สวัสดีค่ะ เพื่อนๆชาว Steemit ที่น่ารักทุกท่าน วันนี้ขอแชร์ประสบการณ์ชีวิตนะคะ จะยาวหน่อยๆค่ะ ฝากขอกำลังใจด้วยนะคะ ถ้าย้อนไปเมื่อราวๆ 15 ปีก่อน รินเรียนจบมัธยมปลาย สายวิทย์-คณิตฯ ที่โรงเรียนมัธยมในบ้านนอก และสอบเอ็นทรานซ์ติด 2ที่ค่ะ ที่แรกสอบติดที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.นครสวรรค์ สาขาวิชา บริหารธุรกิจการโรงแรม ที่ที่สองสอบติดที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จ.สงขลา สาขาวิชาบริหารทรัพยากรมนุษย์ ที่เลือกภาคใต้ด้วยก็เพราะว่าตอนนั้นพี่ชายรับราชการทหารอยู่ภาคใต้ เลยคิดว่าน่าจะดีถ้าสอบติดและเรียนที่นั้นอย่างน้อยก็ได้อยู่ใกล้ๆพี่ ในที่สุดก็สอบติด ดูแล้วอนาคตไกลนะคะ
แต่..เหตุการณ์กลับพลิกผัน อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวตอ อายุ 18 ยังวัยรุ่นอยู่ ติดเพื่อน เลยเลือกที่จะไปเรียนกับเพื่อนที่รามคำแหง เรียนสาขาบริหารธุระกิจการบัญชี ระหว่างเรียนก็เช่าห้องอยูกับเพื่อน โอ้ย!! ตอนนั้นยังเฟรชชีอยู่เลย มีความสุข สนุกสนาน ตอนปี1 เรียนที่ราม2 วิทยาเขตบางนา ลงทะเบียนเรียนเต็มหลักสูตร 8เล่ม 24 หน่วยกิต ต่อ 1 เทอม ไปเรียนกับเพื่อนทุกวันที่มีชั่วโมงเรียน และยิ่งช่วงสอบขยันกันมากพากันอ่านหนังสือหามรุ่งหามค่ำ แต่ผลที่ได้ก็คุ้มค่ะสอบผ่านทั้งหมด พอเวลาผ่านไปขึ้นปีที่ 2,3 เราต้องย้ายไปเรียนที่ราม1 หัวหมาก ย้ายหอพัก ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด ด้วยความที่เราเลือกเรียนในสาขาวิชานี้ พอขึ้นปี 2,3,4 ข้อสอบก็จะยากขึ้น เลยฉุดคิดขึ้นมาว่ามีคนเคยพูดให้ฟังว่ารามคำแหงเรียนได้ถึงแปดปีถ้าสอบวิชาไหนไม่ผ่านก็ลงเรียนใหม่เขามีเวลาให้ เราก็คิดค่ะว่าเราจะเป็นหนึ่งในนั้นหรือเปล่า เลยชวนกันกับเพื่อนๆไปเรียนติว(เรียนพิเศษ) ที่ซอยราม.43/1 หรือที่เขาเรียกกันว่า "ราม3" ที่นี่มีนักศึกษามาใช้บริการอย่างล้นหลาม แต่ก็ช่วยได้เยอะค่ะราคาตอนนั้นอยู่ที่วิชาละ 600 บาท พักหลังๆเริ่มไม่เข้าเรียนกับอาจารย์ แต่ไปเรียนกับติวเตอร์แทน ก็มีสอบซ่อมบ้างบางวิชา
ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดีในปีที่ 2และ3 พอขี้นปีที่ 4 การเรียนเริ่มหนักขึ้น ด้วยความยากของเนื้อหา บทเรียน ข้อสอบ และหนักทางด้านการเงินด้วยเนื่องจากเราต้องเรียนติว และเรียนติวมาโดยตลอดก็ต้องเสียทั้งค่าติวและค่าเทอม เริ่มลงเรียนน้อยวิชาเพื่อหาเวลาว่างมาทำงานเพื่อแบ่งเบาภาระพ่อแม่ พี่ชายที่ส่งเราเรียน