Hello all respected friends.
I have a mission to cut 200 kg of sugarcane. Yesterday afternoon, a friend on Facebook called and ordered 200 kg of sugarcane. Cut it and have it delivered tomorrow.
At that time, I was still lounging in front of the computer. After 5 minutes, the message alert sounded.
I looked at the phone and grabbed it. came to read the message in the text that said sugar cane if the cutting was done today If possible, send today evening. I replied to the message and typed back ok.
Then I hurriedly cleared the work. On the computer to be a little lighter at night will not. Must be heavy and stay up late
Look at the clock, the sun is shining, the weather is not hot, dress to go to the garden to cut sugar cane, prepare equipment for boarding the car, knife for cutting, straw rope for strapping the sugarcane and scales for weighing the sugarcane.
I left the house at 3:40 p.m.
สวัสดีครับเพื่อน เรื่องของเมื่อวานตอนบ่ายๆครับ ภารกิจตัดอ้อย 200 กิโล ตอนบ่ายของเมื่อวาน มีเพื่อนใน Facebook โทรมา สั่งอ้อย 200 กิโลครับ ตัดแล้วให้นำไปส่งในวัน พรุ่งนี้ ตอนนั้นผมยังนั่งเล่นหน้าคอมอยู่ครับ ผ่าน เวลา ไปซัก 5 นาที เสียง Message เตือน ดังขึ้น ผมมองโทรศัพท์และใช้มือยิบมาดู อ่านข้อความในข้อความเขียนว่า อ้อย ถ้าตัดเสร็จวันนี้ ถ้าเป็นไปได้ส่งวันนี้ตอนเย็นนะครับ
ผมตอบ Message พิมพ์กลับไปว่าโอเคครับ
จากนั้นผมก็รีบเคลียร์งาน ในคอมพิวเตอร์ให้ เบาลงหน่อย เวลากลางคืนจะไม่ ต้องหนักและนอนดึก "เกม" มองดูนาฬิกา แดดร่มลมตก อากาศไม่ร้อน แต่งตัวเข้าสวนเพื่อไปตัดอ้อย เตรียม อุปกรณ์ขึ้นรถ มีด สำหรับตัด เชือกฟางเอาไว้รับอ้อย และ ตาชั่งสำหรับช่างอ้อยครับ
ผมออกจากบ้านเวลา 15:40 น
สภาพอากาศตอนออกจากบ้าน แดดร่มลมตกแต่พอขับรถมาถึงสวนด้วยความที่พื้นที่มันโล่งต้นไม้ยังไม่ใหญ่แดดยังคงออกจัดครับ แต่ผมก็ลุย ตัดอ้อย ตาม Order ครับ
ครั้งนี้เป็นครั้ง 5 หรือ 6 ในการตัดอ้อย ก้อยทยอยออก เกือบถึง 1 ตัน คงจะได้ แล้วครับ ผมตัด เฉพาะ ต้นที่ออกดอก เท่านั้น ต้นที่ยังไม่ออกดอกผมก็รอให้ออกดอกก่อนแล้วค่อยตัดทีหลัง มีบอ้อยบาง กอ ออกดอกจนหมดทั้งกอ ผมก็ตัดจนหมดครับเว้นไว้ คุณอ้อยไว้ให้น้องใหม่ขึ้นมา ยังเก็บ ผลผลิตต่อ ได้อีกครั้งสองครั้งครับ
ในครั้งนี้ ผมตัด อ้อย รถซาเล้งไม่สามารถนำเข้าไปในสวนอ้อยได้ครับ ก็ต้องใช้วิธีการขนอ้อยแบกขึ้นบ่าแล้วนำมาวางไว้ที่รถซาเล้งระยะทางข้อเราเราร้อยกว่าเมตรครับ ถ้าเป็นทางเรียบก็จะเดินให้หน่อยแต่นี่ ระหว่างทางในจะมีก้อยที่กำลัง ขึ้นนอน แตกหน่อใหม่ และใบอ้อย ที่รอยตัดบางส่วนกลางเวลาเดินก็ต้องระมัดระวังกันครับ ในการตัดอ้อย ผมตัด ส่วนภรรยา ผมจะช่วย ตกแต่งต้นกล้วยให้ดูสะอาดเกลี้ยงเกลาจะกลับด้วยครับ เช็ครายละเอียดอีกครั้ง
