สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน
โพสต์วันเน้.... ก็ต่อจากโพสต์เมื่อวาน คือตอนแรกกะว่าจะมัดรวมเป็นโพสต์เดียวกัน แต่รูปที่ถ่ายมามันก็เยอะเกินไป จะเลือกเอาเป็นบางรูปก็เสียดายรูปที่ถ่ายมา ก็เลยจำเป็นต้องทำเป็น 2 โพสต์ โพสต์นี้หลังจากตะลอนเที่ยวตามหาดต่างๆ แล้วก็มาจบด้วยการดูพระอาทิตย์ตกดินที่แหลมพรหมเทพ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ตเลยก็ว่าได้ ใครมาภูเก็ตแล้วไม่มาเช็คอินที่แหลมพรหมเทพ ถือว่ามาไม่ถึงภูเก็ตนาจา.... เขาว่ากันว่าแหลมพรหมเทพเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดในประเทศไทยกันเลยทีเดียว และยังเป็นสถานที่ที่บอกเวลาพระอาทิตย์ตกดินของไทยอีกด้วย จะสวยตามคำลือคำเล่าอ้างหรือไม่ ไปพิสูจน์กันเล้ยยยย....
บัวมาถึงที่แหลมพรหมเทพประมาณ 6.10 นาที ตอนแรกคิดว่าคงมีที่จอดรถแหล่ะ เพราะช่วงนี้นักท่องเที่ยวไม่มี พอขับเข้ามาหาที่จอดรถบริเวณที่ใกล้ที่สุด ปรากฏว่าเต็มคร้าาาา.... ก็เลยต้องวนออกไปจอดไกลหน่อย ช่วงเน้.... จะหาที่จอดรถง่ายหน่อย ไม่เหมือนก่อนที่จะมีโควิด ผู้คนไม่ค่อยหนาแน่นสักเท่าไหร่
เดินขึ้นบันไดขึ้นมาจนถึงจุดชมวิว ก็ต้องเก็บภาพกันสักหน่อย บัวบอกให้ลูกชายไปยืนจะถ่ายรูปให้ นางไม่ค่อยจะให้ความร่วมมือสักเท่าไหร่
ถ้าถ่ายรูปจากมุมนี้จะเห็นเรือใบมากมายลอยอยู่ในท้องทะเล เป็นจุดที่มีเรือใบมากที่สุดในภูเก็ต บริเวณนั้นคือหาดในหานนั่นเองค่ะ
เดินหามุมถ่ายรูป มุมสวยๆ ก็ล้วนมีคนจับจองแล้ว ก็เลยถ่ายต้นตาลไปก่อน 555
ที่แหลมพรหมเทพจะเต็มไปด้วยต้นตาลที่สูงใหญ่
พระอาทิตย์กำลังค่อยๆ ลาลับขอบฟ้า เสียดายที่ท้องฟ้าไม่โปร่ง เพราะมีฝุ่น pm 2.5 ปกคลุมเกาะภูเก็ตมานานหลายเดือน บรรยากาศท้องฟ้าก็จะขมุกขมัว
เป็นภาพที่พระอาทิตย์สาดแสงสีทอง มีฉากหลังเป็นเรือใบขที่กำลังแล่นกินลมในทะเล
ผู้คนต่างถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกดินกันใหญ่ บัวถ่ายเยอะมาก แต่เลือกรูปมาแล้วไม่สวยสักรูป 555
ประมาณ 6.30 นาที พระอาทิตย์ก็ค่อยๆ ลาลับขอบฟ้าไป หลังจากนั้นไม่นานผู้คนก็เริ่มทยอยกลับที่พัก รวมทั้งบัวด้วย
ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ให้กันเสมอมา
แล้วเจอกันโพสต์หน้าจ้า เลิฟนะยู้วววว....