เรื่องของ "การมอง"

katto(55)
Published in
#life
Words
181
Reading
1 min
8y

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ชาว Steemit

ช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมา เห็นเพื่อนๆ หลายคน เข้าร่วมการประกวด “Promo-Steem Contest” แล้วสนุกจังนะคะ ทุกคนตั้งใจทำกันมาก ฉันเองก็ชวนเพื่อนมาได้แล้วด้วยเหมือนกัน แต่เป็น “พ่อบ้าน” ต้องรอเวลาว่าง ตอนหลังจากส่งลูกเข้าห้องเรียนก่อน โถ..พ่อคุณ น่าสงสาร จริงๆ วันนี้ว่าจะพัก ไม่เปิดคอมฯ ดูทีวี แล้วนอน แต่ก็คิดคอนเทนต์ขึ้นมาได้ จึงเริ่มพิมพ์ พิมพ์ไปพิมพ์มา ยาวซะอย่างนั้น

IMG_0198.JPG

วันนี้มีสอบช่วงบ่าย ตอนเช้าทานไปแค่ขนมปังกับกาแฟ แล้วรีบออกไปเลย ตั้งใจเลยว่า จะไม่ทานข้าวกลางวัน เพราะถ้าทาน ตอนบ่ายที่กำลังเข้าสอบ ต้องง่วงจนไม่มีสมาธิแน่ๆ ดังนั้น หลังสอบเสร็จ เข้าใจได้เลยถึงคำว่า “กินช้างได้ทั้งตัว” เป็นยังไง จึงตรงดิ่งไปสถานที่ที่ชอบไปที่สุด เพื่อทำอะไรที่ใจอยากทำ หลังจากเก็บกดมานาน

เริ่มจากทานอะไรที่อยากทานที่สุด โดยไม่ต้องคำนึงถึงคุณค่าทางอาหารและน้ำหนักที่จะเพิ่มขึ้น ซึ่งอาหารที่เห็นนี้ ฉันชอบทานมาก แต่ทานบ่อยไม่ได้.....นานๆ ครั้ง จึงจะได้ทาน จากนั้น เดินๆ เที่ยวๆ ดูของที่อยากดู (ลักษณะเหมือนพาเด็กมาเดินเที่ยว) ถูกต้องแล้วค่ะ ฉันกำลังตามใจตัวเอง หรือให้รางวัลตัวเองในวันที่ทำภารกิจเสร็จสิ้น

IMG_3812.jpg

ฉันคิดว่า เราสามารถเลือกได้ว่า จะทำอะไร จะดูอะไร จะมองอะไร แต่มีหลายครั้งที่ การมองของเราผิดพลาด ตัวอย่างเช่น ตอนไปสัมนา หรือไปประชุม เราเห็นคนๆ หนึ่ง หน้าเหมือนคนที่เรารู้จัก สายตาจึงเหลือบไปมองคนนั้น 2-3 ครั้ง แต่..มองอีกที เอ๊ะ..ไม่ใช่คนที่เรารู้จัก แต่ไม่ทันซะแล้ว...สมองกลับจำสิ่งนั้นไปแล้ว และสั่งให้สายตาเหลือบไปมองอีกซ้ำๆ จนบางครั้ง คนนั้นรู้ตัวว่า กำลังถูกมอง ทั้งๆ ที่เราไม่ได้จะทำอะไรเลย แต่หยุดมองไม่ได้แล้ว ใครเคยเป็นบ้าง...ยกมือขึ้น...

อีกตัวอย่าง แถวที่พักของฉัน แต่ก่อนแถวนี้เป็นท้องร่อง ดังนั้น จึงมีคลองเล็กๆ อยู่ หน้าต่างห้องฉัน หากมองตรงๆ จะเห็นท้องฟ้า แต่ถ้าก้มหน้าลงมอง จะเห็นคลองเล็กๆ ครั้งหนึ่งมีคนรู้จักคนหนึ่งมาที่บ้านฉัน เขาไม่ชื่นชมกับท้องฟ้าของฉัน แต่กลับจ้องมองลงไปที่คลองข้างๆ นั้น และเห็นตัวอะไรสักตัวกำลังว่ายน้ำอยู่ เขาจึงเรียกฉันให้มาดู ฉันไม่ได้ตกใจอะไร แต่แค่แปลกใจว่า ฉันอยู่ที่นี่มาหลายปียังไม่เคยเห็นเลย นั่นเพราะ ก่อนหน้านี้ เวลาฉันมองออกมานอกหน้าต่าง ฉันมักจะมองท้องฟ้า แต่เชื่อไหม หลังจากที่ เขาคนนั้น ชี้ให้ฉันดูคลอง ตั้งแต่นั้นมา ฉันจะมองดูที่คลองทุกวัน และลืมชื่นชมกับท้องฟ้าที่สวยงาม

IMG_6180.JPG

นั่นหมายความว่า สมองเหมือนจะได้รับการสั่งการที่ไม่ค่อยจะดีเข้าแล้ว ถ้าเปรียบว่า มองข้างบน คือสิ่งที่ดี เพราะมีแต่ความสดใส สีสันที่ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปกี่สีก็ยังดูสวย ดังนั้น การมองข้างล่าง คงให้ความหมายที่ตรงกันข้าม เหมือนกับเป็นการเปิดรับสิ่งที่ไม่ดีเข้ามาในสมอง ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ไม่มีประโยชน์เลย และทำให้ฉันรู้สึกว่า บาลานซ์ชีวิตของฉันเปลี่ยนไป มันวุ่นวายและดูไม่ค่อยลงตัว ฉันพยายามฝึกสมองเกือบ 6 เดือน ให้เลิกมองลงไปข้างล่าง มันยากกว่า การเลิกเหลือบไปหน้าคนในงานสัมนาซะอีก เพราะที่นี่เป็นที่ๆ ฉันอยู่ทุกวัน การบังคับให้ไม่มองจึงยากมาก แต่วันนี้ ฉันก็ทำได้แล้ว

เพื่อนส่วนใหญ่ของฉันเป็นผู้ชาย หมู่ผู้ชายก็มีอยู่เรื่องเดียวที่คุยกัน คือ เรื่องผู้หญิง ตอนสมัยเรียนด้วยกัน ฉันเคยถามเพื่อนผู้ชายว่า “ทำไมผู้ชายชอบมองแต่ผู้หญิงสวยๆ” เพื่อนตอบว่า “ถ้ามีผู้ชายที่หน้าตาดี กับผู้ชายที่ดูไม่ได้เลย เดินมา แกจะเลือกมองใคร” เออเนอะ... ก็คงมอง......สิ่งที่ดีๆ

IMG_7075.JPG

หลังจากกลับถึงบ้าน ปิดท้ายการตามใจตัวเองอีกอย่างด้วย ชูครีม ค่า......

อารัมภบทมาทั้งหมดนี้ เพื่อจะบอกว่า เราเลือกในสิ่งที่เราอยากจะเป็นได้ เลือกรับได้ เลือกสนใจได้ ตัวฉันเองก็ยังไม่ได้ถึงขั้นที่ลงตัวอะไรมากนัก และคงจะลงรายละเอียดไม่ได้ บอกได้เพียงว่า ตอนนี้ดีกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยค่ะ

สุขสันต์วันอาทิตย์ค่ะ วันจันทร์ สู้ๆ นะคะ

ขอบคุณสำหรับการติดตาม และเป็นกำลังใจให้นะคะ


私のブログを読んでくれてありがとうございました。

katto@katto