ภาพจาก: loomx.io
ตั้งแต่ Bitcoin ถือกำเนิดขึ้นมานับทศวรรษ ทุกๆโปรเจคที่พัฒนาขึ้นบนบล็อกเชนนั้นใช้เอกสารตีพิมพ์ที่เรียกว่า "Whitepaper" เพื่อบอกว่าทีมจะทำโปรเจคเกี่ยวกับอะไร เพื่อขอระดมทุนกับนักลงทุนผู้สนใจในบล็อกเชน
ปัญหาคือ Whitepaper ส่วนใหญ่นั้นเชื่อไม่ได้ พวกเขาหาช่องโหว่ในสภาวะตลาดที่มีแต่นักลงทุนที่หวังเก็งกำไรระยะสั้นกับ ICO, พวกเขาเขียน Whitepaper แบบโฆษณาเกินจริงเพื่อหลอกลวงนักลงทุนให้ยอมลงทุนด้วย ที่น่าตกใจคือ โปรเจคลมเหล่านี้ได้เงินลงทุนไปหลายสิบล้านดอลลาร์
หากจะเปรียบเทียบ, การอ่าน Crypto Whitepaper เป็นเหมือนการได้ฟังเรื่องราวดีๆแล้วรู้สึกดีแบบไม่มีเหตุผล ทุกอย่างในนั้นดูดีไปหมด
คุณคงเคยเจอโปรเจคที่มี Whitepaper สวยหรู แต่ไม่มีผลงานที่ใช้งานได้จริง มันเหมือนกับบริษัท Startup หน้าใหม่ที่ไม่มีลูกค้าเป็นของตัวเองเลย แต่เขียนแผนธุรกิจล่วงหน้าไปเป็นปีๆ ไม่มีทางที่นักลงทุนจะรู้ว่าสุดท้ายแล้วผลิตภัณฑ์นั้นจะทำได้จริงเหมือนที่กล่าวไว้ใน Whitepaper หรือไม่ ก็มันยังไม่เคยลองตลาดจริงเลยนี่ ใช่ไหมล่ะ
แต่ทีมงาน Loom Network นั้นแตกต่าง แทนที่จะวุ่นวายกับการเขียน Whitepaper, ทีมเลือกที่จะเขียนโค้ดและออกแอปพลิเคชั่นที่ใช้งานได้จริงให้เร็วที่สุด
ทีมเชื่อว่า ไม่มีทางที่คนเราจะมีนิมิตวิเศษมองเห็นและเข้าใจไอเดียโปรเจคนั้นทุกอย่างในวันแรกที่คิดออก ทางที่ดีที่สุดคือ สร้างผลิตภัณฑ์เล็กๆที่ใช้งานจริงให้ได้เร็วที่สุด แล้วพัฒนาต่อไปตาม feedback ที่ได้รับ
*ลองดูผังของมหานครอย่างปารีส, ดูยุ่งเหยิง, ขาดการจัดการ, ไม่เป็นระเบียบ ใช่ไหมล่ะ
ภาพจาก: atlantislsc.com
ทีนี้ลองดูเมืองบราซีเลีย เมืองหลวงแห่งใหม่ของประเทศบราซิล ทุกอย่างดูทันสมัย, เป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี
ภาพจาก: mapsland.com
ในด้านของการออกแบบ แน่นอนว่าบราซีเลียนั้นดูดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด แล้วถ้าต้องเลือกว่าจะอยู่เมืองไหน ลองมาฟังข้อมูลเหล่านี้ดู
จากมุมมองนักออกแบบ มันควรจะได้ผลตอบรับดีกว่านี้ แต่ในความเป็นจริงมันกลับไม่ได้รับความนิยมและออกจะแย่เสียด้วยซ้ำ ก็เหมือนกับเครือข่ายบล็อกเชนนั่นแหละ, เมืองที่ผู้คนอยากอาศัยมากที่สุดนั้นพัฒนาขึ้นมาแบบ "bottom-up" คือเริ่มจากสิ่งเล็กๆที่มีผู้ใช้งานจริงๆก่อน แล้วค่อยขยับขยายออกไปอย่างมั่นคง ไม่เหมือนบราซีเลียที่สร้างแบบ "top-down" โดยเริ่มจากการออกแบบผังเมือง ผู้คนมักเลือกเมืองที่มีคนอยากจะอาศัยอยู่จริงๆ มากกว่าจากสิ่งที่เห็นบนแผนที่ ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ปารีสเติบโตและรุ่งเรืองมาอย่างยาวนาน
เมืองบราซีเลีย เกิดจากการวางแผนแบบ "Centralize(อำนาจจากส่วนกลาง)" ที่เป็นการพัฒนาเมือง top-down
ในกรณีของกรุงปารีส, เกิดจากความต้องการแท้จริงของผู้อยู่อาศัย เป็นพัฒนาเมืองแบบ bottom-up
ทีมเชื่อว่าระบบที่ทำงานอันซับซ้อนและเติบโตได้อย่างมั่นคงต้องเริ่มจากระบบเล็กๆที่ทำงานได้อย่างมีสเถียรภาพก่อนแล้วค่อยพัฒนาเป็ระบบใหญ่ๆ แทนที่จะพยายามสร้างแอปพลิเคชั่นให้สมบูรณ์แบบในครั้งเดียว ทีมเลือกที่จะสร้างสิ่งง่ายๆที่ใช้งานได้จริง แล้วพัฒนาต่อยอดไปตามข้อมูลในโลกแห่งความเป็นจริง
หากจะยกตัวอย่างสิ่งที่พัฒนาจากข้อมูลในโลกแห่งความเป็นจริง ต้องดูการสร้างทางเดินตัดสนามหญ้าของ Oregon State University, คณาจารย์เลือกที่สร้างทางเดินตามรอยหญ้าที่นักศึกษาเดินเหยียบ แทนที่จะลงมติกำหนดเอาเองว่านักศึกษาควรเดินเท้าไปทางไหน
ภาพจาก: sivers.org
หากจะบอกว่าระบบ Decentralize ที่ใช้โมเดลการพัฒนาแบบ bottom-up นั้นพัฒนาตามความต้องการของชุมชนผู้ใช้งานคงไม่ผิดนัก
ตลอดระยะเวลา 6 เดือนของโปรเจค ทีมงานได้สร้างแอปฯขึ้นมา 3 ตัว คือ
ซึ่งทั้งหมดที่ทำมานี้ ไม่มีกระบวนการ Research & Develop หรือ Whitepaper แม้แต่หน้าเดียว ทีมทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการพัฒนาแอปพลิเคชั่นอย่างเดียว และเป็นการพิสูจน์สมมติฐานของทีมในโลกแห่งความจริงอีกด้วย
ที่มา:
Loom Network, Where’s Your Whitepaper?
Why the 'Worst' Crypto Networks Will Be The Biggest
ชอบบทความ โหวตให้กำลังใจได้ครับ สมัครที่นี่
หรือ สมัครไม่ได้ วิธีสมัคร Steemit