เจ้มองเคอร์เซอร์กระพริบบนจออยู่พักหนึ่ง ไม่รู้จะเขียนอะไรดีเหมือนกัน นึกไม่ออก คือไม่ใช่ว่าไม่เคยนะ เคยอยู่แล้วแหละ สถานะ “คนเคยสำคัญ” เนี่ย เจ้มีประสบการณ์
แต่ไอ้จะนึกกวาดเอาคำพูดความรู้สึกมากอง ตกตะกอนเป็นความคิด แล้วเขียนอะไรแบบนี้ออกมาให้คนเข้าใจ มันก็ใช่ว่าจะคั้นให้เสร็จได้ในเวลาอันสั้น
นี่เป็นหัวข้อที่สถานที่แห่งหนึ่ง ชวนให้เจ้ไปแบ่งปัน โดยไม่กำหนดอะไรเลย กำหนดมาแค่หัวข้อกว้างๆ นึกแล้วก็ อือ.... นึกไม่ออกแฮะ ไม่รู้จะพูดอะไรดี จับต้นชนปลายไม่ถูก
ปกติเวลาที่นึกไม่ออก เจ้มักจะพักไว้ก่อน แล้วไปเขียนเรื่องอื่น เดี๋ยวสักพัก มันจะมีไอเดียเรื่องนี้เอง แล้วค่อยสลับหน้าจอกลับมาเขียนเรื่องนี่ที่ค้างไว้
เจ้หยิบคอมออกจากคอนโด เดินไปร้านกาแฟ สั่งอเมริกาโน่ร้อนมา แล้วเปิดคอมอีกครั้ง คราวนี้ไมไ่ด้จะเขียนบทความหรอกนะ แต่เขียนนิยาย ....
ก็นิยายที่เขียนค้างไว้นั่นแหละ เรื่อง “เผยใจรัก” ที่มีกำหนดจะต้องออกก่อนงานหนังสือปีนี้ บรรณาธิกาทวงต้นฉบับเช้าเย็น (ภาคต่อเล่มสุดท้ายในซีรี่ส์ Util you ต่อจาก คือเธอในหัวใจ และ คำที่มิได้เอ่ย)
เพราะฉากหลายฉากเกิดขึ้นในมาเก๊า เจ้เลยไปเที่ยวมารอบหนึ่ง เก็บภาพ เก็บเรื่องราวบรรยากาศ เหลือแค่ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมที่หาอ่านเพิ่มจากในอินเตอร์เน็ท โอเค งั้นเริ่มหาข้อมูลดีกว่า ..... อ่านไปอ่านมา
โอ๊ะ ... เพิ่งรู้แฮะ ว่า มาเก๊า เกิดก่อน ฮ่องกง
ก่อนที่ ฮ่องกง จะสำคัญ มาเก๊า สำคัญมาก่อน
ในอดีตมาเก๊า เป็นเพียงหมู่บ้านเกษตรกรรมและประมงเล็กๆ จนกระทั่งในช่วงต้นศตวรรษที่ 16 พ่อค้าชาวโปรตุเกสหลายคน ได้เข้ามาบุกเบิกในแถบทวีปเอเชีย
ต่อมาในปี ค.ศ. 1513 จอร์จ อัลวาเรส เป็นชาวโปรตุเกสคนแรกที่ได้เดินเรือมาถึงดินแดนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล และได้ติดต่อทำการค้ากับจีน พอได้รับอนุญาตจากขุนนางจีนในกวางตุ้ง เขาก็ก่อตั้งเมืองขึ้นมา ให้เป็นคลังสินค้าสำหรับการค้าระหว่างจีน ญี่ปุ่น อินเดีย และยุโรป
มาเก๊า เปลี่ยนจากหมู่บ้านเล็กๆที่ “ไม่สำคัญ”
กลายมาเป็นเมืองท่าค้าขายที่ “สำคัญ”
ความสำคัญของมาเก๊า อยู่ในขาขึ้น จากเดิมที่เป็นแค่สถานีขนถ่ายขายสินค้า ก็เริ่มมีการสร้างเมือง สร้างชุมชน มีโบสถ์ มีคนมาอยู่ โปรตุเกสให้ความสำคัญมาเก๊า เท่ากับจังหวัดหนึ่งของโปรตุเกสเลยแหละ
“ความสำคัญ” ของมาเก๊า เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
จนกระทั่ง .... จีนแพ้สงครามฝิ่นกับอังกฤษ
