“อยากเป็นคนเดิม
คนเดิมก่อนที่จะเจอกับเขา
เหมือนในเกม.. หนูอยากกลับจุดเซฟจังค่ะ
เจ้มีวิธีกลับไปจุดเซฟก่อนเราเจอเขาไหมคะ?”
………..
เห็น inbox นี้เข้ามาตอนเช้า
เออจะตอบไงดีเนี่ย ?
ตอบยากจังแฮะ ยังไม่ตอบก็แล้วกัน
กลับ ไป เขียน หนัง สือ ต่อ ก่อน
เจ้หยุดเขียนหนังสือไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ....
ก็อย่างที่รู้กันเนอะ บ้านเมืองอยู่ในภาวะไว้ทุกข์ จะเขียนหนังสือนิยายรักก็ใช่ที่ คือเขียนได้แหละ แต่เลือกที่จะยังไม่เขียน ต้นฉบับที่ทำเสร็จก็ออกไปก่อนตามกำหนดของสำนักพิมพ์ แต่เล่มที่ค้างไว้ ก็หยุดเขียนไปก่อน
วันนี้ตื่นเช้ามา ไม่รู้ด้วยอารมณ์อะไร จู่ๆก็มีอารมณ์และพลังอยากกลับมาเขียน ก็เปิดคอมเลย วอร์มนิ้ว บิ้วอารมณ์ เตรียมเขียนต่อ กะเอาให้เสร็จแหละ พอนั่งหน้าจอปุ๊ป …
เอ ... ตอนนั้นเขียนถึงไหนนะ?
ไม่เป็นไร ย้อนกลับไปดูหน้าที่แล้วก่อน
เออ ... แล้วตัวเอกอารมณ์ไหนนะ?
หน้าที่แล้วคงไม่พอ ย้อนกลับไปอ่านบทที่แล้ว
แล้ว ... บริบทมันเป็นยังไงวะตอนนั้น?
อือ..ย้อนกลับไปอ่านหลายๆบทก่อนหน้านั้น
เออ ... ไม่รู้สึกต่อเนื่องเลยอ่ะ
เฮ้อ... สงสัยต้องกลับไปอ่านตั้งแต่เริ่มต้น
เจ้เลยกลับไปอ่านงานตัวเองตั้งแต่หน้าที่หนึ่ง จนมาถึงหน้าที่ 140 อีกครั้งหนึ่ง จำเรื่องได้หมดแล้ว ตั้งแต่ต้น อารมณ์ตัวเอกก็จำได้ สถานการณ์ บริบท โอเคนึกออกหมดแล้ว ได้เวลาเขียนต่อ จรดนิ้วลงบนแป้น ...
1/2 ชั่วโมงผ่านไป
ไม่คืบหน้าสักตัวอักษร ... อะไรวะ
เรื่องราวก็กลับไปอ่านแล้ว จำได้หมดแล้ว อารมณ์ความรู้สึกของตัวเองก็รื้อฟื้นทุกอย่างมาแล้วนี่นา มันน่าจะเขียนต่อได้สิ ทำไมเจ้เขียนต่อไม่ได้ล่ะ ไม่ได้เว้ย ไม่ได้ ยังไงก็ต้องพยายามเขียนต่อให้ได้ !!!
1/2 ชั่วโมงผ่านไป(อีกที)
ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติมสักตัวอักษร
โอเค ยอมก็ได้ เสียเวลาไปชั่วโมงกว่า สุดท้ายก็เขียนอะไรไม่ออกอยู่ดี หลังจากที่เสียดายอยู่พักหนึ่ง เจ้ก็ตัดสินใจทิ้ง 140 หน้าที่เขียนมาไว้ แล้วเริ่มต้นเขียนงาน(เดิม แต่เริ่มเขียนครั้ง)ใหม่ตั้งแต่ต้น
เพราะเจ้ทำสิ่งหนึ่งหายไป
มันไม่ใช่พลอตเรื่อง หรือเนื้อหาที่เจ้ลืม
แล้วก็ไม่ใช่ความสามรถในการเขียนที่เจ้ทำหาย
แต่สิ่งที่ขาดไปมันคือ #ความต่อเนื่อง
เธอหลายคนก็คงเคยเป็นใช่ไหม อ่านหนังสือบางเล่มค้างไว้นาน แล้วไปทำอย่างอื่น ไปอ่านเล่มอื่น ทิ้งไว้นานเป็นเดือนๆ จนกลับมาอ่านอีกที เอ๊ะ .. งงๆ กลับไปอ่านย้อนสักหน้าสองหน้า ก็ยังรู้สึกไม่อิน กลับไปอ่านบทย้อนหลังก็ยังไม่ต่อเนื่อง
สุดท้ายต้องกลับไปอ่านตั้งแต่ต้น
บางคนกลับไปอ่านแล้ว อ้าวเฮ้ย เนื้อเรื่องก็เหมือนเดิมนี่นา แต่ทำไมไม่รู้สึกสนุก ตื่นเต้น วางไม่ลง เหมือนตอนที่อ่านตอนนั้นเลยอ่ะ สุดท้ายบางก็ตัดสินใจไม่อ่านต่อแล้ว ทิ้งมันไว้ในกองสุสานหนังสือที่อ่านไม่จบ
เหล่านี้ล้วนเกี่ยวกับ #ความต่อเนื่อง
ความต่อเนื่องเป็นสิ่งที่วัดยากนะเธอ มันกึ่งรูปธรรม กึ่งนามธรรม และมีความฟิสิกส์ปรัชญาของกาลเวลา ปนเข้ามาด้วย ความต่อเนื่องของเวลานั้น แม้หยุดไป แล้วเรามาสร้างความต่อเนื่องเพื่อสานต่อใหม่ บางครั้งมันก็ไม่เวิร์ค เหมือนที่เจ้เขียนหนังสือเนี่ยแหละ
แน่นอน ความต่อเนื่อง ของการเป็นตัวเราก็เช่นกัน ...
