สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน
มาล้าวววว.... มาล้าวววววว..... วันเน้.... มาที่งานอาร์ตๆ ต่อจากเมื่อวาน Street Art เพราะรูปเยอะม๊วกกกก..... พูดเลย ไปวันเดียวคุ้มอะ แต่บัวจับแยกทำแค่ 2 โพสต์ จะทำหลายโพสต์ก็กะไรอยู่ เดี๋ยวเพื่อนๆ พาลจะเบื่อเอาได้ง่ายๆ เมื่อวานบัวเล่าเรื่องราวความเป็นมาเกี่ยวกับ Street Art แบบคร่าวๆ แต่วันนี้จะมาบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาแบบฉบับเต็มเลยค่ะ ว่าเขามีแนวคิดในการสร้างสรรค์ศิลปะนี้ยังไง เป็นการเปิดจุดเช็กอินใหม่ย่านหาดกะตะ ที่เทศบาลตำบลกะรน สมาคมขัวศิลปะเชียงราย ปาล์มสแควร์ โรงแรมคลับเมด ร่วมกับศิลปินในจังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานศิลปะบนผนังกำแพงโรงแรมคลับเมด ถนนกะตะ ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ตรงข้ามปาล์มสแควร์ ภายใต้โครงการ สร้างศิลป์จากใจฝากไว้ที่เกาะสวรรค์ เพื่อสร้างสีสันให้แก่หาดกะตะ มีภาพทั้งหมด 33 ภาพ ที่ร้อยเรียงออกมาเพื่ออวดสายตาคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ศิลปะบนกำแพงโรงแรมคลับเมด เป็นการสื่ให้เห็นความเชื่อมโยง ระหว่างภาพศิลปะภูเก็ตกับเชียงราย มีทั้งหมด 33 ภาพ จากฝีมือการร้างสรรค์ผลงานของศิลปินทั้งภูเก็ต และเชียงรายกว่า 30 คน ยาวประมาณ 82 เมตร ใช้เวลาในการรังสรรค์ผลงานแค่ 4 วัน และเพิ่งสร้างเสร็จพร้อมเปิดให้ทุกคนได้ไปเสพงานศิลปะ และถ่ายรูปเช็กอินกันได้ ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา นี่ถ้าพี่ที่รู้จักไม่โพสต์ลงเฟสบัวก็คงไม่รู้ว่ามีงาน Street Art แต่คุณสามีคงรู้ เพราะนางชอบหาข้อมูลสำหรับการท่องเที่ยว เพื่อที่จะได้ไปถ่ายภาพ
มาเที่ยวภูเก็ตทั้งทีอย่าพลาดที่จะเดินทางไปชมความสวยงาม ของภาพวาดบนผนังกำแพงของโรงแรมคลับเมด ถนนกะตะ ตรงข้าม Palm Square ที่เหล่าศิลปินร่วมสร้างสรรค์ผลงานนี้ขึ้นมา แต่ละภาพวาดนั้นออกมาจากจิตใจและจิตวิญญาณของคนจากเชียงราย ที่มาเห็นความสวยงามของท้องทะเลภูเก็ต และต้องการสื่อให้คนที่ผ่านไปผ่านมาได้มาเห็นความสวยงามของภูเก็ต ที่กำลังรอให้ทุกคนเดินทางมาสัมผัส และชื่นชมความสวยงาม
สำหรับการสร้างจุดเช็คอินใหม่ในครั้งนี้ทางเทศบาล และเอกชนจัดทำขึ้นเพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวหาดกะตะ เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวหาดกะตะให้กลับมาเร็วขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวไทยที่ไม่เคยรู้จักหาดกะตะ ได้ตัดสินใจเดินทางมาท่องเที่ยวยังหาดกะตะ หาดกะรนมากขึ้น
