เมื่อสมัยเป็นเด็กนักเรียน ช่วงที่เรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 บัวได้มีโอกาสไปเรียนโรงเรียนประจำ ซึ่งเขาจะเรียกติดปากว่า โรงเรียนกินนอน ซึ่งไม่ได้หมายความว่าไปโรงเรียนนี้กินแล้วก็นอนนะคะ ดักทางไว้ก่อน 😁😁😁
โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ตาก ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนชื่อมาเป็น โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 55 จังหวัดตาก เป็นโรงเรียนประจำกินนอน รับเด็กด้อยโอกาส 10 ประเภท ซึ่งเป็นเด็กซึ่งอยู่ในสภาวะยากลำบากในการศึกษาเล่าเรียน มีความเป็นอยู่ด้อยกว่าปกติทั่วไป เปิดสอนตั้งชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งมีนักเรียนเป็นจำนวนมาก ประมาณพันกว่าคน เทียบกับครูที่ดูแลนั้นไม่ได้เลย แต่ทางโรงเรียนก็จะใช้วิธีพี่ดูแลน้อง
โรงเรียนนี้จะรวมชาวไทยภูเขาไว้ทุกชนเผ่าเลยค่ะ ว่าจะเป็น ชนเผ่าอาข่า หรืออีก้อ, ชนเผ่าดาราอั้ง หรือ ปะหล่อง, ชนเผ่าม้ง, ชนเผ่าคะฉิ่น หรือจิมเผาะ, ชนเผ่ากระเหรี่ยง หรือปกาเกอะญอ, ชนเผ่าลีซู หรือลีซอ, ชนเผ่าเมี่ยน หรือเย้า, รวมถึงเด็กตกเขียว เด็กตกเขียวคือเด็กที่พ่อแม่ขายให้กับนายทุนในกรุงเทพ นายทุนให้เงินพ่อแม่แล้วก็จะมารับเด็กสาวๆ ไปขายบริการทางเพศ แต่ทางหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ร่วมกับทางโรงเรียนเข้าไปช่วยเหลือเพื่อไม่ให้ถูกหลอกไปขาย ให้การศึกษา และยังสอนวิชาชีพอีกด้วย
..... เหตุที่บัวตัดสินใจไปเรียนที่นี่ ต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายของพ่อกับแม่ เพราะเป็นโรงเรียนที่เรียนฟรี แจกฟรีทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสบู่ ยาสีฟัน ผงซักฝอก ผ้าอนามัย รวมทั้งมีอาหารเลี้ยงครบ 3 มื้อ เช้า กลาง เย็น เป็นครั้งแรกที่จากอ้อมอกของพ่อแม่ บัวคิดถึงบ้านมาก เสาร์-อาทิตย์ ทางโรงเรียนให้กลับไปเยี่ยมบ้านได้ พอช่วงเย็นของวันศุกร์ บัวกับเพื่อนก็เก็บกระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้าน ช่วงแรกๆ กลับบ่อยมาก ไม่รู้คิดผิดหรือคิดถูกที่ว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว เพราะไปกลับ จากโรงเรียนไปบ้าน จากบ้านมาโรงเรียนแต่ละครั้ง ก็หลายตังค์อยู่😁😁😁