ตอนแรกเราเป็นตัวของเราเองมาตลอด เราเคยมีความสุขด้วยวิถีของ “เราคนเดียว” มาตั้งแต่ไหนแต่ไร พอเรามีใครสักคนเข้ามาในชีวิต เราก็ปรับวิถีหลายๆอย่าง เพื่อสร้างที่ว่างให้เขาเข้ามาอยู่ในชีวิตเรา
#ความต่อเนื่อง ของตัวเรา
มันหยุดไป ตั้งแต่เขาเข้ามา
มันเหมือนเธออ่านหนังสือแล้วหยุดอ่าน
มันเหมือนเจ้เขียนหนังสือไว้แล้วหยุดเขียน
และเมื่อเขาจากไป
แล้วเธอกลับมาใช้ชีวิต “วิถีเธอ”
แม้เธอจะจำได้ว่า “วิถีเธอ” เป็นยังไง
แม้เธอจะทำ วิถีเธอ ซ้ำใหม่อีกรอบเป๊ะๆ
มันก็เหมือนที่เจ้กับไปย้อนอ่านแต่ต้น
แล้วตั้งต้นจะเขียนอีกทีนั่นแหละ
มัน เขียน ไม่ ออก
เธอจ๋า มันก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว ..
เพราะมัน ไม่ต่อเนื่อง แล้ว
เธอคิดว่า ถ้าเธอกลับไปที่จุดเซฟได้
เธอจะเอนจอยกับ วิถีเธอ ได้เหมือนเดิมเหรอ?
ย้อนกลับไปอ่านข้างบนสิ เจ้จำได้ว่าเขียนถึงไหน เธอก็จำได้ว่าเธอเคยใช้ชีวิตแบบไหน เจ้ย้อนกลับไปอ่านตั้งแต่ต้นทบทวนทุกอย่างให่ เธอก็จะ repeat ชีวิตวิถีเธอใหม่อีกครั้ง
แต่เชื่อเถอะค่ะ ว่ามันจะไม่เวิร์ค
แม้เราจะพยายามกลับไปจุดเซฟจุดเดิม
มันจะไม่เวิร์คเหมือนเดิมอีกต่อไปค่ะ
ความต่อเนื่อง ถ้ามันต้องหยุดไปหนึ่งครั้ง
มันไม่ก็เรียกว่า ต่อเนื่อง แล้วล่ะค่ะ
แต่ถึงแม้เธอจะเสียความต่อเนื่องไป
แต่เธอกลับมาใช้ วิถีเธอ ครั้งใหม่
และสร้างความต่อเนื่องครั้งใหม่ก็ได้ ไม่ใช่เหรอ
สิ่งที่รั้งเธอให้คิดถึงตัวเราคนเก่า
ที่สิ่งเตือนให้เธออยากกลับจุดเซฟ
มันคือแค่ “ความเสียดาย”
เหมือนที่เจ้ยอมเสียเวลาชั่วโมงกว่า อ่านของเก่าและนั่งจ่อมหน้าคอมอยู่เพื่อพยายามเขียนต่อใหม่ให้ได้ เพราะเจ้เสียดาย 140 หน้าที่เขียนไว้ตั้งแต่ตอนปีที่แล้ว
แต่สุดท้าย ถึงเราจะเสียเ