สำหรับ Street Art แห่งนี้นับว่าเป็นจุดเช็กอินใหม่ ของแหล่งท่องเที่ยวย่านกะตะที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง สามารถที่จะแวะเวียนกันไปถ่ายรูปได้ตลอดเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน ถ้ายังไม่เต็มอิ่มกับภาพ Street Art ในจุดนี้ ลองเดินเข้าไปใน Palm Square จะมีภาพ Street Art ที่สื่อให้เห็นถึงความเป็นมาของจังหวัดภูเก็ตอีกหลายสิบภาพ มีท้งภาพ 3 มิติ และ Street Art ตอนแรกบัวนักว่ามีแค่ริมถนน แต่คุณสามีบอกว่าด้านในนี้ก็มี พอเดินเข้าไปไม่ได้มีแค่ภาพสองภาพ แต่มีเยอะมาก นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่บัวแยกเขียนเป็น 2 โพสต์ เพราะถ้าทำโพสต์เดียวภาพมันก็จะเยอะไป จะทิ้งภาพใดภาพหนึ่งก็เสียดาย
ตอนแรกที่บัวเห็นภาพนี้ บัวคิดว่าเป็นภาพแมวที่มีกระดองใส่มงกุฎ เพราะลายมันเหมือนแมว แต่มันมีเขี้ยวเหมือนเสือนะ เสือที่บัวรู้จักมันต้องขนออกสีน้ำตาล น้ำตาลสิ แต่คุณสาบอกว่ามันคือเสือ เอ้า!!!.... เสือก็เสือ ก็เป็นภาพเสือที่ใหญ่ม๊วกกกก.... เต็มผนังห้องเลย
หลังจากนั้นบัวกับคุณสาก็เตรียมตัวจะกลับ กำลังจะก้าวเท้าขึ้นรถ นางก็ถามว่าถ่ายรูปเสือที่อยู่บนบันไดทางขึ้นหรือยัง บัวก็ห่ะ!!!.... ยังมีอีกหรอ ที่ถ่ายมานี่ก็เยอะแล้วนะ คืออากาศมันร้อน แล้วก็เหนียวตัว นั่งรถเจอแอร์เย็นๆ พาลเหมือนจะไม่สบาย ก็อยากจะกลับบ้านอาบน้ำนอน แต่คุณสาก็ชี้มือชี้ไม้ไปทางด้านหลังบัว บัวก็เลยหันกลับไปดูเจอเสือตัวเบ้อเร่อ ก็เลยอ๊ะ!!!.... ถ่ายรูปต่ออีกสักหน่อยก็ได้ แต่พอเดินไปใกล้ๆ มองเข้าไปในอาคาร เห้ย!!!!.... มีภาพสวยๆ อีกเพียบ บัวก็เลยไล่ถ่ายไปทีละรูป
ภาพนี้น่าจะสื่อถึงพวกขยะที่ถูกทิ้งลงทะเล ขยะต่างๆ ที่ถูกทิ้งลงทะเลนั้นมีผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวสในทะเล เช่น แนวปะการัง แหล่งหญ้าทะเล ป่าชายเลน และการตายของสัตว์ทะเลหายาก เช่น เต่า โลมา วาฬ และพะยูน ยังส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยว จากทัศนียภาพที่เสื่อมโทรม ปัญหาสุขภาพ และอาหารที่ปนเปื้อนไมโครพลาสติก เนื่องจากพลาสติกสามารถถูกย่อยเป็นขนาดเล็กลงได้โดยแสงแดด ทำให้สารเคมีบางชนิดที่เป็นพิษละลายลงไปในทะเล ขณะที่พลาสติกบางชนิดยังสามารถดูดซึมสารพิษ ที่อยู่ในน้ำทะเล เข้ามาสู่ห่วงโซ่อาหารได้ เมื่อสัตว์น้ำกินก็สามารถส่งต่อมายังผู้บริโภคในลำดับที่สูงกว่า ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาถึงพวกเรานั่นเอง
บัวชอบภาพนี้มาก วาดภาพนักดำน้ำ แล้วใช้ถังดับเพลิงของจริงเป็นถังอ๊อกซิเจน เป็นการใช้ของใช้ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์
่ส่วนภาพนี้น่าจะเป็นสัตว์หลายๆ ชนิดมาเที่ยวหาดกะตะ เล่นโต้คลื่น ดื่มไวน์ชิลล์ๆ
ภาพนี้ให้บัวเดาน่าจะเป็นรูปปูเสฉวน
ภาพนี้เป็นภาพเชฟทำสเต็กแซลมอน ซึ่งภาพนี้อยู่ในร้านอาหาร บัวไปแอบถ่าย เพราะร้านอาหารเขายังเปิดอยู่ แต่ว่าบัวไม่ได้เข้าไปใช้บริการ ก็ถ่ายแบบเกรงใจ แฮร่.....แฮร่
ภาพนี้เป็นภาพสามมิติ เสือตัวใหญ่เดินออกจากประตู
โอ้ว!!!!.... แม่สาวน้อย ใครน่ากลัวกว่ากัน 555
ภาพสวยๆ เยอะเลยค่ะ สวยทุกภาพ
