สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาว Steemians ทุกท่าน
ฮัลโหลวววว.... วันหยุด.... วันอาทิตย์ที่ 28 ก.ค.62 มาล้าววววว....มาล้าววววว กลับมาพบกันอีกแว้วววว.... กลับมาพบกันเช่นเคยเป็นประจำทุกวันค่ะ วันเน้.... ก็เช่นเคยค่ะ พยายามเข้าฌาณระลึกถึงเรื่องราวเก่าๆ ที่ผ่านมา ว่ามีอะไรหลอนๆ ไหม๊ เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เกิดขึ้นกับตัวบัวเองค่ะ ไม่ใช่โดนผีหลอกหรืออะไรหรอกนะคะ ด้วยที่เป็นคนกลัวผี แต่ก็ชอบดูหนังผี ถึงแม้ว่าในชีวิตจะไม่เคยเห็นผีสักครั้งก็ตาม แต่มันก็กลัวอ่ะ ทำไงได้ ถ้าอยู่ในบรรยากาศที่มันสุ่มเสี่ยง บางทีก็ทำให้เกิดอาการมโนไปเองได้
เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อ 24 ปีที่แล้ว ตอนนั้นบัวเรียนอยู่ชั้น ม.3 ประมาณตี 4 กว่าๆ ระหว่างที่พวกเรากำลังนอนหลับ คือช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่บัวหลับสบายที่สุด อยู่ๆ ก็มีเสียงร้องเรียก "น้าศักดิ์ น้าศักดิ์ ตื่นเร็ว ไปช่วยกันอาบน้ำศพให้ตาสังข์หน่อย แกตายแล้ว" เป็นเสียงเรียกจากตายคล้ายเพื่อนบ้าน ที่อยู่บ้านอยู่ใกล้ๆ นั่นเอง แกมาปลุกพ่อบัวให้ไปช่วยอาบน้ำศพตาสังข์ ซึ่งตาสังข์แกป่วยเป็นมะเร็งมาหลายเดือนแล้ว และเสียชีวิตประมาณตี 4 พ่อบัวเมื่อได้ยินเสียงเรียกก็ขานรับ และลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว เพื่อไปช่วยงานศพ บ้านของตาสังข์อยู่ถัดจากบ้านบัวประมาณ 2 หลัง
หลังจากที่พ่อไปช่วยงานศพแล้ว ตี 5 บัวกับน้องๆ ก็ตื่นมานึ่งข้าว ทำงานบ้าน และเตรียมตัวไปโรงเรียน ปกติก่อนจะไปโรงเรียนพ่อจะให้ค่าขนมก่อนไปโรงเรียน หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จเตรียมตัวจะไปโรงเรียน พ่อก็ยังไม่กลับมาจากงานศพ บัวกับน้องก็เลยแวะไปหาพ่อที่งานศพเพื่อขอตังค์ค่าขนมไปโรงเรียน พอบัวเดินเข้าบ้านงานศพรู้สึกถึงความเย็นยะเยือก แต่ก็ไม่แน่ใจว่าคิดไปเองหรือเปล่า เดินเข้าไปในบ้านงานศพสายตาก็มองหาพ่อ ว่าพ่ออยู่ตรงไหนเพื่อจะขอเงิน บัวเดินผ่านหน้าต่างแล้วก็หันไปมองก็เป็นพ่อกำลังแต่งตัวให้ศพ ตรงบริเวณหน้าต่างเป็นทางทิศตะวันตก คือเขาจะหันหัวศพมาทางทิศตะวันตก สายตาบัวก็เลยมองไปที่ศพ ภาพที่บัวเห็นคือ ศพตาสังข์หันหัวมาทางหน้าต่างที่บัวยืนอยู่ ใส่เสื้อสีแดงสด กางเกงขาวยาว ใส่รองเท้าหูคีบ บริเวณจมูกและหูมีสำลีอุดไว้ มือสองข้างยกขึ้นมาพนมไว้ตรงกลางอก โดยมีเชือกมัดตราสังข์มัดอยู่ บัวเห็นครั้งแรกยอมรับเลยว่าตกใจกลัวมากๆ เกิดมาไม่เคยเห็นศพจะจะแบบนี้ คนโบราณเขาถึงห้ามไม่ให้เด็กไปงานศพ เพราะเด็กจิตอ่อน
