กลุ่มสีแดง คือคนไข้ฉุกเฉินยิ่งยวด ถึงแก่ชีวิต ต้องได้รับการรักษาทันทีเร็วสุด ไม่ว่าแพทย์จะทำอะไรอยู่ก็ตาม หากมีคนไข้สีแดงปุ๊ป เราต้องรีบวางมือและเข้าดูแลเคสนี้ทันที
กลุ่มสีเหลือง คือคนไข้ฉุกเฉิน ที่มีภาวะอันตราย ถ้าทิ้งไว้นานก็อาจจะถึงแก่ชีวิตได้อีกเหมือนกัน แต่น้อยกว่าสีแดง กลุ่มนี้ก็ต้องได้รับการใส่ใจรองลงมาจากสีแดง
กลุ่มสีเขียว คือคนไข้ที่ฉุกเฉินนะ แต่ภาวะอันตรายไม่เท่าแดง และเหลือง ให้รอพอได้ แต่อย่านานเกินไป ไม่อย่างนั้นก็จะถึงแก่ชีวิตได้อีกเช่นเดียวกัน
สังเกตุเห็นอะไรไหม?
คนไข้ที่ห้องฉุกเฉินเปิดประตูต้อนรับทันที
มีคำว่า “ภาวะฉุกเฉิน” อยู่ด้วยเสมอ
ก็เพราะมันเป็นห้องฉุกเฉินไงเนอะเธอ มันก็ต้องรับคนไข้ฉุกเฉินอยู่แล้วใช่ไหม ทีนี้คนไข้ที่ไม่ใช่ภาวะฉุกเฉินจริงๆ ก็จะต้องรออยู่นอกห้องฉุกเฉินไปก่อน หากแพทย์ว่างจากการดูแล แดง เหลือง เขียว เมื่อไหร่ก็จะมาตรวจเคสไม่ฉุกเฉินให้
เจ้เคยไปดูงานที่ประเทศอังกฤษ ก็ผ่านห้องฉุกเฉินตอนกลางดึกเนอะ ก็เห็นแหละเหมือนประเทศไทยเลย เขียว เหลือง แดง เหมือนกัน แล้วก็มีห้องติดๆกัน เป็นห้อง “สีฟ้า”
แอบเปิดประตูเข้าไปดู ในนั้นมีทีวีเปิดไว้ มีตู้กดน้ำเย็นให้กิน และมีชั้นวางหนังสือ นิตยสาร ในนั้นมีคนไข้รออยู่ราวๆ 10 กว่าคน สงสัยไงก็เลยถามเพื่อนหมอที่พาเดินดูรพ.
“อ๋อ นั้นห้องสีฟ้าน่ะครับ”
เขาตอบ (เออ อันนี้รู้แล้วน่ะ)
“แล้วมันเอาไว้ทำอะไรอ่ะครับ?”
