เจ้ควงปากกาไปด้วยตอนถามนาง
แต่นางไม่ตอบ คงไม่ชอบคำถามปลายเปิด
เจ้เลยเสนอตัวเลือกให้นางเลือก
“เขารั้งเธอไว้?” ช้อยส์แรกที่เจ้เสนอ
นางส่ายหน้า
“งั้น เขาบอกว่าจะเปลี่ยนตัวเอง?”
ช้อยส์สอง นางส่ายหน้า
“เธอรักเขามาก?” ช้อยส์สาม
นางลังเล ไม่พยัก ไม่ส่าย
“ฉันว่า ฉันเสียดายเขา ...
เสียดายที่เขาเป็นสุภาพบุรุษกับฉันมาก
เขาแฟร์พอ เขาแมนพอที่จะยอมรับตรงๆ”
เจ้พยักหน้า ..
“โอเค งั้นเราเริ่มที่จุดนี้กัน”
………….
เพื่อนเจ้อยู่ในความสัมพันธ์ที่ ... นิยามไม่ได้
คือนิยามออมาเป็นคำพูด เป็นศัพท์เฉพาะไม่ได้ ไม่ใช่เพื่อนแน่ๆ มันมากกว่านั้น ไม่ใช่แค่คู่นอนแน่ๆ เพราะมันมีความรู้สึกมาเกี่ยวข้อง ไม่เชิงเป็นคนรัก เพราะเขา “ยังเคลียร์ตัวเองไม่ได้” มีความเป็นคนพิเศษพอควร แต่ก็ไม่พิเศษมากเท่าไหร่
ถามว่านางรู้ไหมว่าควรออกมา?
โธ่ ... ทุกคนรู้หมดแหละว่าสถานะที่นิยามความสัมพันธ์ไม่ได้ มันคือสถานะชั่วคราว ชั่วคราวระหว่างการลุ้น ว่าจะได้ขึ้นไปอยู่อีกจุดหนึ่ง หรือจะหลุดออกจากวงโคจร ไม่ต้องให้ใครบอกนางก็รู้ และนางก็คิดว่าควรจะต้องออกมา
ปัญหาคือ ... นางไม่ออกมา และต้นตอของปัญหาคือ นางเสียดาย นางเสียดาย อะไร? นางบอกว่า เสียดายที่เขาเป็นสุภาพบุรุษ และนั่นคือจุดที่ เจ้เริ่มการพูดคุย
“ยังไงเหรอ? ที่บอกว่าสุภาพบุรุษ”
เจ้ถาม
“ก็ เขาไม่รั้งฉันไว้ เขาเปิดโอกาสให้ฉันเสมอ”
นางตอบ
“ยังไงล่ะ ไม่รั้งคือสุภาพบุรุษ? ” อันนี้งงนะ การเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายคือ = สุภาพบุรุษเหรอ? เจ้เลยถามต่อ แทนที่นางจะตอบ นางเปิดมือถือให้ดูข้อความที่เขาส่งมาให้
“พี่ขอโทษนะ ที่ทำให้ไม่ได้
พี่รู้ว่าพี่บกพร่องต่อเราจริงๆ
พี่ไม่อยากขังใจใครทั้งนั้น พี่รักเรานะ แต่พี่ไม่ขังใจเรา หากเราเจอคนอื่นที่พร้อมกว่าพี่ มีสิ่งดีๆที่ให้เราได้ และเราก็รักเขา ไม่ต้องห่วงพี่ ไปกับเขาได้เลย พี่แมนพอ พี่ยอมเป็นฝ่ายเจ็บได้
พี่ขอแค่ .. บอกพี่สักหน่อยก่อนไป เพราะพี่ก็มีหัวใจ และพี่ก็รักเรามาก พี่ไม่อยากเสียเราไปหรอกนะ แต่พี่รู้ว่าพี่ไม่พร้อมพอสำหรับเรา แต่ความไม่พร้อมของพี่ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับความรักที่พี่ให้เรานะ พี่รักเราจริงๆ”
เจ้อ่านจบ พยักหน้าช้าๆ
ส่งมือถือคืนให้นางไป
“นี่ไง เราถึงบอกว่าเราเสียดาย เขาเปิดโอกาสให้เราตลอดเวลา ทั้งๆที่เขาจะรั้งเราไว้ก็ได้ บอกให้เราไม่ไปก็ได้ แต่เขาไม่ทำ
เขายอมปล่อยเราไป เขาไม่ได้รั้งเราไว้เลย นี่แหละ ... ที่เราบอกว่าเขาเป็นสุภาพบุรูษ พอเราจะออกไปเราก็เลย รู้สึกเสียดายปนผิดนิดๆ ถ้าจะไปจากเขา”
เจ้จดบางอย่างลงสมุดยุกยิก
นางยื่นหน้ามามอง แต่เจ้ยกสมุดหนี
“แป๊ปนึง เขียนเสร็จแล้วจะให้อ่าน ขอ 5 นาที”
5 นาทีผ่านไป
เจ้เขียนเสร็จ แต่ยังไม่ยื่นสมุดให้นาง
“เขาบอกว่า เขารู้ตัวว่าบกพร่อง?”
