สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ Steemit ที่รักทุกท่าน
วันนี้มีอาการป่วยนิดหน่อยหลังจากที่ไปเช็งเม้งมาเมื่อวานนี้ ก็เลยอยู่บ้านพัก 1 วัน ช่วงบ่ายๆ เห็นฝนจะตก และสามีเตรียมตัวเดินทางไปเชียงใหม่ก็เลยไปส่ง แต่ที่จริงเขาก็เป็นคนขับรถแหละ ตัวเองจะขับแค่ขากลับ ทีแรกก็ไม่คิดว่าคนเยอะค่ะ ไม่ทันดูปฏิทินว่าวันศุกร์เป็นวันหยุด แต่ดีว่าเผื่อเวลาเอาไว้แล้ว ไฟลท์ออกเวลา บ่ายสามโมง เราออกจากบ้านกันตั้งแต่ เที่ยง กะว่าจะไปกินข้าวที่นั่น พอไปถึงเค้าปิดทางเข้าจอดรถ บริเวณตึก 2 ที่เราจอดเป็นประจำแต่วันนี้ เค้าปิดเนื่องจากที่จอดรถเต็ม เราก็เอะใจแล้วว่าจะให้ไปจอดที่ไหน มันไม่มีตึกไหนเหลือแล้วนี่นา และแล้วที่คิดก็เป็นจริง!!
เราต้องไปจอดรถที่อาคารจอดรถเดิม ของผู้โดยสารขาเข้าในประเทศอาคารริมสุดโน่นน่ะค่ะ ถ้าใครจำได้สมัยก่อนจะย้ายไปอยู่สุวรรณภูมิ
จอดรถที่ชั้นล่างจะเดินไปทางเชื่อมสกายวอล์ก จะต้อง ขึ้นไปที่ชั้น 3 แต่ลิฟท์ปิดตายค่ะ พอดีลืมถ่ายรูปมา ผู้โดยสารต้องหิ้วกระเป๋าเดินทางเดินขึ้นบันได 3 ชั้น
ทะลุเข้าไปตัวตึกเจอสภาพนี้ค่ะ ทั้งอาคารไม่มีแอร์นะคะ มีแต่ผนังไม้อัดตีคลุม ตลอดระยะทางที่เราเดินทาง นี่มีความรู้สึกว่าถ่ายรูปออกมาแล้วดูดีเกินสภาพจริงนิดหน่อย 555
อันนี้สายการบินอะไรเนี่ยโอเคแอร์ 555 ออกนอกตัวตึกไปยังไม่ถึงง่ายๆ ค่ะ
เจอทางเดินสกายวอล์กหน้าตาเช่นนี้ ถ้าตอนสร้างใหม่ๆ คงจะดูโอเคบังเอิญไม่เคยเดินต่อเครื่องจากในประเทศนอกประเทศ ก็เลยไม่เคยเห็นสกายวอล์กอันนี้เลยค่ะ
เลี้ยวขวาไปแล้วถึงเห็นว่าสกายวอล์กนี้ทอดตัวยาวขนาดไหน
อันนี้เดินไปถ่ายรูปไปเป็นระยะๆ แบบว่าสังเกต perspective จะเห็นว่ามันไกลสุดลูกหูลูกตา เดินประมาณ 10 นาที ค่ะ
อันที่จริงการเดินไกลเป็นเรื่องธรรมดาของท่าอากาศยานแห่งชาติอยู่แล้ว ไม่ว่าประเทศไหนๆ เราไม่ว่ากันหรอก แต่ลองคิดดูว่าถ้าเป็นคนชราที่ต้องเดินทางคนเดียวเอารถมาจอดทิ้งไว้ แล้วเค้าจะต้องเดินไปเช็คอินว่าจะน่าสงสารแค่ไหน หรือถ้าวันนี้พาแม่มาด้วยและไม่ได้ปล่อยให้แม่ลงตรงอาคาร 2 แต่ให้แม่มาจอดรถด้วยกัน งานเข้าแน่ๆ คือแม่เดินไม่ไหว รถเข็นวีลแชร์ไม่มี เจ้าหน้าที่ของสนามบินไม่มี มีแต่พี่ยาม กับพี่แม่บ้านตรงลานจอดรถไว้คอยเตือนใจว่านี่เราไม่ได้อยู่โรงพยาบาลร้าง
แต่ไม่เป็นไรค่ะ เราสู้...เรายังไม่แก่ (มาก)...เดินอีกค่ะ เดินต่อไปเรื่อยจนถึงอาคารจอดรถที่เค้าปิดไม่ให้เข้า
เดินต่อค่ะมาถึงฟู้ดคอร์ทเร้นลับ ท่าทางไม่แพง ใครอยากกินรีบๆ เร็วๆ ราคามิตรภาพตรงนี้น่าจะเหมาะ แต่ไม่ได้เข้าไปดูนะคะ
ถัดไปพอเห็น 7-11 ก็จำได้แล้วว่าเรากำลังจะถึงที่หมาย
ถึงซะที ราวกับเป็นคนละโลกกับเมื่อกี้ สังเกตที่พื้นเห็นเส้นแบ่งเขตแดนด้วยค่ะ ด้านในสะอาดสะอ้าน และหรูหราอย่างที่รู้กันว่าปรับปรุงใหม่
ส่วนตัวที่ยังชอบการมาดอนเมืองมากกว่าสุวรรณภูมิ เพราะใกล้บ้านกว่า ไม่ใช่เพราะไม่มีปัญญาจ่ายค่าตั๋วการบินไทย
แต่บางทีก็อดคิดไม่ได้ทำไมการใช้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ ถึงต้องทำให้เราต้องมีความรู้สึกว่าได้รับการดูแลที่น้อยลงไปด้วย หรือว่าอาจเป็นเพราะนิสัยการทำงานแบบผักชีโรยหน้าของคนบางกลุ่มที่มีส่วนรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้คน แต่กลับละเลย นั่นคงเป็นเพราะพวกเค้าไม่เคยลงมาสัมผัสกับสิ่งเหล่านี้ บางคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆ แต่สำหรับตัวเองแล้วคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่นะคะ เพราะไม่ว่าส่วนไหนของท่าอากาศยาน ก็ล้วนแต่เป็นหน้าตาของประเทศ ไม่ใช่ว่าจะตกแต่งให้สวยหรูแค่บางส่วน แต่อีกส่วนกลับดูอึมครีมไม่ปลอดภัย
บ่นมากก็หิวพอดี วันนี้ตั้งใจจะมากินเย็นตาโฟร้านนี้ที่สนามบินค่ะ ที่จริงที่ไหนก็มีนะ อย่างที่เคยเห็นๆกันตามห้างสรรพสินค้า
แต่มีความรู้สึกว่ากินอร่อยสะใจกว่าสาขาอื่น อาจจะเพราะราคาแพงกว่าก็เลยให้เยอะกว่ารึเปล่าไม่รู้ค่ะ
Take care และรักนะคะทุกคน
จากประชาชนโลว์คอสคนหนึ่ง :)