หลาย ๆ คนคงเคยได้ยินชื่อคน ๆ นี้กันแล้วนะครับ แต่สำหรับคนที่ไม่เคยรู้จักว่าเขาคือใคร เอาเป็นว่าเขาคือผู้ร่วมก่อตั้ง Paypal ปัจจุบันเป็นเจ้าของบริษัท Space X, Teslar, และ Solarcity
และเมื่อเร็ว ๆ นี้ Space X ก็ได้ประกาศแผนการตั้งอาณานิคมบนดาวอังคาร ภายในปี 2025!!
แหม่ อีก 7 ปีเองนะครับเวอร์ไปเปล่า?? มนุษย์ไม่ได้ไปเหยียบดวงจันทร์มา 60 ปีแล้วนะนี่จะไปดาวอังคารกันเลยเหรอ นาซ่าบอกอย่างเร็ว 2040 เลยนะ
ผมได้ยินชื่อ อีลอน มัสก์ มาหลายปีแล้วเจ้าของข่าวไอเดียสุดล้ำต่าง ๆ เหมือนหลุดมาจากหนังไซไฟ แต่ก็นะเป้าอะไรที่ตั้งไว้นี่ไม่เคยทำได้เลย โดยเฉพาะเรื่องรถไฟฟ้าของ Teslar แต่เมื่อตามดูมาเรื่อย ๆ ก็เห็นว่าเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมีโรงงานผลิตแบตใหญ่โต ล่าสุดก็ไปติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานแบบใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 129MWh ที่ออสเตรเลียแล้วเสร็จภายในเวลา 100 วัน อืมมม
ด้วยความที่ อีลอน มัสก์ จบทางด้านวิทยาศาสตร์และเศรษฐศาสตร์จึงน่าจะทำให้เขาสามารถประยุกต์ไอเดียสุดล้ำทางวิทยาศาสตร์เพื่อนำมาสร้างผลกำไรในกิจการของเขาได้อย่างดีเยี่ยม
ตัวอย่างที่ผมอยากพูดถึงคือแนวทางการพัฒนาจรวด falcon 9 ให้สามารถนำท่อนบูสเตอร์กลับมาใช้งานได้ด้วยระบบการลงจอดแนวดิ่งที่ดูแล้วอเมสซิ่งมาก ๆ คิดดูนะครับคุณยิงบั้งไฟขึ้นฟ้าแล้วบังคับให้มันลงมาจอดหัวตั้งเหมือนตอนยิงขึ้นฟ้า คือถ้าเป็นเมื่อก่อนคงเหมือนฝันที่ใครบอกจะทำคงโดนหาว่าบ้า
แล้วมาวันนี้เป็นไงครับ ด้วยการทำจวรดบูสเตอร์กลับมาใช้ใหม่ได้ทำให้ต้นทุนการปล่อยจรวดของ Space X ถูกเครมว่าต่ำกว่าคู่แข่งถึง 3 เท่า เรียกได้ว่าลูกค้าต่อคิวยาวข้ามปีเลย
แต่กว่าจะมีวันนี้ได้ระเบิดมาไม่รู้กี่ลำแล้วนะครับ
และยังไงละ วันนี้เอามาโฆษณา BFR ระบบขนส่งใหม่ที่จะพาคุณไปยังอีกซีกโลกภายใน 30 นาที!!!