เจ้ถาม นางพยักหน้า
“เขาบอกว่า ไม่อยากขังใจใคร ถ้าจะไปก็ไปได้?”
เจ้ถามต่อ นางก็พยักหน้า
“เขาบอกว่า ไม่ต้องห่วง เขายอมเจ็บเอง?”
เจ้ยังคงถามต่อไป นางก็พยักหน้า
“เขาบอกว่า รักเธอ แต่ทำในสิ่งที่เธอต้องการไม่ได้ เขาเลยเปิดโอกาสให้เธอไปได้ หากเธอคิดว่าคนอื่นให้ความสุขกับเธอได้มากกว่าเขา?” ต่อคำถามนี้ นางลังเลนิดหนึ่ง แต่ก็พยักหน้า
เจ้เปิดสมุด ยื่นให้นางดู
“นี่คือ ข้อความที่แท้จริงที่ซ่อนไว้ระหว่างบรรทัดที่เขาพิมพ์มา ฉันยอมรับนะว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษ คือเขาใช้คำพูดสุภาพ แต่เธอลองนึกถึงไอ้ที่ฉันถามไปเมื่อตะกี้นี้แล้วเธอพยักหน้าสิ ว่ามันคือสิ่งที่สุภาพบุรุษทำไหม?
เขารู้ว่าเธอเสียใจ แต่ไม่ทำอะไร
เขารู้ว่าบกพร่องต่อเธอ แต่ไม่ทำอะไร
เขารู้ว่าเธอต้องการอะไร แต่ก็ไม่ทำอะไร
เขารู้ว่าเธออาจจะจากเขาไปได้ แต่ก็ไม่ทำอะไร
ตัวเลือกเดียวที่เขาให้เธอคือ
อยู่ทนต่อไป หรือไปจากเขาเสีย
Wake up ค่ะเธอ ตื่นได้แล้ว
รู้ไหม ว่าทั้งหมดนั้น มันแปลว่าอะไร?
ลองอ่านที่เราแปลประโยคเขาให้ในนั้นสิ”
เจ้พยักหน้าอนุญาต นางหยิบสมุดไปดู
ในนั้นมีลายมือหยุกหยิกของเจ้เขียนไว้ว่า
“อะไรที่เราอยากได้ พี่ไม่ทำ
พี่โอเคนะ ถ้าเราจะไปกับคนอื่นที่เขาให้ในสิ่งที่เราต้องการได้ แต่จะให้พี่ทำในสิ่งที่เราต้องการน่ะ ขอโทษที พี่คงไม่ทำหรอก ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน นี่คือมากที่สุดที่พี่จะทำให้เราได้แล้ว นี่คือจุดที่พี่พอใจ
แต่ถ้าจะไป พี่โอเคนะ บอกก่อนล่วงหน้าหน่อยแล้วกัน
เผื่อเวลาให้พี่หน่อย อย่างน้อยถึงไม่ได้อะไรมากนัก พี่ก็เสียดายเป็นนะ ไม่ได้เสียใจหรอก พี่แค่เสียดาย แต่คำว่า ดาย มันสะกดด้วย สามตัวอักษร ด-า-ย พิมพ์คำว่า ใ-จ มันแค่สองตัวอักษร มันง่ายกว่า”
นางปิดสมุด และเริ่มต้นร้องไห้
เจ้ไม่แน่ใจว่าน้ำตานั้นมาจากข้อความของเจ้ หรือเป็นน้ำตาที่ท้นล้นเขื่อนที่นางเก็บไว้ในใจมานานแล้วกันแน่ ไม่แน่ใจว่าอันนี้คือเจ็บใหม่ หรือเป็นแค่กุญแจไขประตูเขื่อนปล่อยน้ำตา
นางร้องไห้ไปและพูดอะไรสักอย่างด้วยเสียงสะอื้นปนน้ำตา ที่เจ้ก็แปลไม่ถูกเหมือนกัน ผ่านไปเกือบชั่วโมงนั่งแหละ นางถึงหย