“พี่ก้องกรีดต้นไม้ทำไมฮะ?”
“ไม่ได้กรีดลูก พ่อตอนกิ่ง”
“ตอนกิ่งคืออะไรฮะ?”
“ก็สร้างต้นไม้ต้นใหม่จากกิ่งเก่าน่ะ”
ลูกชายผมขมวดคิ้วใส่ ..
“กิ่งไม้มันคงเจ็บแย่เลย พี่ก้องกรีดมัน”
ผมวางมีดลง
ย่อตัวลงไปมองหน้าลูกชาย
“แต่ถ้ากิ่งไม้มันจะโตไปเป็นต้น
มันก็คงต้องยอมเจ็บบ้างเพื่อให้มันเติบโตน่ะลูก”
…….
ตั้งแต่เกิดจนอายุ 30
ผมได้แต่ฉลองวันพ่อในฐานะลูกชาย
และพอปีที่ 31 ของชีวิต
ผมก็เริ่มฉลองวันพ่อในฐานะพ่อของลูกชาย
แปลกดี ตอนแรกผมเคยคิดว่ามันจะเป็นวันที่ผมมีความสุขกับลูกในวันพ่อแน่นอน แต่พอเมื่อถึงวันพ่อครั้งแรกในชีวิตที่ผมมีลูก ความรู้สึกของผมคือ ... กังวล ใช่ถูกครับ ผมกังวลในวันพ่อ
ผมจะอยู่ได้ถึงเมื่อไหร่นะ
ผมจะได้เห็นเขาเติบโตไปนะ
ผมจะได้เห็นเขารับปริญญาไหม
ผมจะได้เห็นเขามีครอบครัว มีความสุขไหม
โอยยย กังวลสารพัดเลยคุณ กลายเป็นวัน ทุกครั้งที่ 5 ธันวาคมเวียนมาเมื่อไหร่ ความกังวลเหล่านี้มันก็จะเวียนมากระซิบข้างหูผมเบาๆ แต่ดังลั่นสมองทุกทีสิน่ะ
เพราะผมรู้ไง ผมรู้ว่ายังไงผมก็ไม่มีทางอยู่ค้ำฟ้ากับลูกชายผมไปได้ตลอดกาล ยังไงพอถึงวันหนึ่งผมก็ต้องจากลา และเดินทางไปอีกโลกหนึ่ง และทิ้งเขาไว้ให้อยู่บนโลกนี้ต่อไป โลกที่ไม่มีพ่อของเขาแล้ว
โลกที่ต่อให้เขาไม่อยากโต เขาก็ต้องโต
โลกที่ต่อให้เขาไม่อยากเจ็บ เขาก็ต้องเจ็บ
และผมกลัว ...
กลัวที่จะไม่ได้อยู่ให้กำลังใจเขา
กลัวที่จะไม่ได้อยู่สอนเขา อธิบายเขา
ผมรู้นะมันอาจจะฟังดูฟุ้งซ่านเกินไป ผมยังหนุ่ม ลูกยังเล็ก แต่เชื่อเถอะว่า ถ้าสักวันคุณเป็นพ่อคน ตอนที่คุณอ่านถึงบรรทัดนี้ คุณจะไม่เลิกคิ้วสงสัย แต่คุณจะพยักหน้าเห็นด้วยกับข้อความของผม
มันเป็นวันพ่อที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้
ผมรู้แต่ว่าลูกชายผมเพิ่งสูงพ้นหนึ่งเมตรมาหมาดๆ
ผมออกไปจัดการกิ่งลำไยตามที่ภรรยาขอ (ที่ถูกคือสั่ง) ให้ตอนกิ่งให้หน่อย เพราะมีเพื่อนที่ทำงานของเธออยากได้ ผมก็คว้ามีดกับอุปกรณ์ทำสวนเดินออกไปจัดการควั่นกิ่งลำไย
“พี่ก้อง พี่ก้องกรีดต้นลำไยทำไมฮะ?”
ลูกชายผมเดินตามออกมาที่สวนนอกบ้าน
“พ่อไม่ได้กรีดลูก พ่อตอนกิ่งมัน”
ผมตอบ แต่ตาผมยังจับอยู่ที่กิ่งลำไย
“ตอนกิ่งคืออะไรฮะพี่ก้อง?”
เจ้าลูกชายยังไม่หายสงสัย
“ก็... สร้างลำไยต้นใหม่จากกิ่งมันไงลูก”
ผมพยายามนึกคำตอบที่ง่ายสุดที่เด็กจะเข้าใจได้
“โห.. กิ่งนี้มันจะโตเป็นลำไยต้นโตๆได้เหรอครับ?”
“ใช่ลูก เป็นลำไยต้นโตๆนั่นแหละ”
“แล้วมันจะมีลูกด้วยได้ไหมฮะ?”
“ถ้าต้นมันโตได้ที่ก็มีลูกได้นั่นแหละ”
….อ้าว เงียบไปแล้ว
ไม่ถามต่อเลยเหรอไงเนี่ยเจ้าลูกชาย
ผมหันไปมองเขาที่ยืนอยู่ที่โคนต้นลำไย
เด็กชายตัวน้อยทำหน้าเจื่อนๆ คิ้วขมวด
“กิ่งลำไยมันคงเจ็บแย่นะครับ พี่ก้องไปกรีดมัน”
ผมวางมืดลง ย่อตัวลงไปมองหน้าเขา
“ถ้ากิ่งไม้มันอยากโตเป็นต้นไม้ใหญ่
ออกดอก ออกใบ ออกลูก ให้ร่มเงาได้
มันคงต้องยอมเจ็บ เพื่อให้มันได้เติบโตน่ะลูก”
“แล้วเราต้องเจ็บ ก่อนที่จะโตไหมครับพี่ก้อง?”
นั่นน่ะสิ ผมควรตอบลูกยังไงดี ....
“ลูกกลัวเจ็บไหมล่ะ?” ผมถาม ถ่วงเวลาหาคำตอบดีๆ
เขาพยักหน้า “กลัวครับ แต่ถ้าเจ็บแล้วได้โต ลูกก็ยอม”
เออนั่นไง ... คำตอบ
ผมไม่ต้องตอบด้วย เขาตอบเอง
มันคงไม่เกี่ยวกับเจ็บไม่เจ็บหรอก
เพราะยังไงชีวิตเรามันก็ต้องเจ็บอยู่แล้ว
ไม่ว่าเขาจะโตไปเป็นอะไร
ทำอาชีพอะไร รักใคร เจอใคร
หรือ ... เป็นเพศไหน เลือกชีวิตยังไง
ความเจ็บมันเป็นสิ่งที่หนีไม่พ้นหรอก
สิ่งสำคัญคือ
เขาพร้อมจะผ่านความเจ็บไปหรือเปล่าต่างหาก
และผมได้คำตอบแล้ว ว่าเขาพร้อม นั่นทำให้ผมโล่งใจ
“ป่ะลูก เข้าบ้านกันดีกว่า”
ผมหยิบอุปกรณ์ ลุกขึ้น เดินจูงมือลูกชาย
วันนี้เขาเพิ่งพ้นเมตรมาหยกๆ ยังเดินจับมือผมอยู่
แต่สักวัน วันที่ผมไม่อยู่ วันที่ผมไม่ได้จูงมือเขา
ผมรู้ว่ายังไง เขาก็ผ่านความเจ็บเหล่านั้นไปได้
และเติบโตเป็นผู้ใหญ่
ในแบบที่เขาเลือกได้ อยู่ดี
คนเป็นพ่อก็ต้องการแค่นี้แหละเนอะ
………….