เครดิตภาพ: http://the9000store.com
ระหว่างที่กำลังนั่งปั่นเขียน Work Instruction (WI) หรือขั้นตอนปฏิบัติงาน ที่ดองมาหลายเดือน ก็เกิดนึกถึงบทสัมภาษณ์หนึ่งของ ศ.จ. สตีเฟ่น ฮอว์คิง นักฟิสิกส์ชั้นนำของโลก ดำรงตำแหน่ง “เมธีคณิตศาสตร์ลูเคเชียน” (Lucasian Chair of Mathematics) แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ตำแหน่งเดียวกับ "เซอร์ไอแซก นิวตัน" เจ้าของงานเขียน "จักรวาลในเปลือกถั่ว" หรือ "Universe in the nut shell" หนังสือฟิสิกส์ขายดีอันดับหนึ่งในช่วงนั้น เพราะด้วยเนื้อหาที่คนทั่วไปอ่านได้เข้าใจง่ายทั้งเล่มมีพูดถึงสูตรฟิสิกส์แค่สูตรเดียว คือ "E=mc2"
เครดิตภาพ: wikipedia.org
แฉลบไปประวัติแกซะเยอะแระเข้าเรื่องดีกว่า ^^
ในบทสัมภาษณ์นั้นเขาถาม ศ.จ. ฮอว์คิง ว่าคุณคิดว่าวิทยาศาสตร์แขนงไหนที่มีความสำคัญต่อโลกมากที่สุด ผมก็คิดว่าแกน่าจะตอบเป็นศาสตร์ล้ำสมัยหรือทฤษฎีหลักของฟิสิกส์ แต่แกตอบว่า "การพิมพ์" ผมนี้งงเงิบเลยในตอนนั้น การพิมพ์เนี่ยนะเจ๋งตรงไหนครับ ศ.จ. หรือว่าความคิดแกลึกล้ำเกินความเข้าใจของเรา
เครดิตภาพ: คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
http://www.mct.rmutt.ac.th/course/pt/
แต่มาวันนี้วันที่ผมกำลังนั่งปั่นขั้นตอนปฏิบัติงาน จริง ๆ แล้วมันคือการสำเนาความรู้ของผมออกมาให้เพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่ทำงานในอนาคตได้ศึกษาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติงานสืบต่อกันไป นี่แหละที่ทำให้มนุษย์เราต่างจากสัตว์ เรามีความคิดมีความฉลาดแต่องค์ความรู้ที่ผู้คนคิดค้นขึ้นมาได้มันอาจสูญหายไปกับกาลเวลา เหมือนอย่างภาพเขียนสีที่ผาแต้มที่ผมเขียนถึงวันก่อน เทคนิคอะไรที่เขาใช้วาดภาพเหล่านั้น เราคงไม่มีวันรู้ได้ แต่กลับกันวันนี้ใครคิดอะไร่ใหม่ได้ข้อมูลเหล่านั้นก็จะถูกรวบรวมจัดเก็บเพื่อถ่ายทอดให้ชนรุ่นหลังได้นำไปศึกษาและพัฒนาต่อยอด อย่างเราเองทุกวันนี้ของใช้สุดล้ำต่าง ๆ ก็ได้มีขึ้นมาด้วยความรู้พื้นฐานจากคนรุ่นก่อน ๆ นั่นเอง
วันนี้ผมเห็นพ้องกับ ศ.จ. แล้วหละว่า การพิมพ์มันเปลี่ยนโลกจริง ๆ ตั้งแต่ยุคปฏิวัิตอุตสาหกรรมการพิมพ์ก็ถูกปฏิวัติและความรู้ของมนุษยชาติก็พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดแบบมีนัยสำคัญ ...
กลับมาที่ตัวเราวันนี้ ดูอย่าง Steemit ที่เราใช้กันอยู่ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เราสามารถใช้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ที่เราเจอมาให้กับเพื่อน ๆ หรือใครก็ตามที่เข้ามาอ่านโพสของเรา Steemit คงมีส่วนช่วยเปลี่ยนโลกบ้างไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะในโลกที่หมุนเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน ๆ
ปลาสร้อยไร้นาม,