สวัสดีเพื่อนๆชาว Steemit และ busy ที่น่ารักทุกๆท่านนะคะ ต่อกันเลยกับโพสของเมื่อวาน
https://steemit.com/thai/@irinpps/tvhmf
ว่าด้วยเรื่องของความมีอัธยาศัย ไมตรี ของคนไทยเราที่มีต่อเพื่อนชาวต่างชาติ ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสยามเมืองยิ้มค่ะ
เหตุการณ์ที่เรากับเพื่อนเจอมาในสี่ห้าวันนี้ บอกได้เลยค่ะมีทั้งความประทับใจ และไม่น่าจดจำ ต้องบอกก่อนค่ะว่าเพื่อนมาจากอเมริกาและเป็นคนผิวสี หุ่นเขาจะสูงๆ ตัวเขาจะใหญ่กว่าเรามาก ไม่แปลกใจเลยค่ะว่าทำไมมีแต่คนมอง เขามองมาเราก็แค่ยิ้มตอบอันนี้ไม่คิดอะไรค่ะ
เพื่อนเรานางก็น่ารักมากเหมือนนางศึกษาเกี่ยวกับเมืองไทยและพร้อมที่จะรับมือกับทุกสถานการณ์มาเป็นอย่างดี จะเล่าในส่วนของความประทับใจก่อนละกันค่ะ พอมาถึงลำปางเพื่อนเราเขาพูดไทยไม่ได้เลย
ความประทับใจแรกต้องยกให้กับพี่เฉลิม คนขับแท็กซี่ค่ะ พี่เขาบอกว่าเขาอยากคุยกับเพื่อนเราแต่ภาษาไม่ได้เลยให้เราบอกพี่เขาหน่อยว่าคำนี้ต้องพูดว่าอย่างไร ด้วยความที่เราไม่ค่อยเก่งด้านภาษา ก็พากันขำ หัวเราะลั่นในรถ สนุกสนานมาก เพื่อนเราดีใจที่มีคนให้ความใส่ใจ พูดคุย ยิ้มแย้ม และพี่เฉลิมบริการเป็นอย่างดีตลอดห้าวันที่เราพักอยู่ในลำปาง
ต่อมาที่ร้านอาหารครัวใหม่ค่ะ ทำอาหารอร่อยมากกกก... บรรยากาศร้านก็ดี เจ้าของร้านและพนักงานทุกคนน่ารักมากๆ ค่อยเดินมาถามไถ่ ให้บริการ ยิ้มแย้มแจ่มใส่ เราไปกินข้าวกันที่นั่นทุกวันค่ะ
และผู้คนที่คอยมอบรอยยิ้ม และทักทายกับเราตลอดการเดินทางไม่ว่าจะที่ลำปางหรือเชียงใหม่ ไม่ว่าจะออกไปเที่ยวรอบเมือง เดินตลาด นี่คือความประทับใจและขอขอบคุณมา ณ ที่นี่ด้วยนะคะ เพื่อนเราแฮปปี้มากๆ
แต่... ธรรมดาของโลกค่ะ มีด้านบวกแล้วก็ต้องมีด้านลบเสมอ ก่อนวันที่เพื่อนเราจะไปกระบี่ คือเขาอยากกลับมาลำปางอีกก่อนที่จะกลับอเมริกา เราสองคนเลยพากันไปหาจองโรงแรมในตัวเมือง ที่ใกล้ห้างสรรพสินค้า ใกล้ตลาด ถนนคนเดิน ถือโอกาสเดินเล่นไปด้วย
ที่แรกที่เราไปจำชื่อโรงแรมได้นะคะ แต่ไม่ขอเอ่ยดีกว่าค่ะ เราเปิดประตูเข้าไปในล๊อปปี้ พร้อมสอบถามห้องว่าง มีป้าคนหนึ่งลุกมาจากเก้าอี้ พร้อมเดินตรงมาหาเราสองคนด้วยสายตาไม่น่ามองมาก ป้ามองเพื่อนเราตั้งแต่หัวจรดเท้า เบ้ปาก ส่ายหน้า แล้วพูดว่า "ที่นี่ไม่รับคนต่างชาติ" ให้ไปหาที่อื่นเรามองหน้าเพื่อนจากที่เป็นคนยิ้มแย้ม พอมาเจอป้านางหน้างอคอหักเป็นปลาทูแม่กลองเลยค่ะ