ภาพเต่ามะเฟืองตัวเขื่อง ซึ่งช่วงนี้ก็มีเต่ามะเฟืองมาวางไข่ที่หาดกะตะ และอีกหลายหาดในจังหวัดภูเก็ตด้วย บัวเดินไปเจออยู่อีกด้านของร้านอาหาร มีลักษณะรูปร่างของเต่ามะเฟืองที่โดดเด่น คือมีกระดองคล้ายผลมะเฟือง และครีบดูหน้าไม่มีเล็บตั้งแต่ออกจากไข่ ความลึกที่เต่ามะเฟืองสามารถดำน้ำได้คือ 1,280 เมตร เป็นเต่าทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ตัวโตเต็มที่อาจมีขนาดมหึมาถึง 2 เมตรกว่า และทำน้ำหนักได้ราวๆ ครึ่งตันเลยทีเดียว วางไข่ครั้งละประมาณ 66-104 ฟอง ไข่มีสีขาวออกแดงเรืองๆ ขนาดไม่ธรรมดาจะใหญ่กว่าเต่าทะเลชนิดอื่นๆ คือมีขนาดความยาวรอบ 2.5 นิ้ว ใช้เวลาฟักไข่เป็นตัวราว 60 วัน เมื่อลูกเต่าเกิดมันจะรีบคลานลงสู่ท้องทะเลในทันที ในช่วงอาทิตย์แรกเต่ามะเฟืองน้อยจะได้รับอาหารจากไข่แดงติดอยู่ ตลอดชีวิตเต่ามะเฟืองจะใช้ชีวิตในทะเลลึก ยกเว้นเพียงช่วงที่ต้องสืบพันธุ์ จึงจะกลับเข้ามาตามชายฝั่ง
นี่เป็นภาพอาคารรุ่นเก่าในตัวเมืองภูเก็ต ที่เป็นทั้งบ้านเรือน ร้านค้า สถานที่ราชการ ธนาคาร และอื่นๆ อีกมากมาย ส่วนใหญ่เป็นตึกซึ่งสร้างขึ้นเมื่อสมัยเกือบร้อยปีมาแล้ว ลักษณะของตัวอาคารเป็นการผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบจีน และยุโปร เรียกว่า สถาปัตยกรรมแบบชิโน-โปรตุกีส
นี่เป็นภาพสะพานสารสิน สะพานที่เชื่อมระหว่างจังหวัดพังงากับจังหวัดภูเก็ต สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2494 และมีเรื่องราวที่เล่าขานต่อๆ กันมาถึง ตำนานรักสะพานสารสิน เป็นตำนาน โศกนาฎกรรมแห่งความรัก เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในจังหวัดภูเก็ต เรื่องรักรันทดซึ่งเกิดขึ้นที่สะพานสารสิน เมื่อหนุ่มสาวที่ต่างฐานะถูกขัดขวางเส้นทางรัก และถูกต่อต้านจากพ่อแม่ของตัวเองทั้งสองฝ่าย จึงตัดสินใจใช้ผ้าขาวม้าผูกมัดตัวติดกัน กระโดดจากสะพานลงสู่สายน้ำที่เชี่ยวกราด เอาท้องทะเลเป็นสุสานรัก ซึ่งตอนนี้นอกจากใช้ประโยชน์ในการสัญจรแล้ว ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยว และจุดชมวิวอีกด้วย
นี่เป็นภาพรถโพถ้อง หรือรถสองแถว ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับรถโพถ้องกันก่อน ว่าทำไมพวกเราชาวภูเก็ตถึงเรียกรถสองแถวว่ารถโพถ้อง เนื่องจากจังหวัดภูเก็ตมีชาวจีน โดยเฉพาะจีนฮกเกี้ยนมาตั้งรกรากอยู่ในภูเก็ตเป็นจำนวนมาก ทำให้มีคำศัพท์หลายๆ คำที่ใช้เรียกสิ่งของต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร หรือสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ มาจากคำที่ใช้ทับศัพท์จากภาษาจีนฮกเกี้ยน คำว่าโพถ้องก็เช่นกัน รถโพถ้องในภาษาจีนฮกเกี้ยน หมายถึงรถสองแถวโดยสารประจำทาง และที่รูปแบบของรถโพถ้องก็เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นของภูเก็ต โครงสร้างของตัวรถ และที่นั่งทำมาจากไม้ ซึ่งที่นั่งจะเป็นเก้าอี้ยาวขนานไปกับตัวรถ หน้าต่างทั้งสองฝั่งเปิดโล่ง รับลมและให้ผู้โดยสารได้ชมวิวทิวทัศน์สองข้างทาง แต่สามารถปิดผ้าใบ หรือผ้าพลาสติกลงมาได้หากฝนตก