อังกฤษได้เกาะฮ่องกงมาไว้ในครอบครอง และหลังจากสนธิสัญญาเช่าเกาะในเขต นิวเทอริทอรี่ อังกฤษก็เริ่มการลงทุนบนเกาะฮ่องกง สร้างท่าเรือ สร้าสถานีการค้า เริ่มต้นการทำธุรกิจ
ตอนนั้น อิทธิพลของโปรตุเกสเริ่มถดถอย ต่างชาติส่วนมากเริ่มไปทำการค้ากับอังกฤษ ฝรั่งเศส มากกว่า แน่นอน จีนก็เช่นกัน ความสัมพันธ์ทางการค้าของจีนกับโปรตุเกส จึงค่อยๆลดลง ไปเพิ่มที่ จีนกับอังกฤษแทน
ตรงจุดนี้ พ่อค้าต่างชาติส่วนมากดูทิศทางลมเศรษฐกิจแล้ว จึงตัดสินใจ ย้ายจากมาเก๊า ไปสู่ฮ่องกง ทิ้งมาเก๊าไว้ กลายเป็นเมืองเงียบๆ ไร้การค้าขาย นั่นคือจุดที่ “ความสำคัญ” ของมาเก๊า ลดลง
มาเก๊ากลายเป็นเมืองที่ “เคยสำคัญ”
“ความสำคัญ” ทั้งหลายย้ายไปสู่ ฮ่องกง
มาเก๊า ก็ไม่ได้ยอมแพ้นะ มีความพยายามฟื้นความสำคัญของตัวเอง โดยพยายามที่จะเป็นเมืองอุตสาหกรรมหนักตามกระแสโลกให้ได้ แต่หลังจากพยายามสักพัก ก็รู้ตัวว่าไม่ไหว ยอมแพ้ มาเก๊ากลับสู่ช่วงซบเซาอีกรอบ
จนถึงยุคแห่งการท่องเที่ยว ....
อย่าลืมนะ มาเก๊าคือเมืองที่มีความผสมผสานกันระหว่างตะวันตกและตะวันออก มีความโปรตุเกส ไชน่า และวัฒนธรรม สิ่งก่อสร้าง ไม่ได้หายไปตามกาลเวลา เพราะไม่มีการสร้างอะไรใหม่ๆเท่าไรนัก (ก็คนมันไปลงทุนที่ฮ่องกงหมดนี่นา) ตึกรามใดๆยังเป็นตึกเก่าๆอยู่
มาเก๊า รักษาสิ่งดีๆ ที่มาเก๊ามีเอาไว้
ทิศทางลม จึงพัดกลับสู่มาเก๊าอีกรอบ ...
มาเก๊า ได้ ”ความสำคัญ” กลับมาใหม่
แต่ครั้งนี้ ไม่ใช่ในฐานะเมืองท่า เมืองค้าขาย
และไม่ใช่เมืองอุตสาหกรรม แบบที่ตั้งใจไว้
แต่เกิดใหม่ ได้ “ความสำคัญ” ครั้งใหม่
ในฐานะ เมืองท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรรม
เราอาจจะคุ้นกับมาเก๊าในเรื่อง เมืองคาสิโน ลาสเวกัสแห่งดินแดนตะวันออก แต่รู้ไหมว่า องค์การยูเนสโกยกให้มาเก๊าเป็นเมืองมรดกโลก และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกไปมาเก๊าก็เพื่อไปเยี่ยมชมโบราณสถานต่างๆที่มีกลิ่นอายตะวันออกและตะวันตกปนกันเนี่ยแหละ
มาเก๊า จึงผ่านจาก “เคยสำคัญ”
กลับมาเป็น “สำคัญ” อีกครั้ง
แม้จะไม่ได้ “สำคัญ” แบบเดิม
แม้จะไม่ได้ “สำคัญ” แบบที่ตั้งใจ
สุดท้าย “ความสำคัญ” ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกล
มันก็มาจากข้างในของมาเก๊าเองนั่นแหละ
ถ้าถามว่ามาเก๊า ทำยังไงในวันที่ “ความสำคัญ” มันจากไป คงตอบได้ว่า มาเก๊าก็แค่ “รักษาสิ่งดีๆที่มีอยู่” ของมาเก๊าเอาไว้
เพราะความสำคัญมันมีหลายรูปแบบ มันมาแล้วจากไปได้ แต่ สิ่งดีๆที่เรามีอยู่ ให้ตายยังไง มันก็ยังอยู่กับตัวเรา
มาเก๊าอาจจะเสีย กลุ่มพ่อค้าไป
มาเ