Covid-19 situations in Thailand สถานการณ์โควิดถึงจะเริ่มมีวัคซีนใช้ในบางประเทศแต่ก็ยังน่าเป็นห่วง

วันนี้อีกหนึ่งข่าวที่น่าตกใจก็คือเรื่องของการพบผู้ป่วยรายใหม่ในสหรัฐอเมริกาที่ติดเชื้อโรคโควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์ แบบเดียวกันที่พบในประเทศอังกฤษ โดยผู้ป่วยที่ติดเชื้อโรคโควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์ไม่มีประวัติการเดินทางไปในต่างประเทศแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าหลายประเทศจะเริ่มทยอยและมีการจ่ายแจกและทำการฉีดวัคซีนโรคโควิด-19 กันไปบางแล้ว แต่ก็มีข่าวเป็นระยะต่อปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายสำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนเข้าไป ก็ต้องบอกว่าไม่ใช่มีวัคซีนแล้ว การพัฒนาวัคซีนจะหยุดลง ต้องมีการเก็บข้อมูลไปเรื่อยไม่ต่ำกว่า 10 ปีเพื่อประสิทธิผลที่ได้สูงสุดของวัคซีน

Source: BBC

พอมีกาค้นพบเชื้อโรคโควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์ หลายประเทศเริ่มมีความเข้มงวดมากขึ้นในการจำกัดผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศเพื่อเข้าประเทศของตน อย่างเช่นประเทศญี่ปุ่นที่ห้ามชาวต่างชาติที่ไม่ได้อาศัยในประเทศญี่ปุ่นเดินทางเข้าประเทศ เพราะว่าในประเทศญี่ปุ่นได้ตรวจพบผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 รายใหม่ที่เป็นชนิดกลายพันธุ์จำนวน 8 ราย และไวรัสโควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์มีความสามารถกระจายเชื้อโรคและมีความสามารถในการแพร่เชื้ออย่างสูง ในเมืองไทยก็มีข่าวของบุคลากรที่เกี่ยวข้องที่ลงพื้นที่ปฏิบัติการติดเชื้อโรคโควิด-19 เป็นระยะ เป็นกำลังใจให้ทุกคน ส่วนใครที่คิดจะจัดงานรื่นเริงปีใหม่ ขอให้รู้สึกสำนึกรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม มีการป้องกันตนเองและส่วนรวมหากจะจัดการสังสรรค์ เพราะถ้าเกิดติดเชื้อไม่ใช่เป็นเรื่องของคุณหรือกลุ่มที่คุณสังสรรค์ด้วยเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงคนทั้งประเทศก็ต้องได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน

ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของจีน (CDC) เปิดเผยผลการศึกษาใหม่จากการสุ่มตรวจหาแอนติบอดี้ต้านโควิด-19 ในเลือดของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอาจมีผู้เคยติดเชื้อโควิด-19 ในนครอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ถึงเกือบ 5 แสนคน หรือเกือบ 10 เท่าของจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมอย่างเป็นทางการที่คณะกรรมการสาธารณสุขของเมืองอู่ฮั่นเปิดเผยออกมา

CDC เผยแพร่ผลการศึกษานี้ในสื่อสังคมออนไลน์เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าการศึกษาดังกล่าวทำเมื่อ 1 เดือนหลังจากจีนควบคุมการระบาดรอบแรกได้แล้ว โดยการสุ่มตัวอย่างประชากรมา 34,000 คนจากเขตการปกครองต่างๆ ได้แก่ เมืองอู่ฮั่นในมณฑลหูเป่ยซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาด, เมืองอื่นๆ ในมณฑลหูเป่ย, นครปักกิ่ง, นครเซี่ยงไฮ้, มณฑลกวางตุ้ง, มณฑลเจียงซู, มณฑลเสฉวน และมณฑลเหลียวหนิง เพื่อศึกษาอัตราการติดเชื้อในหมู่ประชากร โดยทำการทดสอบตัวอย่างน้ำเหลืองของเลือด (Blood Serum) จากกลุ่มตัวอย่างเหล่านี้เพื่อหาแอนติบอดี้ต้านเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ซึ่งแอนติบอดี้ก็คือสารภูมิต้านทานที่ร่างกายของมนุษย์สร้างขึ้นมาต่อสู้เมื่อมีเชื้อหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายนั่นเอง

Source: The Standard

วันนี้ได้อ่านบทความเกี่ยวกับศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของประเทศจีน ที่ได้ออกรายงานจากการศึกษาชิ้นใหม่ที่พบว่ามีการตรวจหาแอนตี้บอดี้ต้านโควิด-19 ของกลุ่มตัวอย่าง แสดงให้เห็นว่าอาจจะมีคนเคยป่วยหรือติดเชื้อโรคโควิด-19 ในอุ่ฮั่น เขตมลฑลหู่เป่ย มากถึง 500000 คน หรือเกือบ 10 เท่าของจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมอย่างเป็นทางการ ซึ่งข้อมูลรายละเอียดอ่านเพิ่มเติมได้จากลิงค์ข้างบน เราแค่หยิบยกมาพูดให้ฟังว่าความเสี่ยงจากโรคโควิด-19 นั้นยังคงมีอยู่ ถึงจะมีการพัฒนาวัคซีนเป็นผลสำเร็จ ก็ต้องบอกว่าขอชื่นชมระบบสาธารณะสุขของไทยที่มี อสม. หรืออาสาสมัครสาธารณะสุขประจำหมู่บ้าน ที่ทำหน้าที่ตรวจตราและคัดกรองคนในชุมชน และประสานงานกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐที่กำกับดูแลได้เป็นอย่างดี ทำให้เวลาเกิดการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่สามารถที่ควบคุมค้นหาผู้ติดเชื้อรายใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

มาถึงตรงนี้ก็อยากจะบอกว่าโรคโควิด-19 จะคงอยู่กับเราไปอีกนานหลายปีถึงแม้จะมีวัคซีนป้องกันโรคก็ตาม การติดเชื้อโรคโควิด-19 ใช่ตัวคุณเองที่ติดเชื้อจะลำบากเท่านั้นแต่หมายถึงคนในประเทศทุกคนก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกันไม่ว่าจะทางใดทางหนึ่งเพราะฉะนั้น แล้วควรจะดูแลตนเองให้ดี หากสงสัยว่ามีอาการต้องรีบแสดงตัวและเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลของรัฐที่จัดไว้ให้ ถ้าป่วยมีอาการแม้แต่สงสัยว่าติดเชื้อแล้วอย่าปกปิด ทุกคนจะได้ช่วยกันหาหนทางป้องกันแก้ไข เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน

3 Comments