เรามา label “ความแตกต่าง” นั้นทีหลัง
เรา label คนแบบหนึ่งว่าสวย
เรา label คนแบบหนึ่งว่าหล่อ
เรา label คนอีกแบบว่าอัปลักษณ์
แต่จริงๆแล้ว ไม่ว่าจะสวย หล่อ อัปลักษณ์
มันคือคุณสมบัติเดียวกันทั้งนั้น
นั่นคือ “ความแตกต่าง”
และหากคุณอ่านแล้ว ไม่เข้าใจ
เจ้ขอแนะนำให้ไปดู #Wonder
………..
ออกตัวเลยว่าเป็นติ่ง #Auggie เด็กชายหน้าตาประหลาดที่เป็นโรค Mandibulofacial dysostosis อยู่ในทาวน์เฮ้าส์กับพ่อ แม่ พี่สาว และหมาหนึ่งตัว
ชีวิตมหัศจรรย์ของออกี้เริ่มต้นในวันที่แม่ตัดสินใจให้เขา ไปโรงเรียน เรื่องราวเป็นแนวสร้างแรงบันดาลใจชนิดที่ไมไ่ด้ขาย feel good (ที่ตัว d ต้องยาวเหยียดถึงดวงจันทร์) แต่พลอตทรงพลังเกินบรรยาย
เจ้มักใช้หนังสือเล่มนี้เป็นโจทย์ในการคุยกันกับคนไข้ที่รู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อย ไม่สามารถรักตัวเองได้เต็มร้อย คนไข้ที่มีปัญหาเรื่อง self esteem มันเป็นหนทางที่ง่ายในการให้เขาเห็นเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบของคนคนหนึ่งที่ “แตกต่าง” จากสิ่งที่สังคมนิยม
Wonder มีแกนหลักของเรื่องคือ
คนไม่สามารถเปลี่ยนรูปร่างได้
แต่เราสามารถเปลี่ยนมุมที่มองคนคนนั้นได้
เราจะได้เห็นมุมมองของคนต่างๆรอบตัวออกี้ที่มองออกี้ มุมที่เห็นว่าประหลาด มุมที่เห็นว่าอัศจรรย์ มุมที่เชื่อมั่น มุมที่ให้โอกาส มุมที่เห็นใจ มุมที่สนใจ และมุมที่บันดาลใจ และทั้งหมดมาจาก “ความแตกต่าง” ที่ออกี้มี
ไม่มีใครเกิดมา สวย
ไม่มีใครเกิดมา หล่อ
ไม่มีใครเกิดมา เก่ง
ไม่มีใครเกิดมา ฉลาด
ไม่มีใครเกิดมา อัปลักษณ์
และไม่มีใครเกิดมา โง่
เราทุกคนล้วนเกิดมา “แตกต่าง”
ขึ้นกับว่าเราจะมองว่ามัน เป็นยังไง
และความ “แตกต่าง” นี่แหละ คือสิ่ง “มหัศจรรย์”
จะเข้าโรงวันที่ 7 ธันวาคมแล้วนะคะ
มันไม่ใช่แค่หนัง feel good ตลาดๆค่ะ
แนะนำให้ดู แนะนำให้อ่าน (หนังสือมีทั้งไทยและอังกฤษ)
ยิ่งถ้ารู้สึกว่า ความรักตัวเองน้อยลง ...
ยิ่งแนะนำให้ไปดูนะคะ :)
ปล. อยากเล่ามากกว่านี้ แต่เกรงว่าจะเป็นการสปอยล์เนื้อเรื่อง เอาเป็นว่าถ้าสนใจ ไปดูเองดีกว่าค่ะ ตอนวันที่เจ้ไปดูรอบสื่อ เจอพี่หมอโอ๋ จากเพจเลี้ยงลูกนอกบ้านด้วย พี่เขารับประกันเลยว่าดูได้ดี เหมาะสำหรับครอบครัวจริงๆค่ะ