เมื่อเช้าบัวออกจากบ้านไปตลาดแต่เช้า เพื่อซื้อพวงมาลัยดอกดาวเรืองไปไหว้ศาลหลักเมือง ซึ่งเคยตั้งใจนานเป็นปีแล้วค่ะ ว่าจะไปไหว้ขอพร ฝากตัวเป็นลูกเป็นหลานท่าน แต่ก็ไม่ได้ไปสักที มัวแต่เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวก่อน อยู่ตลอด ซึ่งศาลหลักเมืองนั้นอยู่ใกล้บ้านม๊วกกกกก..... อยู่แค่ปลายจมูกนี่เอง เพียงแต่ทางเข้าอาจจะสังเกตยากไปสักหน่อย ถ้าไม่ตั้งใจจะไปจริงๆ ก็จะขับรถเลยตลอด วันนี้คือตั้งใจไป ก็เลยได้ไป ที่จังหวัดภูเก็ตมีศาลหลักเมืองอยู่ 4 ศาล แต่บัวไม่เคยไปสักศาล ที่นี่เป็นที่แรก
ตอนเป็นเด็กบัวชอบอ่านการ์ตูนเล่มละบาท มันก็จะมีเรื่องเล่า ตำนานที่เล่าขานกันมาเกี่ยวกับศาลหลักเมืองว่า ก่อนที่เขาจะสร้างศาลหลักเมือง เขาจะนำเอาคนเป็นๆ มาฝัง เพื่อให้เฝ้าศาลหลักเมือง ซึ่งก่อนจะนำคนมาฝัง เจ้าหน้าที่ก็จะตีฆ้องร้องป่าวไปตามบ้านเรือนชาวบ้าน แล้วเรียกคนที่มีชื่อว่า อิน จัน มั่น คง ถ้าใครขานรับเจ้าหน้าที่ก็จะนำคนๆ นั้นมาฝังทั้งเป็นเพื่อให้เฝ้าศาล ในการ์ตูนก็เอามาแปลงชื่อใหม่ว่า ขวัญ มั่ง มี คง แล้วก็มีเณรขวัญซึ่งป่วย ก็เลยกลับมาอยู่บ้านเพื่อรักษาตัว นอนอยู่ได้ยินเสียงคนเรียกชื่อขวัญเอ้ย ขวัญ เณรขวัญได้ยินและไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่จะเอาคนไปฝังคู่กับศาลหลักเมือง ก็ขานรับทันที จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็นำตัวเณรขวัญไปที่จุดจะสร้างศาลหลักเมือง ก่อนจะทำการฝังเณรน้อยก็ขอกินข้าวให้อิ่มก่อน เพราะหิวข้าวมาก แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ให้กิน แล้วผลักเณรขวัญลงหลุมทันที เณรน้อยโกรธแค้นมาก ก็เลยสาบแช่ง ขอให้บ้านเมืองฉิบหาย ข้าวยาก หมากแพง สิ้นเสียงสาบแช่งของเณร เจ้าหน้าที่ก็เอาเสาลง และกลบดิน หลังจากนั้นไม่นานบ้านเมืองก็เกิดกลียุค ข้าวยาก หมากแพง ตามที่เณรขวัญได้สาบแช่งไว้ เมื่อก่อนนี่บัวสายตูนเลยก็ว่าได้ เรื่องผีๆ เรื่องตำนานต่างๆ ชอบอ่านมาก
บัวไปถึงที่ศาลหลักเมืองประมาณสัก 7.30 น. ถือว่ายังเช้ามาก ขับรถเข้าไปจากปากซอยลึกพอสมควร ด้านในซอยก็เป็นชุมชนท่าเรือเล็กๆ
พอไปถึงที่ศาลหลักเมือง ลมแรงมากช่วงนี้ลมแรงทั้งวัน ก็ได้ยินเสียงระฆังดัง ฟังแล้วเพราะมากค่ะ สี่มุมของศาลหลักเมืองจะแขวนระฆังใบโพธิ์ไว้ พอมีลมระฆังก็จะดัง
เมื่อเช้าบัวซื้อเฉพาะพวงมาลัย ไม่ได้เตรียมอย่างอื่นเไปเลย โชคดีมีคนที่ดูแลศาล เขามีของไหว้ให้ครบเลย บัวก็เลยบูชาของไหว้จากพี่เขา ก็มีผ้าแพร 7 สี ไว้สำหรับพันรอบเสาหลักเมือง น้ำดื่ม น้ำแดง ธูป เทียน และน้ำมันเติมตะเกียง
เมื่อจุดเทียนธูป ก็ไหว้ขอพร ฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกหลานท่าน จากนั้นก็นำผ้าแพร 7 สี ไปมัดไว้ที่เสาหลักเมือง แล้วก็ติดแผ่นทอง 3 แผ่น
อีก 1 แผ่นนำมาติดที่หัวเรือ เพราะที่ศาลหลักเมืองแห่งนี้มีเรืออยู่ 1 ลำ เพราะมีคนเคยฝันว่าท่านอยากได้เรือสักลำ เพื่อจะได้พายไปไหนมาไหน เพราะภูเก็ตการสัญจรต้องใช้เรือ
จากนั้นก็เติมน้ำมันตะเกียง ให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง โชติช่วงชัชวาลดั่งแสงเปลวเทียน