นี่เป็นภาพวิถีชีวิตของชาวจีนเมื่อหลายสิบปี ชาวจีนที่อพยพเข้ามาแถบนี้เป็นชาวจีนฮกเกี้ยน ซึ่งได้เข้ามาดำเนินกิจการเหมืองแร่ โดยยุคแรกเป็นการทำเหมืองโดยใช้แรงงานคนเป็นหลัก มีวิธีการต่างๆ มากมาย แต่ระยะแรกนั้นใช้วิธีการ ร่อนแร่ ด้วยเครื่องมือที่เรียกว่าเลียง มีลักษณะคล้ายกระทะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 24-30 นิ้ว ทำด้วยไม้เนื้อเบาแต่เหนียว
ปิดท้ายด้วยภาพอาหารพื้นเมืองจังหวัดภูเก็ต ภูเก็ตเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหาร อาหารของชาวภูเก็ตเป็นอาหารที่ได้รับการผสมผสานทางวัฒนธรรม ของชาวพื้นเมือง และชาวจีน ดังนั้นอาหารภูเก็ตจึงมีรสจัด แบบอาหารใต้ทั่วไป แต่มีกลิ่นอายของความเป็นจีนผสมอยู่ด้วย เพราะชาวจีนเป็นชนกลุ่มใหญ่ที่สุดในภูเก็ตนั่นเอง
ฮูแซ้ มีลักษณะคล้ายยำใหญ่ สลักผักหรือสลัดแขก ทานกับน้ำราด รสหวาน เค็ม เปรี้ยว และเผ็ดเล็กน้อย
โอ้เอ๋ว เป็นขนมหวานทำมาจากกล้วยน้ำว้า ขยำกับเมล็ดโอ้เอ๋ว เป็นเมล็ดสีขาวนำมาจากเมืองจีน ใส่น้ำเชื่อม และน้ำแข็งใส กินแก้ร้อน และลดการกระหายน้ำ
น้ำพริกภูเก็ต เป็นน้ำพริกกุ้งสด หรือน้ำชุบหยำ มีรสชาติเปรี้ยว เค็ม เผ็ด และหวานเล็กน้อย มีลักษณะเป็นน้ำ ประกอบด้วยน้ำมะนาว และเนื้อมะนาว ที่ปลอกเปลือกออกแล้ว ผสมกับน้ำกุ้ง และเนื้อกุ้งลวก ใส่กะปิเล็กน้อย เติมพริกขี้หนูซอย และหอมแดง แล้วขยำให้เข้ากัน
ผัดหมี่ฮกเกี้ยน เป็นอาหารพื้นเมืองดั้งเดิมของชาวจังหวัดภูเก็ต โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากชาวจีนฮกเกี้ยนในภูเก็ต ซึ่งมีฝีมือในเรื่องการทำอาหาร เอกลักษณ์ของหมี่ฮกเกี้ยน จะมีเส้นกลมใหญ่ มีสีเหลือง อันเกิดจากการผสมแป้งกับไข่ไก่ ซึ่งชาวภูเก็ตนิยมนำหมี่ฮกเกี้ยนนี้ มาผัดพร้อมหมู กุ้ง ปลาหมึก เนื้อปลา ลูกชิ้น และหอยติบ ใส่น้ำพอประมาณไม่มากไม่น้อยจนเกินไป ใส่ไข่แบบไม่สุกจะยิ่งอร่อยเป็นพิเศษ
ข้าวยำพริก เป็นการนำเอาข้าวสวยมาคลุกเคล้ากับเครื่อง ที่มีรสชาติเผ็ดร้อน ซึ่งประกอบด้วยหอม กระเทียมเผาโขลกรวมกับกะปิ พริกไทย มะพร้าวคั่ว กุ้งแห้ง พริกปุ่น ใบพาโหม และใบมะกรูดซอย โดยกินกับผักเหนาะคือ ถั่วงอก แตงกวาอ่อน
โลบะ คือหัวหมู และเครื่องในหมูต้มพะโล้ แล้วนำไปทอดอีกที เลือกสั่งได้ว่าจะเอา หู ลิ้น ไส้ ปอด หรือตับ ทานกับต่าวกั้ว (เต้าหู้ทอด) หรือต่าวกั้วจี่ (เต้าหู้เหลืองผ่าเฉียง เป็นรูปสามเหลี่ยม ปาดตรงกลาง ใส่แป้งถั่วงอก กุ้ง แล้วนำไปทอด) หรือแห่จี๋ (แป้งผสมถั่วงอก โดยหน้าด้วยกุ้ง แล้วนำไปทอด) หรือเกี้ยน (ทำจากหมูสับ กับกุ้ง มันแกว และเผือก นำมาห่อด้วยฟองเต้าหู้ แล้วนำไปนึ่งให้สุกก่อนนำมาชุบแป้งทอด)
หมูฮ้อง หรือหมูเต้าอิ๋ว มีลักษณะคล้ายหมูพะโล้ แต่ไม่ใส่เครื่องพะโล้ เครื่องปรุงประกอบด้วย หมู(นิยมใช้หมูสามชั้น) ซีอิ้วดำ-ขาว น้ำตาล และน้ำ รสชาติหวาน-เค็ม อาหารทั้งกล่าวมาทั้งหมดนั้นยอมรับตรงๆ เลยว่าบัวไม่เคยกินแม้แต่เมนูเดียว แบบนี้ต้องไปลองกินบ้างแล้ว
ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ให้กันเสมอมา
แล้วเจอกันโพสต์หน้าจ้า เลิฟนะยู้วววว....