแต่แสดงข้อมูล (และแปลข้อมูลเป็นภาษาไทย) ของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหวังว่า คุณจะได้รับข้อมูลในอีกมุมมอง เพื่อให้คุณไปพิจรณาเอาเองว่า อะไรถูก อะไรผิด และ คุณควรทำอะไรซึ่งจะเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ เรื่องนี้สำคัญ ผมไม่แบ่งปันข้อมูลเหล่านี้กับผู้อื่นไม่ได้ ผมจึงออกมาทำเว็บไซต์นี้ หากคุณคิดว่าคนไทยคนอื่นควรรับรู้ข้อมูลเหล่านี้ โปรดแชร์ครับ สุดท้าย ผมคิดว่าพวกเราต้องรักษาสิทธิ์เขาเรา ไม่ให้มีการบังคับฉีดวัคซีนทางอ้อมและกลับมาเปิดประเทศให้ อิสรภาพ และ สิทธิของเรากลับคืนมา พวกเราจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกันได้อีกครั้ง เหมือนก่อนปี 2020 ขอบคุณ
ครับ
Wishing you peace, good health and prosperity.
Stay strong and cheerful.