พอพ่อเห็นบัวยืนอยู่ริมหน้าต่าง หน้าตาตื่นตกใจ แกก็รีบเดินออกมาแล้วรีบยัดเงินค่าขนมใส่ในมือ แล้วก็บอกว่าให้รีบไปโรงเรียน ไม่ต้องมอง วันนั้นทั้งวันบัวเรียนไม่รู้เรื่องเลย นึกเห็นแต่ภาพศพของตาสังข์ทั้งวัน ยิ่งกลัว ยิ่งไม่อยากนึกถึง แต่ก็ห้ามไม่ให้นึกถึงไม่ได้ เลิกเรียนตอนเย็นกลับบ้าน ก่อนจะถึงบ้านบัวก็ต้องผ่านบ้านงานศพก่อน พอถึงบ้านงานศพเท่านั้นแหล่ะบัวรีบวิ่งกลับบ้านเลย ยิ่งบริเวณหมู่บ้านที่บัวอยู่ บ้านแต่ละหลังก็จะอยู่ห่างกันพอสมควร แล้วต้นไม้ ต้นไผ่ก็เยอะ เรียกได้ว่ายังเป็นป่าอยู่มาก แล้วข้างบ้านบัวก็จะมีกอไผ่กอใหญ่มากอยู่หนึ่งกอ เป็นไผ่ตรง ซึ่งไผ่ตรงจะลำใหญ่และสูงมากๆ
ตอนเย็นบัวรีบอาบน้ำแต่หัวค่ำ เพราะห้องน้ำสมัยก่อนอยู่นอกตัวบ้าน ถึงแม้ว่าจะไม่ไกลแต่ก็อยู่ด้านล่าง ตกกลางคืนบัวลืมแช่ข้าวสารเพื่อไว้นึ่งในตอนเช้า แม่จึงบอกให้บัวออกมาแช่ข้าวก่อนเข้านอน บัวชวนน้องๆ ออกมาเป็นเพื่อน ก็ไม่มีใครยอมออกมาเป็นเพื่อน "ออกไปเป็นเพื่อนหน่อย กูกลัวผี" น้องน่ารักม๊วกกก.... ตอบว่า "มึงก็ออกไปสิ แม่ใช้มึง" บัวก็เลยต้องจำใจเปิดประตัวบ้านออกมาที่นอกชาน เพื่อแช่ข้าว คือยอมรับเลยว่าตอนนั้นกลัวจนสั่นไปหมด ยิ่งบรรยากาศด้านนอกมืดสนิท มองไปสวนหลังบ้านก็เป็นป่ากล้วย ยิ่งดูวังเวง พอมองไปข้างบ้านก็เห็นกอไผ่ก่อใหญ่ ปลายและใบไผ่ไหวไปตามแรงลม เสียงต้นไผ่ดังเสียดสีกัน ทำให้เกิดเสียงที่น่ากลัว ด้วยความที่กลัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็เกิดมโนว่ามีผีอยู่ในกอไผ่ แค่นั้นแหล่ะบัวรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน นอนคลุมโปงเลย ภาพตาสังข์ใส่เสื้อสีแดง กางเกงขาวยาว ใส่รองเท้าหูคีบ บริเวณจมูกและหูมีสำลีอุดไว้ มือสองข้างยกขึ้นมาพนมไว้ตรงกลางอก โดยมีเชือกมัดตราสังข์มัดอยู่ ยังตามหลอกหลอนบัวอยู่หลายปีเลยค่ะ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ให้กันเสมอมา
แล้วเจอกันโพสต์หน้าจ้า เลิฟนะยู้วววว....