ผัดกะเพราหมูสับ แอบหลงรักข้าวกล้อง หลังจากปรึกษาเพื่อนๆเมนูอื่นๆบนโต๊ะอาหาร ทุกจานบอกเหมือนกันหมดว่า ให้ลุยเลย ผัดกะเพราก็เลยลุยไปบอกรัก
“เราชอบเธอมานานแล้วข้าวกล้อง”
“จริงเหรอ เราก็ชอบเธอเหมือนกันนะ”
“งั้นเราคบกันได้ไหม?”
“ได้สิผัดกะเพรา”
หลังจากนั้น ผัดกะเพรากับข้าวกล้อง ก็เป็นแฟนกัน อยู่ด้วยกัน ด้วยความที่ข้าวกล้องช่างเลือก ชอบจัดแจง เขามักจะบอกกับผัดกะเพราว่าให้ทำนู่นสินี่สิ
“เราว่า ... เธอควรเอาพริกออกไปนะ”
วันหนึ่งข้าวกล้องบอกผัดกะเพรา
“อ้าว ทำไมล่ะ ผัดกะเพราต้องมีพริกนะ”
ผัดกะเพราแย้ง
“แต่เราไม่ชอบน่ะ เอาออกเถอะ”
“อืม... แต่มันจะดีเหรอ เรามีพริกมาตลอด”
“รักเราไหม? ถ้ารักเราก็ทำเพื่อเรานะ”
“อือม... ก็ได้ เราจะเอาพริกออก”
แล้วผัดกะเพราก็เอาพริกออกจากตัวไป
วันหนึ่งข้าวกล้องก็เสนอผัดกะเพราอีก
“เราว่า เธอควรเปลี่ยนจากหมูสับเป็นหมูชิ้น”
“แต่หมูสับเข้ากับผัดกะเพรามากกว่านะ”
ผัดกะเพราก็แย้งกลับเหมือนเดิม
“แต่เราชอบให้เธอเป็นหมูชิ้นน่ะ
รักเราใช่ไหม? ถ้ารักเรา เชื่อเราเถอะนะ”
ข้าวกล้องพูดแบบเดิม ผัดกะเพราก็ยอมตามเดิม
หลายวันถัดมา ข้าวกล้องก็บอกอีกว่า
“เราอยากให้เธอเพิ่มรากผักชีลงไปด้วย”
“แต่ มันไม่ใช่เครื่องปรุงผัดกะเพรานะ”
ผัดกะเพราแย้งอีกตามเคย
“แต่มันจะทำให้เธออร่อย และเข้ากับเรานะ
เธอรักเราใช่ไหมผัดกะเพรา เราก็รักเธอนะ
เราอยากเห็นเธอพัฒนา เชื่อเราสิ”
ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหม ว่าผัดกะเพรายอม
ผ่านมาอีกหลายวัน
ข้าวกล้องก็มาบอกกับผัดกะเพราอีกว่า
“เราว่า เธอน่าจะเอาใบกะเพราออกไปนะ”
คราวนี้ผัดกะเพราตกใจมาก
“ไม่ได้หรอก ข้าวกล้อง ฉันคือผัดกะเพรานะ
ผัดกะเพราก็ต้องมีใบกะเพราสิ”
“แต่ บางคนเขาก็เขี่ยทิ้งไม่ได้กินนะ”
“นั่นก็ใช่นะ แต่ ....” ผัดกะเพรายังคงแย้ง
“เธอรักฉันไหม ผัดกะเพรา” ข้าวกล้องถาม
“รักสิ” ผัดกะเพราตอบ “เราถึงยอมเธอไง”
“งั้นก็เชื่อเราเถอะ เอาใบกะเพราออกไป”
“แต่เราถ้าเราไม่มีใบกะเพรา เราจะเป็นผัดกะเพราเหรอ?”
“แคร์ด้วยเหรอว่าคนจะมองยังไง เรารักกันก็พอแล้วนี่”
ข้าวกล้องแย้งด้วยเหตุผล และผัดกะเพราก็ ... ยอมทำตาม
ผ่านวันนั้นมาหลายวัน
ลุงกาแฟก็มาเยี่ยมอาณาจักรโต๊ะอาหาร
ผัดกะเพราดีใจมาก ลุงกาแฟเลี้ยงเธอมาตอนเด็กๆ
เธอรีบไปหาลุงกาแฟ
“คุณลุงคะ สวัสดีค่ะ คิดถึงจังเลย”
ลุงกาแฟ ทำหน้าฉงน
“สวัสดี หมูกระเทียม เรารู้จักกันเหรอ?”
