ท้องทุ่งนายามเช้าเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น สายหมอกจางๆ กับแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า ในยามที่มองท้องนาทำให้เราได้ชุ่มชื่นหัวใจทุกครั้ง ไม่ว่าจะอยู่ท่ามกลางทุ่งนาอันเขียวขจีในช่วงที่ข้าวกำลังเติบโต หรืออยู่ท่ามกลางทุ่งนาอันเหลืองอร่ามในช่วงที่ข้าวรอเกี่ยว ล้วนทำให้จิตใจของเรามีความสุข เพราะเป็นเหมือนการได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ได้รับอากาศบริสุทธิ์ ได้อยู่ใกล้ธรรมชาติอันสวยงาม ปล่อยใจไปตามสายลมที่พัดใบข้าวพริ้วไปตามลม ภาพแบบนี้จะเกิดขึ้นกับคนในเมือง ที่ไม่เคยได้ทำนาจริงๆ เมื่อได้เห็นทุ่งนาแบบนี้เท่านั้น แต่ใครจะรู้ว่าชีวิตชาวนาจริงๆ ไม่มีเวลามาชื่นชมความงามแบบนี้หรอกค่ะ ชาวนาที่ต้องทำนาอยู่ชั่วนาตาปีนั้น เขากลับรู้สึกถึงความยากลำบากในชีวิตมากกว่า ตื่นเช้ามาก็ต้องรีบเร่งออกมาทำนา ทำจนฟ้ามืดถึงจะได้กลับบ้าน ชีวิตมันวนอยู่แบบนี้ตลอดทั้งปี ไม่มีใครรู้หรอกว่า กว่าชาวนาจะได้รับเงินจากการขายข้าว ต้องลงทุนหมดไปเท่าไหร่ ขายข้าวแล้วเหลือไหม ปีไหนแล้ง ปีไหนเพลี้ยลงหนัก ก็ขาดทุน
เริ่มต้นบรรยายซะแบบอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ แต่ลงท้ายด้วยความทุุกข์ยากของชาวนา แต่มันเป็นเรื่องจริงค่ะ ชาวนาปลูกข้าวเลี้ยงคนทั้งโลก แต่อาชีพชาวนาในประเทศไทยเป็นอาชีพที่ยากจนที่สุด และคนรุ่นหลังๆ ก็เริ่มที่จะไม่เจริญรอยตามบรรพบุรุษ เพราะการเป็นชาวนานั้นลำบากมาก เงินจากการขายข้าวนั้นแทบจะไม่พอเลี้ยงครอบครัว แล้วถามว่าทำไมยังมีคนทำนาอยู่หล่ะ ในเมื่อไม่พอกิน บางคนเป็นชาวนามาตลอดทั้งชีวิต ไม่มีความรู้ ไม่มีการศึกษา เกิดมาก็เห็นการทำนามาตั้งบรรพบุรุษ เลยทำให้ไม่มีทางเลือก แต่คนรุ่นใหม่เขามีทางเลือก เขาก็เข้ากรุงเพื่อแสวงหาสิ่งที่ดีกว่า
เราก็เพียงแต่หวังว่าต่อไปอาชีพชาวนาจะดีขึ้น จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม แต่มันก็คงเป็นเพียงแค่ความคิด ที่ยากจะเกิดขึ้นจริง
ตัวเราเองก็เคยไปขายแรงงานในกรุงมาก่อน ก่อนจะผันตัวเองมาทำนาที่บ้านแฟน แรกๆ อะไรก็ดูยากไปหมด เพราะเราไม่เคยทำนา ทำแต่ไร่ข้าวโพด แต่ด้วยความที่เราเคยทำไร่มา ก็เลยทำให้เรามีภูมิคุ้มกันอยู่บ้าง เมื่อเรียนรู้ไปสักพัก เราก็สามารถทำมันได้ และกลายมาเป็นอาชีพเกษตรกรแบบเต็มตัวในทุกวันนี้