This content got low rating by people.
จริงๆ แล้วการทานอาหารก่อนนอนไม่ค่อยจะแนะนำกันสักเท่าไหร่นัก เพราะว่าจะเกิดอาการอาหารไม่ย่อยได้โดยง่าย แต่ถ้าเป็นอาหารบางชนิดที่มีการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มชนิดนั้นก่อนเวลาเข้านอนที่เหมาะสม ก็จะช่วยให้ร่างกายได้หลับพักผ่อนอย่างเต็มที่
โดยปกติแล้วเวลาสำหรับการนอนหลับพักผ่อนควรอยู่ในระยะ 6 – 9 ชั่วโมงในเวลากลางคืน ซึ่งมีหลากหลายวิธีที่จะช่วยให้คุณนอนหลับสนิทได้พักผ่อนแบบเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นการเลือกอาหารและเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ มาดูกันว่าอาหารและเครื่องที่ส่งเสริมคุณภาพในการนอนหลับมีอะไรบ้าง
1) อัลมอนต์ สำหรับเมล็ดอัลมอนต์นอกจากอร่อยแล้วยังมีประโยชน์ต่อร่างกายในหลากหลายรูปแบบ ถ้ารับประทานเป็นประจำจะช่วยลดอาการเจ็บป่วยเรื้อรังของโรคต่างๆ สำหรับเรื่องของการนอนหลับ เม,ออัลมอนต์ยังเป็นแหล่งอาหารที่ให้ฮอร์โมนเมลาโทนินตามธรรมชาติที่จะช่วยให้คุณนอนหลับ การทานเมล็ดอัลมอนต์สัก 1 กำมือหรือประมาณ 28 กรัมก่อนนอนก็จะช่วยให้คุณภาพในการนอนหลับดียิ่งขึ้น
2) เนื้อไก่งวง เป็นแหล่งโปรตีนชั้นยอด สำหรับเนื้อไก่งวงอบขนาด 28 กรัมให้โปรตีนถึง 8 กรัม สำหรับเนื้อไก่งวงจะมีกรดอะมิโนในสร้างฮอร์โมนเมลาโทนินเป็นอย่างดี
3) ชาดอกคาร์โคไมล์ ถ้าแต่เดิมชาดอกคาร์โคไมล์จะหาซื้อยากมากต้องนำเข้าจากต่างประเทศ แต่ในปัจจุบันไม่ได้หาซื้อยากเหมือนแต่เดิมและมีราคาถูกลงอีกด้วย สำหรับชาคาร์โคไมล์เป็นชาที่นิยมดื่มก่อนนอนเพื่อช่วยให้นอนหลับ
4) ลูกกีวี ผลไม้สีเขียวนอกจะให้พลังงานต่ำแล้วยังอุดมไปด้วยวิตามินซีและวิตามินเค เพราะว่ากีวีมีสารเซราโทนิน ซึ่งเป็นสารเคมีของสมองที่มีส่วนช่วยในการควบคุมการนอนหลับ เรียกได้ว่าแค่ทานกีวีประมาณ 1-2 ผลก่อนนอนก็จะช่วยให้คุณหลับเร็วขึ้นและหลับนานยิ่งกว่าเดิม
5) ปลาที่อุดมไปด้วยไขมันที่ดีอย่าง ปลาแซลมอน ปลาทูน่า หรือปลาแมคคอเรล จะอุดมไปด้วยวิตามินดี และสารโอเมก้า 3 ที่ช่วยในการทำงานของสมอง โดยมีรายงานวิจัยจากการศึกษาทดลองพบว่า ชายที่บริโภคเนื้อปลาแซลมอนขนาด 28 กรัม 3 วันใน 1 สัปดาห์ติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือนจะพบว่าชายดังกล่าวจะรู้สึกง่วงนอนเร็วกว่าคนอื่นๆที่บริโภคเนื้อหมูหรือเนื้อวัว
อาหารมีส่วนอย่างมากในการทำงานของร่างกาย สมองและอวัยวะส่วนอื่น อาหารข้างต้นมีส่วนกระตุ้นให้เกิดคุณภาพที่ดีในการนอนหลับ ส่วนใครที่นอนไม่ค่อยจะหลับเพราะความเครียดความกังวล อาจจะต้องสังเกตตัวเองหาต้นเหตุและแก้ไข การนอนนั้นใครว่าไม่สำคัญ ลองสังเกตดูว่าวันไหนที่คุณนอนหลับสนิทเป็นระยะเวลาที่พอเหมาะ เมื่อตื่นเช้าขึ้นมาจะรู้สึกสดชื่นเป็นพิเศษ