คำคม ข้อคิดดีๆ จาก ท่านพุทธทาสภิกขุ (1)

kai840116(44)
Published in
#thai
Words
312
Reading
2 min
Listen
Play
8y
  • พระพุทธเป็นพ่อ พระธรรมเป็นแม่ พระสงฆ์เป็นพี่
  • พุทธะเป็นใครก็ได้ ถ้าเป็นผู้รู้ - ตื่น - เบิกบาน
  • นิพพานในทุกความหมาย ไม่เกี่ยวกับความตาย
  • นิพพานเป็นของได้เปล่า เมื่อสลัดตัวกูออกไปเสีย
  • นิพพานในความหมายของชาวบ้าน (นิพฺพุโต) ก็มีอยู่
  • นิพพานในปัจจุบัน (เมื่อจิตว่าง) เรียกสามายิกนิพพาน เป็นสิ่งควรสนใจ
  • นิพพานหาพบได้ที่วัฏฏสงสาร
  • นิพพานคือ “ตัวกู” ตายเสียก่อนแต่ร่างกายตาย
  • ทำงานและมีชีวิตอยู่ด้วยจิตว่างจากตัวกู
  • ทุกเรื่องและทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับจิตสิ่งเดียว
  • ปากอย่างใจอย่าง หนทางแห่งยอดสุข
  • กิเลสกับโพธิ์ ล้วนแต่เป็นสังขารธรรมด้วยกัน
  • มีสติเมื่อผัสสะ ก็ไม่มีทางที่จะเกิดทุกข์
  • เพชรในหัวคางคก (ความรู้ที่ทุกข์สอนให้) นั้นมีอยู่
  • ตัวกู – ของกู จอมศัตรูตัวร้ายกาจ
  • เหนือความหมายแห่งของคู่ทุกชนิด คืออิสระ
  • เรื่องดี – ชั่ว สุข – ทุกข์ บุญ – บาป ยังมิใช่ความสงบ
  • นรกสวรรค์ในพุทธศาสนา มีอยู่ที่อายตนะนั่นแหละ
  • ที่มาแท้จริงของสุขและทุกข์ คือการทำผิดหรือทำถูก ต่อกฎอิทัปปัจจตา
  • อย่าไปกินเนื้อกินผัก กินแต่อาหารไม่มีโทษก็พอ
  • ฆราวาสธรรม มิใช่สำหรับฆราวาสจมปลักอยู่ในความเป็นฆราวาส แต่เพื่อพ้นจากความเป็นฆราวาส
  • วรรณะโดยกำเนิด เลิกได้ โดยการงาน นั้นเป็นสิ่งที่ใครไม่สามารถเลิกได้
  • พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ มิได้ตรัสรู้ในมหาวิทยาลัย
  • พระอรหันต์ทุกองค์ก็มิได้บรรลุในมหาวิทยาลัย
  • ผู้ทำบุญไปสวรรค์ต้องรู้ไว้ว่า เทวดาเขาต้องจุติมาสุคติกันที่มนุษย์โลก
  • คำว่าศาสนาในความหมายสูงสุด คือวิธีการเพื่อความรอด ทุกชนิดทุกระดับ
  • แม้แต่สัตว์และต้นไม้พืชพันธุ์ ก็ต้องมีศาสนาตามแบบของตน ๆ คือระบบเพื่อความรอด
  • สอนธรรมะยาก เพราะภาษาที่ใช้อยู่ มีไม่พอ
  • คำว่าสังขาร แปลว่าของปรุง – การปรุง, มิใช่ร่างกายคร่ำคร่าสำหรับจะตาย
  • พุทธศาสนาทำให้รู้จักทุกอย่างที่เกี่ยวกับชีวิตในลักษณะที่ไม่เกิดทุกข์
  • ชีวิตใหม่ คือชีวิตที่มีปัญหาและคำถามเกี่ยวกับความทุกข์จางลงและหมดไป
  • ทั้งชั่วทั้งดีล้วนแต่อัปรีย์ (ไม่มีความสงบ) จะเอาความสงบต้องพ้นชั่วพ้นดี เหนือบาปเหนือบุญ
  • ยิ่งเจริญคือยิ่งบ้าด้วยวัตถุ, ยิ่งบ้าก็ยิ่งเห็นว่าเป็นความเจริญ
  • สิ่งเลวร้ายที่ต้องรู้จักเรื่องแรกที่สุด ก็คือเรื่องนิวรณ์ทั้งห้านั่นเอง, ถ้าไม่รู้จักก็ไม่อาจรู้เรื่องกิเลส
  • การเป็นเกลอกับธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครสนใจ
  • หัวใจพุทธศาสนาที่สัญลักษณ์กางเขน “ตัดตัวกู”
  • หัวใจพุทธศาสนาที่หน้าแรก ๆ ของไบเบิ้ล คือไม่ยึดติดในความดีและความชั่ว ซึ่งจะต้องตาย
  • ทุกคนสามารถเป็นพุทธทาสได้ไม่มากก็น้อยแต่เขาไม่สนใจกันเสียเลย
  • ความไม่ตายมี ๒ ชนิด : ไม่ตายทางกาย (สำหรับสัตว์), ไม่ตายทางวิญญาณ (สำหรับมนุษย์)
  • คนเกลียดวัดเกลียดธรรมะ โดยมากไม่รู้สึกตัวว่าเกลียด จึงไม่มีความคิดที่จะหมุนเข้ามาหาธรรมะ
  • วินัยเป็นสิ่งที่ทรงบัญญัติขึ้น, ธรรมะเป็นสิ่งที่ทรงพบแล้วแสดงออก: มันต่างกันอย่างนี้
  • ชีวิตรอดอยู่ได้ด้วย “นิพพานชั่วคราว” ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ มิฉะนั้นก็เป็นโรคประสาทและตายกันหมดแล้ว
  • คนทั้งโลกอกตัญญูต่อ “นิพพานชั่วคราว” อย่างหลับหูหลับตา แล้วยังแถมเนรคุณ คือ เกลียดนิพพาน
  • ศีลธรรมทุกข้อทุกระบบมีปรมัตถธรรมเป็นรากฐาน
  • ศีลธรรมไม่กลับมาโลกาวินาศ, กลับมาโลกาสงบเย็น แต่ก็ไม่มีใครสนใจกันเลย
  • ปรมัตถ์ธรรมกลับมาโลกาสว่างไสว, ถ้าไม่กลับมาโลกามืดมนท์ แต่ก็มืดมนท์จนเป็นธรรมดาไปแล้ว
  • มนุษย์กำลังสร้างโลกอยู่อย่างที่พระเจ้าทำอะไรไม่ได้ ได้แต่นั่งมองดูตาปริบ ๆ
  • เด็ก ๆ นั่นแหละ คือผู้สร้างโลกในอนาคตที่แท้จริง
  • ที่บูชาหน้าพระพุทธรูปนั่นแหละ ยิ่งจัดเท่าไรก็ยิ่งเป็นไสยศาสตร์ยิ่งขึ้นเท่านั้น
  • ถ้าดูโลกที่พระเจ้ากำลังสร้างอยู่ บัดนี้จะยิ่งเห็นว่าพึ่งไม่ได้ และแถมยังไม่น่าไว้ใจอีกด้วย
  • คนโง่พูดว่า มีแต่เวลากินเรา เราไม่อาจกินเวลา
  • เมื่อเราตะกละ อาหารกินเรา, เมื่อเรามีสติ เรากินอาหาร โดยมากเป็นอย่างไร คิดดูเองเถิด
  • แปลคำว่าปรโลกกันผิด ๆ จนกลายเป็นโลกหน้า, ที่แท้ก็คือโลกชนิดอื่น จากที่มีอยู่เป็นประจำที่นี่
  • ยิ่งจุดธูปเทียน ก็ยิ่งเป็นไสยศาสตร์, อย่างดีก็เป็นพุทธศาสตร์สำหรับเด็กอมมือ
  • กามารมณ์เป็นค่าจ้างเพื่อการสืบพันธุ์ อย่าไปสนใจใยดีหรือถึงกับบูชากันนักเลย
  • ฉันไม่อาจให้ความร่ำรวย แต่ให้จิตที่แพงกว่านั้น
  • พุทธบริษัทต้องพูดเป็น ทั้งภาษาคนและภาษาธรรม
  • คนหนึ่งพูดภาษาเงิน อีกคนพูดภาษาธรรมแล้วมันจะพูดรู้เรื่องได้อย่างไรกัน
  • ภาษาพูดอย่างมีตัวตน คือภาษาคน พูดอย่างไม่มีตัวตน คือภาษาธรรม
  • ระวังความเมตตาสงสารจะกลายเป็นความรัก (ทางเพศ) ขึ้นมาอย่างไม่ทันรู้ตัว
  • จงจัดชีวิตประจำวัน ให้เต็มไปด้วยความหมายของนิพพาน คือความสงบเย็น
  • เขารอรับรสของนิพพานกันต่อตายแล้ว ทั้งที่อาจรับได้ที่นี่และเดี๋ยวนี้
  • การงานทุกชนิดสอนให้เราฉลาดขึ้นนิดหนึ่งเสมอไป แม้ที่สุดแต่การกวาดขยะ
  • สิทธิเสมอภาคของสตรีทำให้โลกหมดพ่อแม่มีเหลืออยู่แต่กะเทย
  • โบสถ์ที่พระเจ้าอย่างบุคคลสร้างขึ้น มีแต่จะปิดลง ๆ แต่โบสถ์ที่อิทัปปัจจยตาสร้างขึ้นมีแต่จะเปิดเพิ่มขึ้น ๆ