และอีกอย่างพอย้อนไปเมื่อปีที่สามเราต้องย้ายหอมาอยู่คนเดียวเนื่องจากเพื่อนสาวแสนสวยพบรักกับเพื่อนชายสุดหล่อ (น่าสงสารคนติดเพื่อน 555) แต่ย้ายมาอยู่ไม่ไกลกันและยังไปเรียนด้วยกัน ทำให้เราต้องจ่ายค่าหอเพิ่มขึ้น จึงหางานทำพิเศษ นั่นก็คือ พนักงาน KFC เป็นงานแรกของเราพอทำได้เดือนหนึ่งเงินเดือนเดือนแรกของเราก็ออก เราแบ่งส่วนที่เหลือส่งกลับบ้านมาให้พ่อกับแม่ ฟังแล้วดูดีใช่ไหมคะ พอผ่านพ้นไปไม่กี่วันเท่านั้นแหละค่ะ "พ่อคะ ตังหมดโอนมาให้หน่อยค่ะ" พ่อก็โอนคืนมาให้ 555 เราก็ทำงานไปเรื่อยๆ เรียนไปทำงานไปปีสุดท้ายแล้วนิเหลืออีกแค่ 11 เล่ม 33 หน่วยกิต งานนี้เผื่อใจไว้แล้วค่ะว่ายังก็ 5 ปีแน่นอน เทอมแรกปีที่ 4 เราลงเรียนไปแค่ 4 เล่ม จากที่ทำ part time 4 ชั่วโมง เป็น 8-10 ชั่งโมงรวมโอที จากเป็นแค่พนักงานเสริฟ เก็บโต๊ะ เก็บจาน ได้เป็นคนขายไอศครีม และได้ขึ้นเป็นแคชเชียร์ ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการสาขา สนุกกับงานและมีความสุขกับเงินเดือนที่ได้รับในแต่ละเดือนมากจนเวลาล่วงเลยไป 5 ปีก็แล้ว 6 ปีก็แล้ว จนเพื่อนๆจบรับปริญญากันหมดแล้ว ทำงานจนไม่มีเวลาไปร่วมแสดงความยินดีกับเพื่อนสนิท ในใจตอนนั้นคิดแต่ว่าทำงานไว้ก่อนมีเงินแล้วค่อยลงเรียนและติวให้หนักๆจะได้จบยังมีเวลาอีกตั้งหลายปี แต่!!! ดันลืมไปว่าเราทำงานหนักแบบนี้จะเอาเวลาที่ไหนไปติวและไปสอบ???? พอคิดได้ก็เหมือนจะสายเกินไปสำหรับสถาบันแห่งนี้ เราใช้เวลาเกิน 8 ปี (Omg!!)
จนอาจารย์และเพื่อนๆมาหาถึงที่ทำงานแล้วบอกว่าให้ลงทะเบียนใหม่ในปี 1 แล้วโอนหน่วยกิตเอา ด้วยความที่ห่วงงานจึงบอกกับทุกคนไปว่าขอหยุดเรื่องเรียนไว้ก่อน พอไม่นานทาง KFC สาขาที่เราทำเลื่อนตำแหน่งให้เราเป็นผู้จัดการสาขา แต่ต้องย้ายไปอีกสาขาหนึ่งซึ่งอยู่ไกลมากเลยตัดสินใจลาออกจากงานเพราะไม่อยากย้ายหอพักอีกแล้ว ย้ายก็ต้องย้ายเองลำบากไปอีก และด้วยความอิ่มตัวของงานนี้ด้วย พูดง่ายๆคือเบื่อนั่นเอง เลยหันมาจัดการเรื่องเรียนของตัวเอง โดยการโอนหน่วยกิตของรามคำแหงที่เราเก็บสะสมมา โอนไปยังอีกสถาบันหนึ่งแต่โอนได้เพียงบางวิชาเท่านั้นเรียนแค่ปีเดียวก็ได้รับวุฒิ ปวส.และหลังจากนั้น.... โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ^^
สำหรับวันนี้ขอพักไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะคะ ชีวิตในวัยรุ่นวัยเรียน วัยทำงานในตอนนั้นของรินจะเป็นอย่างไรอีก ช่วยติดตามกันด้วยนะคะ ขอขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้กันเสมอมาค่ะ
ไอริน