ผัดกะเพราหัวเราะ
“นี่ลุง ตลกแล้ว หนูเองไง ผัดกะเพรา”
กาแฟส่ายหน้า
“ไม่ใช่หรอก เธอคือหมูกระเทียม”
ผัดกะเพราเริ่มสีหน้าไม่ดี
“หนูคือผัดกะเพรานะคะ”
“แล้วไหนพริกล่ะ?” กาแฟถาม
“หนูเอาออกไปแล้ว ข้าวกล้องบอก” เธอตอบ
“แล้วทำไมเป็นหมูชิ้นล่ะ” กาแฟถาม
“ข้าวกล้อง ให้หนูเปลี่ยนน่ะค่ะ” เธอตอบ
“แล้วทำไมมีกลิ่นรากผักชีล่ะ?”
“ข้าวกล้อง ให้หนูเติมมันเข้าไปน่ะค่ะ”
“แล้ว... ทำไมไม่มีใบกะเพรา?”
“ข้าวกล้อง ... ให้หนูเอาออกไปแล้วค่ะ”
กาแฟส่ายหน้า
“ทำไม เขาถึงขอให้เธอเปลี่ยนล่ะ”
“เขาบอกว่าเขารักหนู เขาอยากเห็นหนูดีขึ้น
ถ้าหนูรักเขา หนูก็ควรจะเชื่อเขา”
แม้ผัดกะเพราจะตอบแบบนั้น แต่เธอก็เริ่มไม่แน่ใจ
“ถ้าเขารักเธอ นะผัดกะเพรา
เขาจะบอกให้เธอ เปลี่ยนเป็นพริกขี้หนูสวนสดๆ
เขาจะบอกให้เธอ ใช้กระเทียมสดใหม่
เขาจะบอกให้เธอ ใช้น้ำมันพืชไขมันต่ำ
เขาจะบอกให้เธอ ใช้หมูสับเกรดดีๆ ไม่มีมัน
เขาจะบอกให้เธอ ใช้ใบกะเพราออกานิกไร้สารเคมี
เขาจะไม่เปลี่ยนเธอเป็นเมนูอื่น
เขาจะไม่ฝืนให้เธอทิ้งบางส่วนของเธอ
เขาจะไม่ฝืนให้เธอเติมบางส่วนที่ไม่ใช่เธอ
เธอดูตัวเองตอนนี้สิ
แล้วตอบลุงสิว่า เธอคือผัดกะเพราจริงๆเหรอ?”
ผัดกะเพราะน้ำตาปริ่มที่ขอบตา
“แต่เขาบอกว่า เขารักหนู ....”
กาแฟส่ายหน้า
“ถ้ารัก ที่เขาต้องการให้เธอยอมฝืน
เขาอาจจะ “รักสิ่งอื่น” ที่ไม่ใช่ตัวเธอ หรือเปล่า?”
ผัดกะเพราะตอบไม่ได้ เธอได้แต่ร้องไห้
“แล้วหนูต้องทำยังไงคะลุงกาแฟ หนูต้องทำยังไง?”
………
นิทานนี้ไม่มีตอนจบนะคะ พวกเธอที่ตามอ่านมา ช่วยเลือกตอนจบให้ก็แล้วกัน
ที่ลุงกาแฟพูดมา มันก็น่าคิดเนอะ
ถ้ารัก ที่เขาต้องการให้เธอ เปลี่ยน ยอมฝืน...
เขาอาจจะ “รักสิ่งอื่น” ที่ไม่ใช่ตัวเธอ หรือเปล่า?
มันคือคำถามปลายเปิด
ที่กาแฟแก้วหนึ่ง ถาม หมูกระเทียม
หมูกระเทียม
ที่เหลือแค่ความทรงจำรางๆ ว่าตัวเอง
เคย เป็น ผัด กะ เพรา หมู สับ
สวัสดีเย็นวันศุกร์
TGIF นะคะทุกคน