ขั้นตอนในการตัดอ้อยผม จะบอกกับอ้อย ที่แห้ง ออกก่อนครับจากนั้นก็ใช้มีดตัดลำพูน และตัดปลายที่มีใบโอนออกหรือแม้แต่แขนงที่ขึ้นอยู่ข้างๆท่านก็ตัดออกครับ ให้เหลือแต่ลำต้น
เมื่อก่อนหน้านี้ ฝนตกลงมาตอนผมมาตัดครั้งแรก ดินยังเปียก อุ้มน้ำอยู่เลยครับ ยอดโอนของอ้อยที่ผมตัดผมก็ นำมาปลูก แนวมาอยู่ริมตลิ่ง ริม น้ำ มาครั้งนี้ก็เห็น ว่ายอดอ้อยที่ปักก่อนหน้านี้รอดครับ
แต่ในครั้งนี้ ฝนไม่ตกมาหลายวันแล้วทำให้ดินแห้ง ตัดยอดอ้อยผม คิดว่าถ้าเอาไป ปักและปลูก คงจะไม่ลงครับเพราะดินมันแห้ง ถ้าจะขุดปลูกใหม่ก็คงจะไม่มีเวลาครับ
ภรรยาผมเลยเอายอดอ้อย ส่วนที่ไม่ใช้บางส่วนที่มีใบอ่อน ภรรยาเอาโยนลงในบึงครับ อยู่ในบ่อปลานั่นเอง เผื่อปลา จะกินเป็นอาหาร อย่างน้อยก็หลบแดด บังแดดได้ครับ อันนี้ประโยชน์แน่ชัดหรือไม่แน่ชัดผมก็ไม่ทราบครับ เอาเป็นว่าใบโอนยอดอ้อยผมโยนลงบึง และส่วนใบแก่ๆกากอ้อยที่ปลูก ระหว่างภรรยา ผมเช็ครายละเอียด ของต้นอ้อยที่กำลังจะมัด ภรรยาผมเก็บใบแห้ง ค่อยที่แห้ง ไปปกคลุมต้นไม้ป่าที่ปลูกไว้ข้างริมบึงครับ เผื่อมันจะได้รักษาหน้าดินอุ้ม ความชื้นไว้ได้ ผิวดินไว้ได้ไม่ให้ แห้ง ผมตัดอ้อยไปได้เรื่อยๆครับเมื่อก่อนตัดไป 9 กอได้ น้ำหนัก 100 กว่ากิโล คร่าวๆเอาครับ อ้อยลำต้นไม่เท่ากันครับครั้งนี้เลยเอากิโลมาด้วยตัดไปก็ทำเป็นมัดไป ช่างไปด้วยครับ เพราะเขาสั่งกำกับน้ำหนักมา แต่ก็พลาดเกือบทุกครั้งครับเพราะตัดเกินทุกครั้ง
ระหว่าง สวนอ้อย จะมี บ่อปลา ริมบึง จะปลูกมะพร้าวกับไม้ป่าครับ
ภรรยาผมขนต้นอ้อยมาทีละ 3-4 ต้นต่อเที่ยว ระยะทาง เดินขนอ้อยก็ราวๆ 100 กว่าเมตรครับ กว่าจะได้ครบ 200 กิโลเมตรไปกลับหลายเที่ยวครับ จากนั้นก็นำอ้อยมาวางกอง ไว้ จากนั้นก็นำมาปลูกเข้ามัด มัดละ 25 -36 กิโล แต่ละมัดไม่เท่ากันครับถึงแม้จะนับต้นก็ตามเพราะในแต่ละท่านแต่ละลำน้ำหนักไม่เท่ากันครับ เข้ามัดผูกด้วยเชือกฟางแล้วก็นำอ้อยมา ช่าง น้ำหนัก แล้วจด ผมจะ ปัดเศษไม่คิดครับ แถมๆๆๆ ครับ จัดกับโทรศัพท์ อ้อยตัดใกล้เสร็จตัวเลขการช่างก็หลายครั้งครับ ในการช่างอ้อย
ยกอ้อยใส่ซาเล้งครับ ดับหัวดับหางให้เท่ากัน เพื่อไม่ให้อ้อยเกะกะเวลา พาไปส่ง
แต่ผมก็ดันพลาดครับ กับน้ำหนักอ้อยครับขนาดจด ครั้งต่อครั้งทำเอาผมมึนครับ ผมพยายามนับ ที่ยกขึ้นบนซาเล้งแล้วว่ากี่มัดแยก ยาก มากครับ เพราะลำต้นของอ้อยถึงกัน โดยแยกไม่ออก ถ้าจะให้ขนอ้อยลงมาเพื่อจะนับมาอีกครั้งคงไม่ไหวแล้วครับหมดแรงแล้วตอนนี้ ก็เลยเลือกวิธีเวลาไปส่งค่อยยกลงแล้วนำมาชั่งอีกครั้ง แล้วกันครับ เพราะเวลาชั่งน้ำหนักอ้อย ต้องยก กัน 2 คนครับ คนเดียวไม่ไหว
ในไหนตัดเสร็จแล้ว เอากิโลและอุปกรณ์ทุกอย่างขึ้นรถครับ ไปด้วยครับ
ผมพยายามถ่ายภาพเพื่อนๆ ชมสภาพ รถซาเล้ง พี่กำลังบรรทุกอ้อย 200 กิโล กิโล ตามที่ Order รถซาเล้งรับน้ำหนักได้ครับ ยังกลัว ๆ อยู่เลยครับๆไม่รู้จะหักไหม รถซาเล้ง แคงแล้วครับ