และปีนี้ (2018) จรวด Falcon Heavy จะเริ่มให้บริการเป็นครั้งแรก ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าต่อคิวรอใช้บริการอยู่ 8 รายในปี 2018
ซึ่งจรวด Falcon heavy ถูกออกแบบมาเพื่อบรรทุกของหนักออกนอกโลกสำหรับภารกิจต่าง ๆ รวมถึงไปดาวอังคาร โดยมีพิกัดบรรทุกดังนี้ครับ
Payload to LEO (28.5°) 63,800 kg :วงโคจรระดับต่ำ ประมาณ 2000 กิโลเมตรเหนือผิวโลก
Payload to GTO (27°) 26,700 kg :วงโคจรระดับสูงเป็นรูปวงรี มีระยะประมาณ 35,786 ถึง 42,164 กิโลเมตรจากผิวโลก
Payload to Mars 16,800 kg
คลิปวีดีโอการส่งคนไปตั้งอาณานิคมบนดาวอังคาร
อีลอน มัสก์ เคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาอยากใช้ชีวิตบั้นปลายที่ดาวอังคาร ก็ขออวยพรให้พี่สมหวังนะครับ ^^
ปัจจัยความสำเร็จก็ต้องบอกว่าเขากล้าที่จะรื้อแนวคิดครับ รื้อจากศูนย์เลย ปกติถ้าคนเรียนพวก MBA มาการจะเข้ามาลงทุนแข่งขันในธุรกิจต่าง ๆ มันจะต้องคิดต้นทุนเปรียบเทียบกับเจ้าตลาดว่าเราจะเข้าไปแข่งไหวมั้ย เช่นเขาทำรถคันนึงมีต้นทุนเท่าไหร่ แต่นี่จะส่งจรวดขึ้นอวกาศคือต้องไปดูว่านาซ่าส่งจรวดแต่ละรอบมีต้นทุนเท่าไหร่??
คำตอบคือช่างหัวมัน คิดแค่ว่าถ้าจะส่งจรวดขึ้นอวกาศให้ถูกที่สุดทำไงก็พอ ไม่ต้องไปสนใจว่าคนอื่นเขาทำไงเราคิดใหม่จากศูนย์เลย และเขายังเอาแนวคิดนี้มาใช้กับการผลิตแบตเตอรี่ให้กับ Teslar ด้วย เป็นไงละครับตั้งโรงงานที่อเมริกาคนงานก็อเมริกันหมดแต่ราคาแบตถูกว่าชาวบ้าน!!!!
แค่คิดใหม่ว่าแบตลิเธียมลูกหนึ่งประกอบด้วยแร่อะไรบ้าง ต้นทุนเท่าไหร่แล้วเอามันมาประกอบรวมกันยังไงให้ค่าประกอบถูกสุดแค่นั่นแหละครับ
ประกอบกับ อีลอน มัสก์ ได้มีโอกาสฝึกงานที่ Pinnacle Research Institute ที่ซึ่งเขาได้ฝึกตนเองให้เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วยตนเองจนสำเร็จ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเขาได้พบกับคนหนุ่มคนสาวที่ซิลิคอนแวลลีย์ ที่เป็นบุคคลไฟแรงทั้งหลาย ซึ่งได้ใช้ซิลลิคอนแวลลีย์เป็นสถานที่ประลองยุทธ์ในการเขียนซอฟท์แวร์ในการออกแบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตและพัฒนาการต่างๆทางด้านเทคโนโลยี จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่บรรดาคนหนุ่มคนสาวทั้งหลายถึงสามารถกลายเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่(Start-Up companies) ที่มาจากซิลลิคอนแวลลีย์เป็นจำนวนมาก จึงอาจพูดได้ว่าเด็กหนุ่มเด็กสาวเหล่านี้ได้ใช้ซิลลิคอนแวลลีย์เป็นสถานที่ในการเปลี่ยนแปลงโลกของเราทุกวันนี้
ซึ่งซอฟแวร์ย่อมเป็นปัจจัยหนึ่งในความสำเร็จของระบบลงจอดแนวดิ่งของจรวด Falcon 9 อย่างแน่นอน
เมื่อก่อนนาซ่าไม่คิดทำหรืออาจทำไม่ได้เพราะติดขัดทั้งเรื่องพัฒนาการของอุปกรณ์ตรวจวัดต่าง ๆ หรือความรวดเร็วในการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ระบบนำร่อง มาวันนี้ปัจจัยต่าง ๆ พร้อมแล้วและ อีลอน มัสก์ นำมันมาทำให้เป็นจริงได้เป็นคนแรก
เอาง่าย ๆ Steemit ที่เรามานั่งเล่นกันอยู่ก็เกิดมาจากกลุ่มบุคคลในซิลิคอนแวลลีย์นี่เอง พวกเขาเห็นโอกาสและลงมือทำแล้ว แล้วเราละ ;)
ปักเป้าจำแลง,
เครดิตวีดีโอ Youtube: Space X
เครดิตภาพ OKnation