Trailer of my screenwriting job ตัวอย่างละครที่เขียนใกล้ฉายแล้วค่ะ

cicy(53)
Published in
#thai
Words
132
Reading
1 min
Listen
Play
9y

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ Steemit ทุกท่าน

หายไปหลายวันอีกแล้ว ภารกิจในแต่ละวันมีมากมายเหลือเกิน แอบเหนื่อย แต่ก็ไม่ท้อนะคะ ในเมื่อเลือกที่จะทำมันเองก็ต้องตั้งใจทำให้ดีที่สุดค่ะ ชีวิตในแต่ละวันก็คือทำงานประจำ กลับบ้านก็ทำงานบทละคร แต่บางทีมันก็แยกกันไม่ขาดหรอกค่ะ ถ้างานประจำมีแก้ไข ก็หัวสมองก็พกงานประจำกลับมาคิดที่บ้านด้วย แต่ถ้าวันไหนมีเวลาว่างพอให้หายใจหายคอได้บ้างก็เข้ามาเขียนบล็อกที่ Steemit นี่ล่ะค่ะ

วันนี้เลยขออนุญาตเพื่อนๆ มาเล่าเรื่องละครพร้อมกับโปรโมทผลงานเขียนบทละครของตัวเองนิดหน่อยนะคะ ตามที่น้องแต้ว linlada369@linlada369 เคยถามมาว่าเขียนเรื่องอะไร ด้วยความที่ไม่ได้ยึดเป็นอาชีพหลัก ผลงานก็มีไม่มากนัก เคยทำแบบได้ใส่เครดิตชื่อตัวเองบ้าง เป็นทีมช่วยทำแก้บท แบบมือปืนรับจ้างที่ไม่ออกหน้าบ้าง แต่คราวนี้ถือเป็นโอกาสดีครั้งแรกที่ได้ทำเป็นผลงานของตัวเองเต็มๆ และที่สำคัญงานนี้เขียนกันกับสามีค่ะ ระดมสมองกันง่ายดีค่ะ คิดอะไรออกก็คุยกันเลย :)

ที่มาที่ไปของละครเรื่องนี้มาจากรายการวันนี้ที่รอคอย ไม่ทราบว่ามีใครเคยดูกันบ้างรึเปล่า ออกอากาศมาเป็น 10 ปีแล้วค่ะ ฉายทุกวันเสาร์ทางช่อง 9 Mcot Hd เป็นรายการที่ช่วยตามหาคนรัก ครอบครัวที่พลัดพรากจากกันไปนาน และไม่รู้จะตามหาได้ที่ไหน ให้กลับมาพบเจอกันโดยที่รายการเค้าตามหาให้ฟรี ก็เรียกว่าเป็นรายการเพื่อสังคมที่ดีรายการหนึ่งเลยนะคะ ได้รับรางวัลมามากมาย ด้วยความที่เรตติ้งอันดับหนึ่งของช่อง 9 ทางช่องกับผู้จัดจึงต่อยอดออกมาเป็นละครที่ได้แรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของคนที่มาออกรายการโดยใช้ชื่อว่า คนนี้ที่รอคอย ค่ะ

ตอนที่ได้รับการติดต่อมาก็คิดว่าน่าจะไม่เครียดมาก ทำละครจบในตอนสั้นๆ จบไปเป็นสัปดาห์ สัปดาห์หน้าก็เปลี่ยนเรื่องใหม่ น่าจะสนุกที่ได้เปลี่ยนเรื่องราว เปลี่ยนตัวละครไปเรื่อยๆ ไม่ต้องวางโครงเรื่องยาวแบบละคร 24 ตอน แต่ความท้าทาย คือต้องเล่าเรื่องราวในขีวิตคนทั้งชีวิตในเวลาแค่หนึ่งชั่วโมง เล่ายังไงให้รู้เรื่อง และที่สำคัญคือเล่ายังไงให้คนอยากดูค่ะ ส่วนละคร 24 ตอน จะมีปัญหาอีกแบบที่น่าจะเคยเห็นกันบ้างคือ เนื้อเรื่องมีไม่มาก แต่ต้องขยายให้ครบ 24 ตอน ดังนั้นบางเรื่องมันจะมีความยืดย้วย เยิ่นเย้อบ้าง

พอเริ่มทำงานนี้จริงๆ ก็สนุกมากค่ะ พลังมาเต็ม เราเริ่มงานกันมาตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมนะคะ เพื่อให้ทันออกอากาศ 1 เมษายนนี้ เราแพลนทำสต็อกไว้ประมาณ 4 ตอน เพื่อความมั่นใจว่ายังไงภายในเดือนเมษายนมีละครพร้อมออกอากาศแล้วแน่ๆ ทั้งเดือน แต่หารู้ไม่ว่าเดือนเมษายนมีวันอาทิตย์ถึง 5 ครั้งด้วยกันค่ะ แถมมีวันหยุดช่วงสงกรานต์อีก ดังนั้นก็ต้องปั่นบทให้ได้มากที่สุดค่ะ

ก่อนลงมือเขียนก็ต้องศึกษาชีวิตของแต่ละคน สิ่งที่สัมผัสได้คือแต่ละคนมีชีวิตรันทดและน่าสงสารมากค่ะ และก็ต้องนำชีวิตของแต่ละคนมาดัดแปลง เพิ่มเติมเรื่องราวขึ้นอีกเพื่อให้ได้อรรถรสของความบันเทิง

ในฐานะคนเขียน..เราก็อยากให้บทของเรามีลูกเล่นซ่อนไว้ให้น่าติดตาม แต่ก็ทำไม่ได้มากค่ะ เพราะโจทย์คือ ต้องเล่าเรื่องทุกอย่างชัดเจน และเข้าใจง่าย ให้คนดูเสพย์เรื่องได้ง่ายๆ ดังนั้นเราก็ต้องปรับกันไปค่ะ เขียนไปหลายร่างอยู่ แต่ก็ไม่ถึงขนาดว่าแก้จนวิญญาณออกจากร่างนะคะ อันนี้เป็นตลกร้ายของคนเขียนบทค่ะ จะแซวกันว่า "โดนไปกี่ร่าง...วิญญาณจะออกจากร่างรึยัง?"

แม้จะไม่ใช่ละครฟอร์มใหญ่ งบประมาณก็ไม่มากนัก รับงานนี้ทั้งๆ ที่ต้องลดค่าตัวต่อตอนไปประมาณ 75% ฟังไม่ผิดนะคะ ตอนนี้ทำงานรับเงินแค่ไม่ถึง 25% จากเรตค่าตัวที่เคยรับ แต่ทำเพราะอยากทำ และเราก็ตั้งใจถ่ายทอดเรื่องราว พยายามสอดแทรกแนวคิด และอุทาหรณ์จากความผิดพลาดในการดำเนินชีวิตของเจ้าของเรื่องเข้าไปเท่าที่จะทำได้ค่ะ

ถ้าเพื่อนๆ ไม่ได้ออกจากบ้านไปไหน บ่ายโมงวันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน 2561 นี้ ก็ขอฝากไว้ด้วยนะคะ

love
C

Trailer of my screenwriting job ตัวอย่างละครที่เขียนใกล้ฉายแล้วค่ะ | Ecency