แต่ดูสภาพครับผม ไม่รู้จะไปรอดหรือเปล่าครั้งนี้เป็นครั้งที่สั่งเยอะที่สุดครับ
ผมขับรถซาเล้งทุกอ้อย ออกจากสวนส่วนภรรยาผม เดินตามมาครับ เกรงว่ารถซาเล้งจะรับน้ำหนักไม่ไหว ด้วยถนนหนทางที่แย่ด้วยครับ
The way in the garden before it rained and almost flooded. The way will be messed up
Now, I have ordered stones to make my way. Take the Sai Tang stones and get into the Saleeng car during the dry season. When it rains, the car is difficult to drive in the area around the road.
because the soil is soggy make the car difficult to drive Mud wheels
Even though it's dry during this period, there are rocks that have been sprinkled along the road to make the car more convenient, but there are obstacles.
I know today with a weight of 200 kilograms of sugarcane. It was difficult to drive out of the garden.
I thought to myself whether I could cross this bridge or not, but I had no choice, so I decided to drive past the bridge safely.
ทางในสวน ก่อนหน้านี้ฝนตกน้ำเกือบท่วม ทางก็จะเละครับ ตอนนี้ผมได้สั่งหิน มาทำทางผม ขนหิน ไส่ถังขึ้นรถซาเล้ง ในช่วงหน้าแล้ง เวลาฝนตกรถ ในบริเวณทางในแต่ละช่วงรถก็ขับขี่ยากครับ เพราะด้วยดินที่เปียกชุ่มน้ำทำให้ รถขับเคลื่อนยากล้อติดโคลนครับ
ถึงจะแห้งแล้งในช่วงนี้หินที่พามาโรยหน้าทางเพื่อให้รถทีสะดวกขึ้นแต่ก็มีอุปสรรคครับ รู้เลยครับวันนี้กับน้ำหนักอ้อย 200 กิโลกรัม ทุลักทุเลครับกว่าจะขับออกจากสวนมาได้ ขับมาถึงสะพานข้ามระหว่าง สวนผมข้าม ไป ส่วนเพื่อนบ้าน ผม คิดในใจ ว่าจะข้ามสะพานนี้ไปได้ หรือเปล่า แต่ก็ไม่มีทางเลือก ครับผมจึง ตัดสินใจขับผ่าน สะพาน ไปได้ครับ โดยสวัสดิภาพ
can drive through the bridge Arriving at the neighbor's land, I parked the car at Saleng to check the condition of the car before continuing.
ขับผ่านสะพานมาได้ มาถึงที่ดินของเพื่อนบ้าน ผม จอดรถซาเล้งเช็คสภาพรถก่อนที่จะไปต่อครับ
The last obstacle next to my house is driving up a steep slope. to get on the road The same thought in his mind that he would not survive. concluded that he survived
อุปสรรคการสุดท้ายที่ข้างบ้านผมเองครับขับรถขึ้นทางลาดชัน เพื่อจะขึ้นบนถนน คิดในใจเหมือนเดิมว่าจะขึ้นรอด ไม่รอดสรุปว่ารอดไปได้
I parked my car on the street when my wife walked up to me. So I told my wife to drive a motorcycle and follow me.
Hello friends, today I would like to end this here.
Thank you and see you in the next post.
ผมจอดรถรอภรรยาอยู่บนถนนครับเมื่อภรรยาเดินมาถึงผม ผมเลยบอกภรรยาให้ขับรถจักรยานยนต์ ตามผมไป ครับ