เจ้ถาม
“ทางรัฐบาล และกระทรวงสาธารณสุขของผม ออกนโยบายมาว่า ห้ามผู้ป่วยนั่งรอในห้องฉุกเฉินเกิน 4 ชั่วโมง แต่คุณก็รู้ใช่ไหมว่าเราทำแบบนั้นไม่ได้ บางทีคนไข้สีแดงเราล้นมาก แพทย์เรามีน้อย กว่าจะมีเวลามาดูสีเหลืองหรือเขียว บางเคสก็กลายเป็นแดงไปแล้วระหว่างที่รอเรา”
เขาอธิบาย เจ้พยักหน้าเข้าใจ
“แต่คนไข้ไม่เข้าใจหรอกคุณ เขาก็โวยวายว่าเขารู้นโยบายรัฐบาลนะ และถ้าโรงพยาบาลไม่ทำอะไรให้เขาเลยภายใน 4 ชั่วโมง เขาร้องเรียนแน่”
เจ้พยักหน้า
“ที่ประเทศผมก็เป็น ผมเข้าใจ เรามีปัญหาเดียวกัน”
เขายิ้ม
“เราเลยแก้ปัญหาครับ โดยการหาห้องว่างๆหนึ่งห้อง ตั้งชื่อว่า CDU ย่อมาจาก clinical decision unit มันไม่มีอะไรมากหรอก มันก็คือห้องรออีกห้องแค่นั้นแหละ
เราก็แค่ จัดสิ่งแวดล้อมดีๆ มีตู้กดน้ำเปล่าให้ มีเก้าอี้ให้นั่งรอ บางทีเราก็เปิดทีวีทิ้งไว้ให้ แค่นี้ก็ไม่ต้องรอในห้องฉุกเฉินแล้ว ถึงเลย 4 ชั่วโมงไปก็ไม่เป็นไร เราทำตามกฏที่เบื้องบนบังคับเรามา เราแก้ปัญหาเท่าที่ทรัพยากรของเราจะอำนวย”
พูดจบเขาก็ยักไหล่ เจ้ก็พยักหน้าเข้าใจ(อีกที) หันไปมองพวกบรรดาคนไข้ “สีฟ้า” ที่อยู่ในห้อง CDU อีกที แล้วหันมาถามเขา “แล้วคนไข้พวกนี้จะเป็นยังไงต่อไปฮะ? รอไปเรื่อย?”
“ก็ถ้าคนไข้สีแดง เหลือง เขียว ไม่เยอะเกินไป เดี๋ยวพวกเขาก็ได้รับการตรวจเอง ไม่อย่างนั้นก็เช้าพอดี เขาก็จะโดนส่งไปแผนกตรวจโรคทั่วไปที่เปิดตอน 8 โมง หรือไม่บางทีเขาก็เบื่อรอจนกลับไปเองนั่นล่ะครับ
คุณก็รู้นี่ ...นี่มันห้องฉุกเฉิน
ถ้าคุณฉุกเฉิน เราเปิดประตูต้อนรับเสมอ
ที่เราไม่ได้เปิดประตูต้อนรับคุณ
เพราะคุณไม่ใช่คนไข้ที่ใช่ สำหรับแผนกฉุกเฉิน”
………
คุณหมอคนนี้พูดถูกนะ
เพราะนี่คือ “ห้องฉุกเฉิน”
ก็มีไว้รักษาคนไข้ “ฉุกเฉิน”
จะแดง เหลือง เขียว ถ้ามันคือภาวะฉุกเฉิน
ประตูจะเปิดให้เข้าโดยไม่ต้องร้องขอ
แต่ถ้าเธอไม่ใช่ ...
สิ่งที่เธอทำได้ ก็คือ รอต่อไป
สิ่งที่คนรอจะทำได้ ก็คือรอ เท่านั้น จะได้สิ่งที่สมใจไหม มันขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง คนไข้สีฟ้า บางทีรอจนเช้า ก็ได้ไปตรวจที่แผนกตรวจโรคปกติทั่วๆไป ซึ่งเป็นที่ที่ “ใช่” สำหรับพวกเขา
มันก็เป็นตรรกะเข้าใจง่ายๆนะ
สำหรับคนที่ใช่ มันจะไม่ต้องรอ
ถ้าเธอใช่ ประตูของเขาจะเปิดต้อนรับในทันที
แต่ถ้าเธอไม่ใช่ แล้วเลือกจะรอ
สิ่งที่เธอจะได้ก็คือ ได้รอ และรอต่อไป
เธอจ๋า … มันมีพื้นที่สำหรับคนรอ
มันมีที่ให้เรานั่งรอเสมอแหละ ในโลกนี้
แต่รอแล้ว ประตูจะเปิดไหม?
เธอไม่รู้ และเจ้ก็ตอบไม่ได้
งั้น ... เราจะรอทำไมเหรอคะ?
สวัสดีเย็นวันจันทร์ค่ะ