สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน
วันเน้..... มองซ้ายแลขวา นึกในใจเขียนอะไรดีแว้..... ไม่มีเรื่องจะเขียนจริงๆ คร้าาาา..... ไม่มีเรื่องจะเขียนก็หยุดเขียนเซ่..... มันหยุดไม่ด้ายยยยย..... ต้องหารายได้เข้ากระเป๋าบ้างไรบ้าง ได้วันละสิบยี่สิบบาทก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลยช่ะ อันเน้.....คือเหตุผลหลักๆ ที่มีความพยายามเหลือเกินที่จะเขียน แม้ไม่มีเรื่องจะเขียน แล้วภาพประกอบก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้อความที่เขียนเล้ยยยย.....
วันเน้..... ออกนอกบ้านทั้งวัน กลับบ้านอีกทีเย็นแล้วค่ะ บัวออกไปยืดผมมาค่ะ การยืดผมมันต้องใช้เวลาอะนะ อย่างน้อยๆ ก็ 3-4 ชั่วโมง บัวเป็นคนผมเส้นใหญ่ แถมหยักโศกอีกตั่งหาก ผมหยักโศกก็คือผมหยิกนั่นเอง แต่ว่าไม่หยิกมาก สมัยเป็นเด็กไม่เคยได้สัมผัสร้านเสริมสวยเลย เวลาผมยาวแม่ก็จะใช้กรรไกรมาแก๊บๆ ให้เสมอติ่งหู แล้วคนผมหยักโศกอะนะ เวลาผมมันสั้นมันก็จะไม่มีน้ำหนัก ผมก็จะชี้โด่ชี้เด่ โชคดีที่ว่าสมัยก่อนไม่ซีเรียสเรื่องนี้เท่าไร ขอแค่ให้สั้นเสมอติ่งหูเป็นอันใช้ได้ บัวเข้าร้านตัดผมครั้งแรกก็เมื่ออายุ 15 ปี ตอนนั้นก็เริ่มรักสวยรักงาม แต่อย่างว่าแหล่ะผมบัวมันไม่ได้ตรง เวลาตัดออกมาไม่เกิน 2 วัน มันก็ชี้โด่ชี้เด่เหมือนเดิม บางทีมันก็สวอน คำว่าสวอนก็เป็นคำศัพท์ในสมัยที่บัวยังเป็นวัยรุ่น คือช่วงปลายผมมันจะบานออก พวกเราเรียกว่าสวอน
คนผมตรงก็อยากจะดัดให้หยิก คนผมหยิกก็อยากจะยืดให้ตรง วิวัฒนาการการยืดผมก็พัฒนามาเรื่อยๆ เมื่อก่อนเวลาจะยืดผมต้องใช้เวลาราวๆ 7 ชั่วโมง นั่งกันเข้าไปสิรากงอก เดี๋ยวนี้ก็ค่อยๆ ลดลงมาเหลือ 3-4 ชั่วโมง เดี๋ยวก็มีทั้งยืดแบบตรงแหน่ว ตรงจริงๆ ตรงเป็นไม้บรรทัดเลย แล้วทีนี้หัวก็จะลีบๆ ซึ่งบัวเป็นคนผมหนาก็เลยใช้วิธีการยืดนี้ และอีกวิธี คือการยืดแบบวอลลุ่ม อันเน้...... ยังไม่เคยลอง รู้แต่ว่าแพง การยืดด้วยวิธีนี้ผมจะตรงเป็นธรรมชาติ ไม่ลีบแบนติดหัว เมื่อก่อนบัวเคยยืดแล้วผมมันช็อต สรุปคือปลายผมแห้งเป็นไม้กวาดเลย กว่าจะฟื้นฟูให้กลับมามีน้ำหนักได้ ใช้เวลาหลายเดือนเลย ตอนนี้เวลาจะยืดผม บัวก็จะทำกับช่างที่ทำประจำ ไม่กล้าเอาหัวไปเสี่ยงกับช่างอื่น เสียเงินแล้วยังต้องเสียผมอีก อันนี้ไม่คุ้ม วันเน้..... ก็คุยเรื่อยเปื่อยค่ะ เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยหาเรื่องมาเขียนใหม่ อิอิ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ให้กันเสมอมา
แล้วเจอกันโพสต์หน้าจ้า เลิฟนะยู้วววว....