  • โลกต้องมีศาสนาครบทุกชนิด มีศาสนาเดียวไม่ได้, แต่ต้องทำความเข้าใจกันได้
  • เตรียมตัวอยู่ร่วมโลกกับคนบ้าด้วยกัน จงทุกคนเถิด
  • พูดอย่างถูกต้องที่สุดก็ว่า “ไม่มีนิวรณ์นั่นแหละคือความเป็นสมาธิ”
  • เรียนธรรมะในป่า มีนิพพานเป็นอารมณ์, เรียนธรรมะในเมือง มีกิน – กาม – เกียรติเป็นอารมณ์
  • เอาธรรมะสำหรับเรียนในป่า ไปเรียนในมหาวิทยาลัย ก็ได้ผลเป็นแผ่นกระดาษอันมีเกียรติ
  • ให้โอกาสและวิธีช่วยตัวเอง นั่นแหละเป็นให้ธรรมทานที่แท้จริง
  • จะให้ใครขยัน ต้องให้วิธีป้องกันโรคจิตไปด้วย
  • ถ้าคนรู้ว่า ทำไมสัตว์ไม่เป็นโรคประสาท คนก็จะไม่เป็นโรคประสาทมากขึ้น
  • ไม่ได้ตรัสสอนเรื่องตาย - เกิด ฯลฯ ทรงสอนแต่เรื่องทุกข์กับความดับทุกข์เท่านั้น
  • สิ่งที่หลอกลวงเราที่สุด ก็คือสิ่งที่เราเรียกชื่อมันว่า “ความสุข”
  • เป็นสุขหรือทุกข์ได้โดยไม่ต้องมีบุคคล มีแต่จิตที่ถูกปรุงหรือไม่ถูกปรุง ให้รู้สึกเช่นนั้น
  • มีธรรมะแล้วก็เหมือนอยู่ในมุ้ง แล้วกวักมือยุง (ความทุกข์) ให้มากัด
  • แม้ปลาก็มีได้ทั้งอาคาริก – อนาคาริก แล้วทำไมคนจะมีด้วยไม่ได้
  • ภาษา คน คือจริงสมมติ ภาษาธรรม คือจริงปรมัตถ์
  • ทำไมจะต้องห้ามสอนอนัตตา – สุญญตา – กาลามสูตร
  • ถ้าดูให้ดี มีแต่ได้ ไม่มีเสีย แม้แต่ความทุกข์และความตาย ซึ่งเกลียดกลัวกันนัก
  • เมื่อนายทุนรักกันได้กับกรรมกร ก็มีสันติภาพถาวร
  • สหประชาชาติ ยังเป็นแต่มาลีวราช นั่งจับปูใส่กระด้ง
  • ความสุขที่แท้จริงไม่ต้องใช้เงิน แต่ทำให้เงินเหลือ
  • เลี้ยงหมาเป็นอาจารย์ เพื่อจะได้เป็นคนไม่เป็นหมา
  • พอใจจนไหว้ตัวเองได้ คือสวรรค์แท้จริงที่นี่เดี๋ยวนี้
  • อย่าอยู่หรือทำอะไรด้วยความหวัง แต่ด้วยสติปัญญา
  • ความกล้าหาญทางจริยธรรมคือยอดแห่งความกล้า
  • ไม่ทำหน้าที่ ธรรมะก็หนีจากวัด ไปมีอยู่กลางทุ่งนา
  • “นายคลำ” เป็นอาจารย์ของทุกคน แม้นักปราชญ์
  • ธรรมิกสังคมนิยม คือนายทุนรักกันได้กับกรรมกร
  • นอกจากเรื่องทุกข์และดับทุกข์ มิใช่เรื่องต้องสนใจ
  • สมาธิทุกชนิด คือ เอกัคตาจิตที่มีนิพพานเป็นอารมณ์
  • คำสุภาษิต ใคร ๆ ไม่อาจสงวนสิทธิ์: ธรรมชาติเป็นเจ้าของ
  • สุภาษิตเป็นธงชัยที่มุ่งหมาย หรือที่ปรากฏตัว ของฤษีทั้งหลาย
  • ถ้อยคำที่ใช้เป็นประโยชน์ได้ จัดเป็นสุภาษิตได้ทั้งนั้น
  • สุภาษิตหลุดออกมาจากปากของคนบ้าก็ยังมี สังเกตดูให้ดี ๆ เพราะธรรมชาติดันให้ออกมา
  • คำสุภาษิตที่ท่านรู้สึกว่าตื้น ๆ ชืด ๆ นั่นแหละ อาจจะเป็นเพราะลึกเกินไป สำหรับท่านก็ได้
  • จัดเป็นอมตภาษิต เพราะใช้ได้ตลอดกาลนิรันดร
  • ระวัง คำที่ถือกันว่าเป็นสุภาษิต ๆ พูดไว้ผิด ๆ ก็ยังมี เพราะมิใช่ออกมาจากธรรมชาติ
คำคม ข้อคิดดีๆ จาก ท่านพุทธทาสภิกขุ (1) | Ecency