สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน
ช่วงนี้เริ่มขี้เกียจเขียนบล็อกอีกแว้ววว.... หลังจากที่เจอคุณสามีให้ท้ายว่าไม่ต้องเขียนทุกวันหรอก ตอนนี้พยายามไม่ฟังนาง เพราะถ้าไม่เขียนทุกวัน บัวก็จะค่อยเริ่มหาย และหยุดยาว ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้ได้นิดๆ หน่อยๆ ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย มาเข้าเรื่องของวันนี้ดีกว่าค่ะ พอดีเมื่อวานตั้งใจไว้ว่าจะไปต่อภาษีรถจักรยานยนต์ คือมันหมดอายุตั้งแต่ 29 เมษายนที่ผ่านมา อันที่จริงก็ตั้งใจไว้ว่าจะไปต่อภาษีหลังสงกรานต์ แต่เผอิญเกิดไวรัสโควิด-19 ระบาด จังหวัดภูเก็ตโดนปิดเกาะ และปิดรอยต่อระหว่างตำบล ก็เลยจนใจ ทำอะไรไม่ได้ เพราะไปไหนไม่ได้ จะต่อทางออนไลน์ก็ไม่ได้ เพราะรถมอร์เตอร์ไซด์อายุเกิน 5 ปีแล้ว ต้องไปตรวจสภาพก่อน แล้วพอทางจังหวัดประกาศเปิดรอยต่อระหว่างตำบล มันก็เลยกำหนดมาแล้ว และต้นเดือนพฤษภาคมก็เป็นเดือนแห่งวันหยุดนักขัตฤกษ์ เรียกได้ว่าหยุดแบบฟันปลาวันเว้นกันเลยทีเดียว พอวันที่ 7 ที่ผ่านมาก็เลยรีบไปต่อภาษีรถจักรยานยนต์แต่เช้าเลยค่ะ เอกสารที่เตรียมไปก็มีแค่เล่มทะเบียน (ถ้าไม่มีใช้สำเนาแทน) แล้วก็เงิน เตรียมแค่นี้จริงๆ
ก่อนจะเข้าไปที่สำนักงานขนส่ง ก็แวะอู่ซ่อมรถเพื่อตรวจสภาพรถก่อน เพราะรถบัวอายุเกิน 5 ปี สามารถตรวจได้ทุกที่ค่ะ เจอป้าย ตรอ. ที่ไหน ขี่เข้าไปได้เลย บัวเลือก ตรอ. ใกล้ๆ ขนส่ง ขี่เข้าไป เจ้าหน้าที่จะขอเล่มทะเบียนรถ และเบอร์โทรศัพท์ หลังจากนั้นก็ไปนั่งรอ ซึ่งวันนี้ลูกค้ามาใช้บริการมาก นี่ขนาดบัวมาถึงที่นี่ 8.10 น. เองนะ ยังมีคิวก่อนหน้าบัวอยู่ 2-3 คิว หลังจากที่นั่งรอพนักงานตรวจสภาพรถ ทั้งรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ต่างมารอตรวจกันหลายคันเลยค่ะ อาจจะเพราะติดล็อคดาวน์เมื่อเดือนเมษายน พอทางจังหวัดคลายล็อคคนก็เลยแห่กันมาต่อภาษี เมื่อพนักงานตรวจสภาพเสร็จแล้วก็ถือเวลาจ่ายเงินค่ะ ของบัวซื้อพรบ.ด้วย เพราะหมดอายุพร้อมกับภาษี ค่าพรบ. 430 บาท ค่าตรวจสภาพรถ 60 บาท เมื่อจ่ายเงินเสร็จก็ได้รับเล่มทะเบียนคืน จากนั้นก็ไปต่อภาษีที่ขนส่ง
มาถึงขนส่งประมาณ 8.40 น. เห็นคนมานั่งรอกันเยอะพอสมควร ปกติตรงบริเวณที่เต้นท์สีชมพูจะเป็นที่จอดรถจักรยานยนต์ แต่ข้างในสำนักงานคนคงเยอะ และจำกัดเรื่องของคนที่จะไปแออัดอยู่ภายในห้องที่มีลักษณะแบบปิด ก็เลยให้ส่วนที่เหลือรอคิดอยู่ข้างนอกก่อน เมื่อใกล้ถึงคิวค่อยเข้าไปข้างใน ตอนแรกบัวคิดแบบนั้น แต่จริงๆ ประชาชนที่นั่งรออยู่เขาซื้อพรบ. ค่ะ
เมื่อจอดรถเรียบร้อยก็เดินมาที่ฝ่ายทะเบียนรถค่ะ ด้านหน้าก็จะมีเจ้าหน้าเคยวัดไข้ และแจกเจลแอลกอฮอล์ พอเจ้าหน้าที่เอาที่วัดไข้มายิงที่หน้าผากบัว เครื่องวัดไข้ร้องติ๊ด...ติ๊ดเลย วัด 37.4 เจ้าหน้าก็เลยพูดขึ้นว่า ถ้าน้องวัดได้ 37.5 พี่ไม่ให้เข้าไปข้างในนะ นึกในใจตรูติดยังวะ รู้สึกตัวอุ่นๆ ปวดหัวรุมๆ แอ๊ะ!!!.... หรือตรูจะติด คิดไปสาระตะ 555
เข้ามาข้างในก็จะมีเคาท์เตอร์คัดกรองเอกสารว่ารถจักรยานยนต์ที่มีอายุเกิน 5 ปี หรือรถยนต์ที่มีอายุเกิน 7 ปี ตรวจสภาพหรือยัง ซื้อพรบ. หรือยัง ถ้ายังไม่ได้ตรวจสภาพรถ หรือซื้อพรบ. เจ้าหน้าที่ก็จะให้ไปซื้อพรบ.ก่อน ส่วนใครที่ทำเรียบร้อยแล้วก็จะให้บัตรคิว
บัวได้คิวที่ 43 จำนวนคนที่รอคือ 33 คน ระหว่างที่รอก็คอยเอามือมาอังศีรษะว่าร้อนไหม๊ มันก็อุ่นๆ อะนะ
ประชาชนมารถต่อภาษีเยอะกว่าทุกครั้งที่บัวเคยมาต่อ ปกติบัวใช้เวลาต่อภาษีประมาณ 5 นาที ทุกอย่างก็เสร็จ แต่เมื่อวานก็รอไม่นานเท่าไหร่ค่ะ เพราะเจ้าหน้าที่เปิดหลายช่อง เพื่อลดปริมาณคนที่อยู่ในห้องให้เหลือน้อยที่สุด ที่นี่ก็จะมีการจัดให้เว้นระยะห่าง โดยนั่งเก้าอี้ห่างกัน เวลายื่นเอกสารก็ห่างจากเคาน์เตอร์ 2 เมตร ที่เคาน์เตอร์ก็มีพลาสติกใสกั้นระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน เมื่อถึงคิวบัวก็ยื่นเล่มทะเบียนให้พนักงาน เสียค่าต่อภาษี 100 บาทค่ะ และเสียภาษี 1% เพราะภาษีหมดอายุไปแล้ว นี่ถ้าปรับเยอะกว่านี้คงมีโวย เพราะมันไม่ใช่ความผิดของเราที่มาต่อภาษีช้า แต่ถ้าเป็นความผิดของเราเองเรายินดีจ่าย เพราะปีที่แล้วบัวก็จ่ายช้า โดนปรับไป 1 บาท 555