..... ครั้งแรกที่ย่างก้าวเข้าสู่โรงเรียนกินนอน เหมือนเข้าไปอยู่ในค่ายทหารเลยค่ะ มีกฎระเบียบให้ทุกคนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด และการได้อยู่ร่วมกับเพื่อนๆ ตลอด 24 ชั่วโมง มันก็เป็นประสบการณ์อันแปลกใหม่ด้วย ที่โรงเรียนจะมีหอนอน ประมาณ 20 หอนอน แบ่งคนละฝั่งชายกับหญิง หอนอนแต่ละหอนอนจะมีชื่อคล้องจองกัน ที่บัวจำได้มีแค่ 2 หอนอนที่อยู่ใกล้ๆ หอนอนของบัว คือ ผกากรอง ทองอุไร บัวอยู่หอนอนชื่อผกากรอง ซึ่งหอนอนนี้เป็นนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ทั้งหมด จะมีครูประจำหอนอนละ 1 คน
..... โรงเรียนกินนอน ต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 ทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์ ประมาณตี 5 จะมีรุ่นพี่วิ่งเป่านกหวีดไปตามหอนอนต่างๆ เพื่อปลุกนักเรียนให้ลุกจากที่นอน ไปแปรงฟันล้างหน้า ให้เวลา 10 นาที หลังจากนั้นก็ไปรวมกันที่สนาม เพื่อออกกำลังกายใช้เวลา 30 นาทีทุกวัน เมื่อออกกำลังกายเสร็จก็กลับหอนอนทำความสะอาดหอนอนและรอบๆ บริเวณหอนอนของตนเอง เสร็จแล้วอาบน้ำแต่งตัวไปโรงอาหาร 7.15น. นักเรียนทั้งหมดจะมารวมกันที่หน้าโรงอาหารเพื่อรอรับประทานอาหาร อาหารเช้าส่วนมากก็จะเป็นข้าวต้ม บางวันข้าวต้มทรงเครื่อง บางวันก็ข้าวต้มกุ๋ย ส่วนอาหารกลางวันก็จะเป็นแกง เป็นผัดสลับกันไป ช่วงเย็นก็จะคล้ายๆ อาหารกลางวัน บัวจำได้ขึ้นใจเลยทุกวันศุกร์อาหารเช้าจะเป็นข้าวต้มทรงเครื่อง กลางวันจะเป็นราดหน้าเส้นใหญ่
..... มีอยู่ครั้งหนึ่งคุณครูมอบหมายให้เด็กนักเรียนชั้นม.4 รวมทั้งบัวด้วย ไปช่วยที่งานวัดในจังหวัด ซึ่งจะจัดงานเพื่อแสดงความยินดีกับเจ้าอาวาสที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ ชื่อย่อโรงเรียนที่ปักบนเสื้อก็จะเป็น ศส.ตก ซึ่งในตัวจังหวัดนั้นก็จะมีโรงเรียนโสตศึกษาตาก อยู่ด้วย ซึ่งโรงเรียนโสตศึกษาก็จะเป็นนักเรียนผู้พิการทางหู จะใช้ภาษามือ ตัวย่อก็คล้ายๆ กัน ช่วงที่บัวและเพื่อนๆ ไปช่วยงาน ชาวบ้านเขาต้องการให้พวกเราช่วยยกของไปเก็บ เขาก็พยายามใช้ภาษามือเพื่อจะสื่อสารกับพวกเรา แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครเข้าใจ หัวหน้าห้องเลยถามว่าคุณป้าต้องการให้พวกเราช่วยอะไรหรอครับ ป้าก็มองหน้าเหวอ แล้วถามว่า "อ้าว พูดกันได้ด้วยหรอ ป้านึกว่าพวกเธอเป็นใบ้" พวกเราหัวเราะกันใหญ่😁😁😁
..... ที่โรงเรียนแห่งนี้บัวได้รับประสบการณ์มากมายที่หาซื้อไม่ได้ เด็กๆ ที่นี่ก็เหมือนกันค่ะ บางคนจากอ้อมอกพ่อแม่มาอยู่โรงเรียนประจำตั้งชั้นประถมศึกษาปีที่1 ซึ่งถือว่าเล็กมาก และต้องหัดช่วยตัวเอง และพยายามอยู่ร่วมในสัมคมโรงเรียนนี้ให้ได้ แม้ว่าคุณครูจะให้ความรักเพียงใด ก็ไม่เทียบเท่าความรักของพ่อแม่ บัวเรียนที่นี่แค่ปีเดียว พอขึ้นม.5 ก็กลับไปเรียนที่โรงเรียนเดิมใกล้บ้าน