นางพูดขึ้นมาว่า"ผิดที่ผมผิวดำ ผมขอโทษ แต่ผมก็ชินแล้ว" นางน่าสงสารมากตอนนั้นเราเลยบอก ไม่ผิดหรอก อย่าคิดมาก ป้าคนนั้นเขาใจไม่กว้างพอต่างหาก และป้าแกอาจจะไม่อยากมีปัญหากับตำรวจเวลาเขามาตรวจสอบที่โรงแรมก็ได้
และก็พากันเดินออกไป หาอะไรกินกัน แต่เพื่อนเราก็ยังยิ้มแย้ม ร่าเริงเหมือนเดิม จนกระทั่งจะกลับไปที่โรงแรม ระหว่างรอรถมารับ มีป้าอีกคนหนึ่งที่ยืนรอรถอยู่ เขาหันมามองเราสองคนด้วยสายตาไม่เป็นมิตรเลย มองเหมือนป้าคนนั้นมอง มองตั้งแต่หัวจรดเท้า พร้อมกับเบ้ปากใส่ และก็ส่ายหน้า และเดินออกห่างเราไป
รอบนี้พานั่งรถสองแถวค่ะ นางชอบมาก ทั้งซิ่งทั้งเสียว 555 พอลงจากรถสองแถวพี่คนขับเรียกค่าโดยสาร 100 บาท เรานิตกใจเลย เพราะปกติรอบเมืองแค่ คนละ 20 บาทเอง เราถามพี่คนขับด้วยภาษาเหนือว่าทำไมแพงกว่าปกติละ พี่เขาตกใจคิดว่าเราเป็นนักท่องเที่ยว หน้าพี่เขาเปลี่ยนสีทันที พร้อมกับแก้ตัวว่า มันออกมาข้างนอกไกลกว่าที่เคยวิ่ง ??? (ตอนนั้นที่เรามาคนเดียวไกลกว่านี้อีกก็ 20) แต่เราไม่อยากถกเถียงเลยจ่ายให้ไปร้อยหนึ่งตามที่พี่เขาเรียก (เห็นเป็นชาวตางชาติหน่อยไม่ได้เป็นต้องชาร์ทเขาตลอดเลย เห้อ!!)
คืนก่อนที่นางจะบินไปกระบี่นางมาบอกกับเราว่ารักประเทศไทยมาก ผู้คนใจดี อาหารอร่อย ถ้ามีโอกาสจะกลับมาอีกหลายๆครั้ง นางไม่เสียใจเลยที่บางคนมองด้วยสายตาเหยียดหยาบเพราะสิ่งที่ดีๆมีเยอะกว่าจนลบล้างสิ่งไม่ดีไปหมดแล้ว นางน่ารัก ^^
บางทีเราก็อายนะคะที่คนไทยบางคนแสดงกิริยาแบบนั้น เราก็ได้แต่ขอโทษเพื่อนแทนบุคคลเหล่านั้น ไว้กลับมาเที่ยวประเทศไทยอีกน๊าาา...
และอีกอย่างหนึ่งค่ะ อยากให้ร้านค้าของแต่ละจังหวัด ติดป้ายชื่อร้านและผลิตถัณฑ์ ให้มีสองภาษากันทุกร้าน ทุกจังหวัด นะคะเพราะจะเป็นผลดีมากๆค่ะ ในยุคแห่งการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจโลก นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในเมืองไทยมีเยอะมาก และแทรกซึมไปเกือบทุกจังหวัด
วันนี้ขอฝากไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะคะ
ขอขอบคุณทุกการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดีทุกๆท่าน ทุกการติดตาม และทุกกำลังใจที่น่ารักเสมอมาค่ะ Have a great day ^^
ไอริน